มาที่นี่ที่เดียว ได้อ่านบทความทางด้านการแพทย์ ภาษาไทย จากเกือบทุกโฮมเพจที่มีใน INTERNET
http://www.oocities.org/Tokyo/Harbor/2093/
จำสั้นๆ i.am/thaidoc



ตจว.เสี่ยงพิษยาน้ำ-ครีมทาฝ้า


อันตรายแฝงในสินค้าสุขภาพรุนแรงจนน่าวิตก ล่าสุดอาสาสมัครเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายจังหวัดขอนแก่น อายัดเครื่องสำอางที่ผสมสารต้องห้ามได้มากกว่า 3 พันตัวอย่าง ล้วนเป็นสินค้ายอดฮิตที่คนต่างจังหวัดนิยมซื้อใช้เพราะราคาถูก

ครีมทาฝ้าแพนจอยส์ ครีมทาสิวฝ้าสตอง, ซิงซิง เอ็ดการ์ด, เวอร์ตอง, คลินิค 99, ฟอร์แอ็กท์ วินเซิฟ, ครีมทาสิวตราดอกคูณ, ยาสตรีตราไก่ดาว, ยาน้ำตราเก้าช้างสาร, ยาศรีกุมารตราหมีบิน, ยาซางตานขโมย, ยาประดงน้ำตราตู้ไปรษณีย์ ฯลฯ

เหล่านี้ คือรายชื่อของสินค้าที่คนต่างจังหวัดซื้อใช้เป็นประจำ มีการทำตลาดอย่างกว้างขวาง โฆษณาทั้งทางวิทยุ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น แต่ล่าสุดอาสาสมัครเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ออกตรวจในอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พบว่า เป็นสินค้าที่มีส่วนผสมของสารเคมีเป็นอันตรายต่อสุขภาพหลายชนิด

ในกลุ่มเครื่องสำอางนั้น พบว่า มีส่วนของผสมสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ซึ่งเป็นสารที่ต้องห้ามนำมาผสมในเครื่องสำอาง เพราะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ กระที่จะเป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย

ส่วนในกลุ่มยาน้ำแผนโบราณนั้น มีการเจือปนด้วยคลอโรฟอร์มซึ่งเป็นสารเคมีที่ส่งผลต่อตับและไต และเป็นสารก่อมะเร็งในร่างกายมนุษย์

น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเปิดเผย "ผู้จัดการรายวัน" ระหว่างงานคาราวานต้านสินค้าผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ผิดกฎหมาย ที่อำเภอชุมแพ จ.ขอนแก่น เมื่อวานนี้ (28 พ.ย.) ว่า ภายในงาน อาสาสมัครเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคในอำเภอชุมแพได้ออกตรวจและ ส่งมอบผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอางผิดกฎหมายตามรายชื่อข้างต้น ซึ่งได้อายัดไว้ให้กับมูลนิธิฯกว่า 3,000 ชิ้น เพื่อเผาทำลาย

"ปัญหาความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นและเรื้อรังมานาน บริษัทผู้ผลิตที่กระทำผิดกฎหมายจะกระทำผิดซ้ำซาก โดยที่หน่วยงานราชการไม่สามารถ จัดการได้สำเร็จ" น.ส.อารี กล่าว

น.ส.อารี กล่าวอีกว่า ปัญหาอันตรายในสินค้าสุขภาพ นับวันจะมีความซับซ้อนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนยากต่อการแก้ไข ที่น่าเป็นห่วงคือในอนาคตปัญหาจะหลากหลายมากขึ้น เช่น สินค้าจากพืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMOs) การขายสินค้าผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งลูกค้าไม่ได้ดูสินค้าก่อนสั่งซื้อ หรือการขายผ่านสื่ออื่นๆ ที่ไม่สามารถดูแลควบคุมได้ ฯลฯ

จากการทำงานของมูลนิธิฯ พบว่า ปัญหาสินค้าสุขภาพที่ผิดกฎหมายนั้น มีหลายลักษณะ คือสินค้าที่โฆษณาคุณสมบัติสรรพคุณเกินจริง เข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภค ไม่มีทะเบียนรับรอง จากองค์การอาหารและยา (อ.ย.) ยารักษาโรคไม่มีคุณภาพ เครื่องสำอางค์ผสมสารต้องห้าม ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการโฆษณาเกินจริงหรือผู้โฆษณาไม่มีความรู้ว่า สินค้าดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาต ให้จำหน่ายและมีสารอันตรายต่อสุขภาพ รวมถึงผู้ประกอบการและผู้จำหน่ายขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบ

ขณะที่กระบวนการแก้ไขปัญหาสินค้าสุขภาพที่ผิดกฎหมายนั้น น.ส.สารีกล่าวว่า ทั้งกลไกแก้ปัญหาจากหน่วยงานราชการ หรือองค์กรเอกชนที่ทำงานเกี่ยวข้องกับผู้บริโภค มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ ทั้งในแง่คุณภาพของบุคลากรและจำนวนคนที่จะเข้ามาทำงาน เมื่อเทียบกับสภาพปัญหาที่เปลี่ยนแปลงและขยายตัวอย่างรวดเร็ว

"หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาสินค้าสุขภาพที่ผิดกฎหมายไม่อยากหวังพึ่งกลไกแก้ปัญหา ในรูปแบบเดิมๆ แนวทางที่ถูกต้องและมีประสิทธิผล จำเป็นต้องกระตุ้นปลุกจิตสำนึกผู้บริโภค หรือประชาชนให้หันมาสนใจต่อปัญหาสินค้าสุขภาพ มุ่งเน้นให้ความรู้ถึงโทษภัยที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว" ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคกล่าว

กิจกรรมจัดคาราวานฯ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจระมัดระวัง อันตรายที่แฝงมาในสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและเครือข่าย 11 จังหวัด จะเวียนจัดให้ครบ 13 เวที ทั่วประเทศ สิ้นสุดในวันที่ 13 ธันวาคมนี้

จากการจัดงานที่อำเภอชุมแพ ซึ่งถือเป็นอำเภอ ใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น พบว่า ปัญหาที่พบคือสินค้าเครื่องสำอางที่ผสมสาร Hydroquinone นับเป็นปัญหาหลักที่ตรวจพบในท้องตลาดทั่วๆไป และเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน แต่ก็ยังมีการใช้สื่อโฆษณาอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะสิ่งพิมพ์และวิทยุ ณ ขณะนี้ก็ยังทำการโฆษณาอยู่ทุกวัน

"ที่น่าเป็นห่วงมากอีกประเภทหนึ่งในปัจจุบันนี้คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่โฆษณาหลอกลวง สรรพคุณเกินจริง ซึ่งขยายตัวอย่างรวดเร็วมาก โดยมีมูลเหตุมาจากกลยุทธการขายตรงที่เข้าถึงตัวผู้บริโภค ทำให้ตลาดโตเร็วมาก"

อาหารเสริมเหล่านี้จะจดทะเบียนเป็น "ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร" เท่านั้น แต่การโฆษณาสินค้ากลับอ้างว่า สามารถรักษาโรคได้ ชะลอความแก่ได้ ซึ่งการโฆษณาด้วยข้อความอย่างนี้ จะต้องจดทะเบียนเป็นสินค้าประเภทยา ถือเป็นช่องทางหากำไรจากผู้บริโภคที่ไม่รอบคอบหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์

สำหรับเครือข่ายผู้บริโภค 11 จังหวัด ประกอบ ด้วย ฉะเชิงเทรา, เพชรบุรี, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา, เชียงใหม่, เชียงราย, มหาสารคาม, ขอนแก่นและบุรีรัมย์ รวมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคที่ กทม. ด้วย ซึ่งภายในปี พ.ศ.2544 จะขยายเครือข่ายผู้บริโภคเพิ่มอีก 13 จังหวัด เป็น 24 จังหวัด เพื่อให้การทำกิจกรรมเข้าถึงประชาชนครอบคลุมพื้นที่กว้างมากขึ้น

ด้านนายอภัย สู่ย่านาง อาสาสมัครคุ้มครองผู้บริโภค อำเภอภูเวียง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า แม้สินค้าสุขภาพที่ไม่มีคุณภาพผิดกฎหมายจะได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคมาเป็นระยะๆ แต่สินค้าเหล่านี้ก็ยังสามารถทำการโฆษณาผ่านวิทยุท้องถิ่น เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในชนบทได้เป็นอย่างดี และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ฐานการตลาดกว้างมาก

นายอภัยกล่าวว่า หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องควร จะทำการตรวจสอบว่าสินค้าเหล่านั้น ทำไมจึงโฆษณาเผยแพร่สรรพคุณเกินจริงผ่านสื่อออกมาได้ ตนเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย ให้สามารถเอาผิดกับผู้ผลิตสินค้าพวกนี้ให้เด็ดขาด

สำหรับรายชื่อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายในหมวด 1 เครื่องสำอาง พบสารเคมีต้องห้าม ในเครื่องสำอางที่ขายในท้องตลาดกว่า 31 ชนิดสินค้า เช่น ครีมทาฝ้าแพนจอยส์, ครีมทาสิวฝ้าสรตอง, เป็นต้น

หมวด 2 ยาน้ำแผนโบราณที่เจือปนคลอโร ฟอร์ม ซึ่งส่งผลต่อตับและไตและเป็นสารก่อมะเร็ง เช่น ยาสตรีตราไก่ดาว, ยาประดงน้ำตราตู้ไปรษณีย์ เป็นต้น โดยยาน้ำแผนโบราณส่วนใหญ่เหล่านี้ จะมีโรงงานผลิตในพื้นที่ภาคอีสาน นครราชสีมา ขอนแก่น สกลนครและอุบลราชธานี

(update 27 ธันวาคม 2000)


[ ที่มา... หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน   วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543]

[ BACK TO LIST]
main พบแพทย์ คอมพิวเตอร์ เรื่องบ้าน เรื่องรถ เรื่องกฏหมาย เรื่องของผู้บริโภค เรื่องเบาๆ คลายเครียด

มีปัญหาสุขภาพ ที่นี่มีคำตอบ ห้องสมุดE-LIB[ hey.to/yimyam ][ i.am/thaidoc ]

Best view with [IE3.02][NETSCAPE 4.05][OPERA 3.21] resolution 800x600