วัยรุ่นมักทวงถามคนรอบๆ ข้าง ถึงความเข้าใจที่น่าจะมีให้กับพวกเขา
ทวงถามกับบุคลที่พวกเขาคาดหวังว่าน่าจะเข้าใจเขาได้ เราผู้เป็นพ่อ แม่ ครู ผู้ปกครอง
และผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะที่อยู่รอบข้างพวกเขาคงต้องถามตัวเองว่า
เราให้ความเข้าใจพวกเขามากน้อยเพียงไร และพยายามมากน้อยเพียงใด
ที่จะแสดงออกให้พวกเขารู้ว่าเราเข้าใจเขาอย่างแท้จริง
ถ้ามีเพียงความเข้าใจพวกเขาคงดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่ทำอะไรผิดพลาด
เพราะมีผู้ใหญ่ที่เข้าใจและคอยแนะนำด้วยความรักและความห่วงใย
วัยรุ่นคิดว่าเราไม่เข้าใจเขา ไม่แน่ใจว่าเราให้ความสนใจตัวเขามากน้อยเพียงใด
เมื่อเวลาที่เขาจะเล่าเรื่องชีวิตของเขา หรือแสดงความคิดเห็น ทัศนคติต่างๆ
เรามักจะแสดงความไม่สนใจ ด้วนสรุปเอาความคิของเราเป็นหลักไม่ให้ความสำคัญ
ต่อความคิดเห็นของพวกเขาสิ่งเหล่านั้นเปรียบเสมือนว่า เรากำลังสร้างกำแพงขึ้นมา
ขวางกั้นความสัมพันธ์ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ดังนั้นเราควรปฏิบัติต่อเขาใหม่
โดยแสดงออกโดยการฟังและการถามกลับในเรื่องที่เขาเล่า ไม่ควรด่วนสรุปก่อน
ควรสรุปตามข้อมูลต่างๆ ที่เขาพูด เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าเราเข้าใจในตัวเขาจริงๆ
เมื่อรับรู้ตรงกันทั้งสองฝ่ายจึงค่อยบอกความคิดเห็น คำแนะนำ คำสอนของเราก็ยังไม่สายเกินไป
บางครั้งเขาไม่แน่ใจว่า เมื่อเรารู้จักความเป็นจริงในตัวเขาแล้ว เราจะยอมรับได้หรือเปล่า
ถ้าเราแสดงทีท่าไม่ยอมรับและไม่เข้าใจแล้ว พวกเขาก็จะปิดบังตัวเองและพยายามแสดงออกมา
ในแบบที่ให้ผู้ใหญ่พอใจและยอมรับได้ ซึ่งจะทำให้เราไม่รู้จักกับตัวจริงของพวกเขาเลย
ถ้าเราอยากจะเข้าใจพวกเขา เราต้องยอมรับอารมณ์ความรู้สึกที่เขาแสดงออก "การยอมรับ"
คือ ฟังและสังเกตอย่างใจเย็นให้ตลอดเรื่องราว ตีความว่าสิ่งที่เขาแสดงออกนั้นหมายถึงอะไร
อย่าด่วนสรุปว่าจะต้องเป็นดังที่เราคิดแน่นอน จนกว่าเราจะแสดงความคิดนั้นออกมาเป็นคำพูด
และพูดคุยให้เขาฟังเพื่อตรวจสอบดูว่าเราคิดตรงกับที่เขาคิดหรือไม่
แล้วสังเกตจากความคิดเห็นที่เขาแสดงออกมา เพียงเท่านี้เราก็สามารถทำให้เขารู้สึกว่า
เราเข้าใจและยอมรับในตัวเขาทำให้กำแพงที่ขวางกั้นถูกทลายลงไปได้
อย่ารอให้เขาทวงถามว่า เมื่อไรจะเข้าใจเขาเสียที วันนี้ขณะนี้ยังมีโอกาส
ยังไม่สายที่จะรีบทำความเข้าใจกับพวกเขา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตเขา
ดำเนินไปอย่างถูกทาง มีคุณค่าเป็นอนาคตของชาติที่สดใสนำความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศชาติ
ชลอศักดิ์ ลักษณะวงศ์ศรี
|