Part 3



“เป็นอะไรมากรึเปล่าฮะ...” โทโมฮิสะถามคนร่างสูงตรงหน้าที่ยืนเอามือลูบแขนตัวเองไปมา
พลางมองจ้องมาที่เค้าอย่างเหม่อลอย... ดูก็รู้ว่าสายตาแบบนั้นมันหมายความว่าอะไร


...นากามารุ ยูอิจิ... หนุ่มหล่อเจ้าของโมเดลลิ่งชื่อดัง...
ฉายา...ตัวอันตรายแห่งวงการบันเทิง...
ขึ้นชื่อเรื่องหลอกฟันเด็กในวงการมาแต่ไหนแต่ไร...
ใครๆก็เตือนว่าอย่าเข้าใกล้...อย่าไปสนิทสนมด้วยเป็นอันขาด...

เพิ่งเคยเห็นตัวจริงก็วันนี้เอง...

“คือ...ถ้าคุณไม่เป็นไรก็ช่วยหลบหน่อยได้มั้ยฮะ...รถผมมันขวางทางเข้าออกอยู่น่ะ...”
พูดออกไปอย่างกล้าๆกลัวๆ... เรื่องของเรื่องคือไม่อยากจะเสวนาด้วยนานนัก...
รู้ว่าถูกมอง...แต่ก็ไม่กล้ามองตอบจึงได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา...
ความกล้าที่เคยมีหดหาย...ผิดวิสัยดาราชื่อดัง...


“ผมบอกแล้วยัง...ว่าไม่เป็นไร...” ยูอิจิเลิกคิ้วถาม...ยังไม่ทันได้ตอบก็มาไล่กันซะแล้ว...


“เอ่อ...คือว่า......” คนสวยหน้าเสีย...เหงื่อแตกพลั่กทั้งที่อากาศก็ไม่ได้ร้อนเลยซักนิด
มือไม้เกะกะไปหมด...ใจก็เต้นโครมครามยิ่งกว่าตอนเข้าฉากละครครั้งแรกเสียอีก...
“ยังไงขอผมเอารถไปจอดก่อน...แล้วเราค่อยคุยกันได้มั้ยฮะ...”


ยูอิจิพยักหน้าแล้วยืนรอจนกระทั่งเด็กดีของเค้าเอารถไปจอดไว้ข้างสตูดิโอ
อันที่จริงแขนก็ไม่ได้เจ็บอะไร แค่แผลถลอกเล็กๆน้อยๆเลียหน่อยก็หายแล้ว
แต่ท่าทางหวาดกลัวกับท่าทีไร้เดียงสานั่นกลับทำให้นึกอยากแกล้งขึ้นมาจับใจ
อุตส่าห์เจอกันทั้งที...จะให้มันจบแล้วจากกันไปง่ายๆแบบนี้ได้ยังไง...


ยืนเต๊ะจุ๊ยอยู่ไม่ไกลขณะที่โทโมฮิสะลงมาจากรถพร้อมกับกระเป๋าสะพายใบใหญ่
คนตัวเล็กเดินก้มหน้าก้มตามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ายูอิจิ...
เมียงมองแผลที่แขนเล็กน้อยก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าอ่อนลายดอกยิปโซยื่นให้...
มือไม้สั่นจนชายหนุ่มรู้สึกได้ดีทีเดียว... “เอ่อ...ไปล้างแผลให้สะอาดก่อนดีมั้ยฮะ...”


“คุณกลัวอะไรผมเหรอ...” ถามพลางยึดข้อมือบางนั้นไว้แล้วมองด้วยความสงสัย
โทโมฮิสะเองถึงกับตกใจจนสะดุ้ง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธยิก “...ป...เปล่านี่ฮะ...”


“เปล่า??” ยูอิจิย้ำคำ สายตาจับจ้องที่ไหล่บอบบางซึ่งกำลังสั่นน้อยๆ
โทโมฮิสะไม่ยอมมองเค้าเลยแม้แต่นิดเดียว...เนี่ยนะไม่กลัว...
“ไม่รู้ว่าคุณได้ยินเรื่องอะไรเกี่ยวกับผมมาบ้าง...แต่มันไม่ใช่ความจริงซะทั้งหมดหรอกนะ...”


ชักข้อมือกลับแล้วถอยหลังมาตั้งหลัก ตากลมโตเหลือบมองคนมือไวเป็นการหยั่งเชิง
อันที่จริงหมอนี่ก็หน้าตาดี...คงไม่แปลกที่จะมีสาวๆมาติดพัน...
แต่จะมาแก้ตัวกับเค้าทำไมกัน... “จะจริงหรือไม่จริงมันก็ไม่เกี่ยวกับผมซะหน่อย”


ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะส่งรอยยิ้มยียวนกวนประสาทไปให้
“แล้วอยากจะลองเกี่ยวดูมั้ยล่ะ...คนสวย...”


“นี่คุณอย่ามาเรียกผมแบบนี้นะ...” น้ำเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“จะเอาไงก็ว่ามาเลยดีกว่าฮะ...ผมไม่มีเวลามากนักหรอก...”


“ถ้ามีธุระก็ไปทำให้เรียบร้อยก่อนก็ได้ครับ แต่ผมขอเบอร์คุณไว้ก่อนนะ แล้วจะบอกทีหลังว่าจะเอายังไง”


“ล้อเล่นน่ะ...” ใบหน้าสวยฉายแววประหลาดใจ “คุณใช้มุขนี้ขอเบอร์ผู้หญิงเหรอเนี่ย...”


“เปล่า...ผมใช้ขอเบอร์คุณตะหาก...”


ผิวแก้มระเรื่อขึ้นมา...ไม่รู้เป็นเพราะมุขที่เสี่ยวอย่างไม่น่าเชื่อของเพล์บอยชื่อดัง
หรือเป็นเพราะตัวเองที่เขินอายด้วยมีผู้ชายหน้าตาดีมาขอเบอร์กันแน่...
“ไม่ได้อะไรนะคุณนากามารุ...แต่ผมไม่เห็นว่ามันจะมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องให้เบอร์กับคุณเลย
จะว่าไป...ผมก็ไม่ได้ขับรถชนคุณซะหน่อย... คุณล้มลงไปเองแท้ๆ...”


“โอ้โห...ทำอย่างกับว่าอยู่ดีดีผมจะอยากลงไปคลุกฝุ่นที่พื้นทั้งที่กำลังคุยโทรศัพท์อย่างนั้นแหละ
ผมถามหน่อย...มันไม่ใช่เพราะคุณที่ขับรถทะเล่อทะล่าเข้ามาโดยไม่มองคนงั้นเหรอ...”


“แล้วใครใช้ให้คุณมายืนโทรศัพท์ตรงทางเข้าออกล่ะฮะ คุณก็น่าจะรู้ว่ามันมีรถผ่านไปมาตลอดอยู่แล้ว...”


“ขอโทษครับ...ไม่ยักรู้ว่าตรงนั้นมีป้ายห้ามโทรศัพท์ติดอยู่ด้วย” ยูอิจิว่าประชด
ฟังดูน่าโมโห แต่ใครจะรู้ว่าในใจเค้ากำลังสนุกมากแค่ไหนที่ได้ต่อปากต่อคำกับคนสวยตรงหน้า


“โอเคๆ...ผมผิดก็ได้...เท่าไหร่ก็ว่ามา...” ขี้เกียจเถียงด้วยแล้ว คนอะไร กวนประสาทชะมัด


“ดาราก็เงี้ย...เอะอะก็เอาเงินฟาดหัวชาวบ้านให้เรื่องมันจบง่ายๆ...”


“ผมไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย!!”


“โอ้โห...นึกว่าเด็กดีของวงการอย่างยามาชิตะ โทโมฮิสะจะโวยใครไม่เป็นซะอีก...
เสียงคุณดังดีเหมือนกันนะเนี่ย...น่าไปเป็นนักร้อง...” ยังคงยียวนไม่เลิก
ไม่บ่อยนักหรอกที่จะได้เห็นโทโมฮิสะอารมณ์เสีย... ดูน่ารักไปอีกแบบ...


“ไม่ตลกเลยนะฮะ... เมื่อกี๊คุณดูถูกผมชัดๆ...”


เป็นยูอิจิที่หน้าเสียเอง... คนสวยเค้าไม่เล่นด้วยแถมยังโกรธอีกต่างหาก...
“คือผมไม่ได้จะว่าคุณ... แค่พูดถึงดาราทั่วไป...ก็เท่านั้นเอง...”


“คุณเองก็ได้ชื่อว่าทำงานในวงการเหมือนกัน... แล้วผมก็ไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะไม่เคยทำแบบนั้น”


เงียบ...เป็นครั้งแรกที่เถียงไม่ออกจริงๆ...
สองปีก่อน...ยูอิจิเคยใช้เงินปิดปากนักข่าวเรื่องที่เค้าทำผู้หญิงนอกวงการท้อง
ทว่าตอนหลังเค้าก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเค้าไม่ใช่พ่อเด็กที่แท้จริง...
แล้วเหตุการณ์นั้น...ก็ทำให้ยูอิจิระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า...
คงไม่ต้องบอกว่าเค้าพก condom วันละกี่อัน...


...ยูอิจิเองก็ไม่เคยนับเหมือนกัน...


“...เงินนี่ผมให้เป็นค่าทำแผล...ไม่ได้จะฟาดหัวใคร...หวังว่าคุณคงเข้าใจนะฮะ...”
โทโมฮิสะยื่นเงินให้โดยไม่มอง...ไม่ใช่เพราะกลัว...แต่เกลียดขี้หน้ามากตะหาก...
ขออย่าได้เจอกันอีกเลยนะ...นากามารุ ยูอิจิ...


“เปลี่ยนจากเงินมาเป็นอาหารเย็นซักมื้อได้มั้ยครับ...”


“คุณว่าไงนะ??”


“คือผมอยากขอโทษที่ผมพูดไม่ดีกับคุณ...”


“ไม่จำเป็นหรอกฮะ...” ปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด...


“จำเป็นสิครับ...” ยังไม่ละความพยายามแม้จะถูกเมินก็ตาม
“หกโมงเย็นพรุ่งนี้...ผมจะรอคุณที่ debut cafe ...มาให้ได้นะ...”
นัดหมายเสร็จสรรพ แล้วก็เดินจากไปโดยไม่ฟังคำทัดทานใดใดทั้งสิ้น
ขณะที่โทโมฮิสะได้แต่ยืนอ้าปากค้างมองตามคนตัวสูงที่ขอนัดเดทตั้งแต่วันแรกที่เจอกันอย่างอึ้งๆ



...ใครเค้าจะไปกับนายกัน...



....................................
..................................................
..............................................................



“โดนอะไรมาน่ะยู...” คาเมะเอียงหน้าถามผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งทำแผลให้ตัวเองอย่างเก้ๆกังๆ
“มา...ผมทำให้นะ...” เค้านั่งลงข้างๆ แล้วจัดการเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดแผลที่แขนให้อย่างเบามือ
คาเมะยังอยู่ในชุดเสื้อคลุมสีขาว...หลังจากที่เค้าเพิ่งจะถ่ายแบบเสร็จเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา...
กำลังจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับบ้านอยู่แล้วเชียว... “ตกลงจะบอกได้ยัง...ว่าไปโดนอะไรมา...”


“...โดนข่วนมาเมื่อคืน...แต่เพิ่งเห็น...” ยูอิจิว่ายิ้มๆ ทำเอาคาเมะนึกหมั่นไส้
หยิบทิงเจอร์มาราดกะให้มันแสบไปถึงขั้วหัวใจ ซึ่งก็ได้ผล...คนเจ็บถึงกับร้องจ๊าก...
“อ๊ะ!! โทษที...มือมันลั่นน่ะยู หึหึ” คนขี้เล่นพยายามกลั้นหัวเราะ แต่ก็ยังหลุดขำออกมาจนได้


พัวะ!!


ฝ่ามือของยูฟาดเข้าให้ที่ศีรษะของหนุ่มน้อยเต็มๆ “มันเจ็บนะคาเมะ!!” โวยเสียงดัง
จนช่างแต่งหน้าและทีมงานที่กำลังเก็บข้าวของอยู่ใกล้ๆหันมามองเป็นตาเดียว
ความที่อายุห่างกันไม่มาก ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูราวกับเป็นเพื่อนสนิท
ต่างจากผู้จัดการส่วนตัวกับดาราทั่วๆไป...


“นี่ยู...อาทิตย์หน้าผมมีถ่ายแบบให้คุณทักกี้อีกเซ็ทนึงนะ...” พูดพลางหยิบเสื้อผ้ามาใส่


“ชั้นเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนาย...นายคิดว่าชั้นจะไม่รู้รึไงว่านายจะต้องทำอะไรวันไหนบ้างน่ะ...”
ตามองแผลที่แขนตัวเองซึ่งคาเมะเอาผ้ามาพันไว้อย่างลวกๆ ...ห่วยชะมัด...ยูอิจิคิด
ก่อนจะเหลือบมองเด็กหนุ่มในโอวาทที่ยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจกแล้วอมยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ยิ้มอะไรน่ะเรา...ผีเข้าเหรอ”


“คนเค้าอารมณ์ดี ยิ้มไม่ได้รึไง” พูดพลางเอามือเสยผมจัดทรงให้เข้าที...
แล้วเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้จัดการสุดหล่อ “ยู...ยูคิดว่าวันนี้ผมเป็นไงบ้าง...”
ถามพร้อมส่งยิ้มน่ารักให้ ยูน่ะเฉยๆเพราะชินซะแล้ว แต่คนแถวนั้นสิ ตายคาที่ไปกี่ศพแล้วก็ไม่รู้...


“ถามทำไม...”


“น่า...ตอบผมหน่อย ผมอยากรู้...”


ยูอิจิเอนหลังพิงโซฟาแล้วหรี่ตามองนายแบบหน้าสวยที่ปลุกปั้นมากับมืออย่างพิจารณา
“...ก็ดี...ยังเป็นคาเมะนาชิ คาซึยะคนเดิมที่ชั้นเคยรู้จัก...”


“ไม่เอา...ขอคำจำกัดความที่ชัดกว่านี้หน่อยได้ป่าว...”
นั่งลงข้างๆแล้วเขย่าแขนแรงๆคะยั้นคะยอให้อีกฝ่ายตอบคำถาม


“โอ๊ยยย...เจ็บ...เบาๆหน่อย...”


คาเมะยิ้มแหย “...ผมก็แค่อยากจะรู้ว่าผู้ชายทั่วๆไปมองผมแล้วรู้สึกยังไง...”


ถอนหายใจอย่างเอือมระอา อยู่ดีดีเกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้อยากรู้ว่าผู้ชายด้วยกันมองตัวแล้วคิดอะไร
“บอกให้ก็ได้...แต่เอาแบบไม่เกรงใจเลยแล้วกันนะ...”


คาเมะพยักหน้ารัว ก่อนจะถูกผลักลงไปนอนราบกับโซฟาด้วยความรวดเร็ว
“ทำไรอ่ะ!!” หนุ่มน้อยโวยวาย...ทีมงานออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว...
ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากเค้ากับผู้จัดการส่วนตัวจอมลามกเพียงสองคนเท่านั้น


“อ้าว...ก็ไหนว่าอยากรู้นัก...” ยูเลิกคิ้วกวนๆให้ ไม่ได้กะจะทำอะไรทั้งนั้นแหละ...
แต่เจ้าตัวดีดันอยากมาแกล้งเค้าก่อนเอง...ช่วยไม่ได้นะคาเมะจัง...


“เล่นอะไรน่ะยู!! ไม่เอานะ!!” หลับตาปี๋ เมื่อยูอิจิโน้มตัวลงมาใกล้ๆ...
แขนสองข้างพยายามดันไหล่ของคนตัวสูงเอาไว้ แล้วตะโกนเสียงลั่น
“อย่าน้าาา...”



แกร๊ก!!



“ขอโทษนะครับ คือว่า......” ผู้มาเยือนยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่เมื่อมาเจอภาพกีฬามันมันเข้าโดยไม่ตั้งใจ
แล้วก็เป็นไปตามคาดหมาย...คนคนนั้นไม่ใช่ใคร...นอกไปจาก...


...อากานิชิ จิน...


อารามตกใจทำให้คาเมะถีบขาสองข้างจนคนบนร่างลงไปนอนกลิ้งอยู่ที่พื้นโดยอัตโนมัติ
ส่วนตัวเองก็รีบลุกขึ้นยืนแล้วส่ายหน้าเหมือนจะบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น
ก็ช่างภาพหนุ่มคนนี้แหละ...คือสาเหตุแห่งความอยากรู้ของนายแบบหน้าสวยคนนี้
คาเมะทำตาใสซื่อมองหนุ่มมาดเซอร์อยู่เงียบๆ ก่อนจะถามขึ้นมาว่า...
“มีอะไรเหรอฮะ...หรือว่ารูปที่ถ่ายวันนี้มีปัญหารึเปล่า...”


“อ๋อ...เปล่าครับ...ทุกอย่างเพอร์เฟ็คดีฮะ ผมแค่จะมาบอกว่า...วันพฤหัสหน้าขอเลื่อนเวลานัด
เป็นแปดโมงเช้านะครับ...เพราะบางทีเราอาจจะต้องไปถ่ายนอกสถานที่กัน...”


“ได้ครับได้” ยูอิจิลุกขึ้นมาแล้วเดินไปหยิบปาล์มในกระเป๋ามาแก้ไขตารางนัดหมาย
“แล้วจะไปถ่ายกันที่ไหนเหรอครับ” ยูซัก ขณะที่คาเมะก็หันมารอฟังคำตอบด้วยเช่นกัน


“ไม่ไกลหรอกครับ...ชายฝั่ง K นี่เอง...” จินว่ายิ้มๆ แล้วเหลือบตามองคนร่างบางเล็กน้อย
“...ขอโทษที่มารบกวนนะครับ...คง...ไม่มีอะไรแล้วล่ะฮะ...” โค้งให้แล้วทำท่าจะเดินออกไปนอกห้อง
"เดี๋ยว!!” เป็นคาเมะที่ตะโกนรั้งเอาไว้ ก่อนจะเอามือปิดปากตัวเองด้วยความไม่ตั้งใจ...


“...ครับ??...” จินหันมามองแล้วเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม นายแบบหน้าสวยฟอร์มจัดคนนั้น
กำลังหน้าแดงก่ำด้วยความเขิน... จินตีความเอาเองว่าคาเมะคงจะอายที่เค้าเข้ามาเห็น
ตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม... “ไม่ต้องห่วงครับ...ผมไม่บอกใครหรอก...”


“...???...” คาเมะทำหน้างงงง ขณะที่ยูอิจิเป็นฝ่ายร้อนรนปฏิเสธเสียเอง
“เข้าใจผิดแล้วล่ะครับ...ผมกับคาเมะจัง...เราไม่ได้......”


จินยิ้ม...แต่จะเชื่อหรือไม่เชื่ออันนี้ไม่มีใครทราบได้...
“แล้วเจอกันครับ...คาเมะ...” เค้าหันมาลาก่อนจะเดินออกนอกประตูไป
คาเมะได้แต่มองตามแล้วพึมพำเบาๆกับตัวเอง...


“แล้วเจอกันครับ...จิน...”



.............................................
..........................................................
......................................................................



“ไงฮะ...คุณช่างภาพ...”



จินหันมามองตามเสียงเรียกที่แสนจะคุ้นเคย...
เสียงหวานใสของใครคนนั้นดังแว่วอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล...
ชายหนุ่มอมยิ้ม...ก่อนจะเหลียวมองรอบกาย...


“...โทโมฮิสะ...” พึมพำชื่อนั้นกับตัวเองเบาๆ...


คนร่างเล็กโผล่มายืนอยู่ข้างหลังจินตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้
หากแต่ใกล้พอที่จะทำให้ใบหน้าสวยหวานซบลงบนแผ่นอกกว้าง
ภายใต้เสื้อยืดสีขาวได้อย่างพอดิบพอดีเพียงแค่จินหันมา...
โทโมฮิสะถึงกับหน้าแดงก่อนจะรีบผละออกมาด้วยความเขินอาย
“พอดีผมมาถ่ายโฆษณาแถวนี้...ได้ยินว่าจินมีงานที่สตูดิโอนี่...ก็เลยแวะมาหานะฮะ...”


“...แล้วคุณมิยาเกะมาด้วยรึเปล่า??...”


ส่ายหน้าเบาๆ “วันนี้ผมขับรถมาเองฮะ...บอกคุณมิยาเกะไปว่า...มีธุระต้องทำ”
ตากลมโตเหลือบมองคนร่างสูงอย่างประหม่า “จินจะกลับบ้านเลยรึเปล่าฮะ...”


“ผมว่าจะแวะบริษัทเอารูปไปให้พี่ทักกี้ดูหน่อยน่ะ...”


“อ๋อ...คอลเลคชั่นใหม่ที่เอานายแบบคนนั้นมาแทนผมใช่มั้ยฮะ...”


จินพยักหน้า...แววตาฉายแววแห่งความรู้สึกผิดในใจ...โทโมฮิสะหมายมั่นกับงานนี้มากทีเดียว...
แต่เป็นเค้าเอง...ที่เลือกคาเมะให้มาเป็นนายแบบแทน...


“ผมไปด้วยได้รึเปล่า...” เค้าอ้อมแอ้มถาม...


“...เอาสิ...”


”...ผมไปกับจิน...พี่ทักกี้คงไม่ว่าหรอกนะฮะ...”


จินเอื้อมมือไปลูบศีรษะคนตรงหน้าเบาๆ...ที่โทโมฮิสะมาหาเค้าบ่อยๆก็ด้วยเหตุผลสั้นๆ...


“ผมชอบพี่ทักกี้...จินช่วยผมหน่อยได้รึเปล่าฮะ”


ทักกี้เป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบและเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง
จินถึงไม่แปลกใจ...ว่าทำไมโทโมฮิสะถึงได้ชอบพี่ชายเค้านัก...


”...จิน...จินว่าผมดีพอสำหรับพี่ทักกี้มั้ย...”

”...ผมกล้าพูดได้เลยว่า...พี่ทักกี้เป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุด...
เท่านี้...โทโมะคงได้คำตอบแล้วนะ...”


ตลอดเวลา...จินไม่เคยนึกอิจฉาพี่ชายอย่างทักกี้เลยแม้แต่นิด...


...ยกเว้นเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น...



“พี่ทักกี้เค้าไม่เคยรำคาญที่โทโมะไปหาเค้าหรอกนะ...อย่าคิดมากเลย...”


“ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆก็ดีสิฮะ...” โทโมฮิสะก้มหน้า...ขาดความมั่นใจไปเยอะ
ตั้งแต่รู้ว่าคอลเลคชั่นใหม่ของดีไซน์เนอร์ชื่อดังอย่างฮิเดอากิ ทาคิซาว่า
เลือกเอานายแบบหน้าใหม่มาเป็นพรีเซนเตอร์แทนเค้า...


“โทโมะทานอะไรมารึยังครับ...” จินพยายามเบี่ยงประเด็น ไม่อยากเห็นคนที่รักต้องเศร้าใจ


“...ยังเลยฮะจิน...แต่ผมยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่...ยังไงเราไปหาพี่ทักกี้ก่อน
แล้วค่อยไปหาอะไรทานกัน...ดีมั้ยฮะ...” โทโมฮิสะออกความเห็น


“โอเคครับ...งั้น...โทโมะขับรถตามผมไปแล้วกันนะ...”


สองคนเดินแยกกันไปขึ้นรถคนละคันด้วยความรู้สึกไม่ต่างกัน...
และความรู้สึกนั้น...ต่างเกิดจากความสัมพันธ์ที่ไม่มีวันลงตัว...


...คือเส้นขนาน...ที่ไม่อาจมาบรรจบกัน...

คือจิน...ที่ไม่มีวันเผยความรู้สึกในใจ...


...........................................
.....................................................
..................................................................


...ผมจะกลับญี่ปุ่นเดือนหน้านี้แล้ว...
ระหว่างนี้...หวังว่าคุณจะทำตัวดีดีอย่างที่ให้สัญญาไว้...
เพราะผม...ก็ไม่เคยทำให้คุณผิดหวังเช่นกัน...

…หวังว่าเราจะเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง...


ชายหนุ่มอมยิ้มให้กับอีเมล์จากคนสำคัญ...
อีกเพียงเดือนกว่าๆเท่านั้น...เราก็จะได้เจอกันแล้ว...


...คิดถึงคุณจัง...

...ทาคิซาว่า...



To be continue