หลักสูตรและกฏระเบียบของสำนัก
จากการที่อาจารย์ได้สอนหวิงชุนในประเทศไทยมาเป็นเวลาเกือบยี่สิบปีแล้ว
ทางสำนักยังไม่เคยมีการกำหนดหลักสูตร ขั้นหรือสาย และกฏระเบียบของสำนักเลย
ซึ่งอาจารย์คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่ จะมีการกำหนดหลักสูตร กฏระเบียบต่างๆ
เพื่อให้สำนักหวิงชุนของเราเป็นมาตรฐานขึ้น
สำนักหวิงชุนของเราเป็นสำนักหวิงชุนที่สอนมวยหวิงชุนจากสองสายคือ
สายอาจารย์หยิบหมั่น ที่สอนโดยอาจารย์ปู่ฮอกกิ่นเชียง และอาจารย์โรเบิรต์ ชู
อีกสายคือสายกู๋โหลวหวิงชุนและสายหยินเค่ซ้าน สอนโดยอาจารย์ปู่ กว้านจ๋งหยวน
และอาจารย์โรเบิรต์ ชู โดยอาจารย์อนันต์เป็น
อาจารย์ที่นำหวิงชุนมาเผยแพร่ในไทยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988 จนปัจจุบัน
มวยหวิงชุนของอาจารย์โรเบิรต์ ชู หรือ อีกชื่อหนึ่งคือ จูเสาไหล่หวิงชุน
ปัจจุบันเป็นที่แพร่หลายมากในอเมริกาและอังกฤษ โดยมีศิษย์น้องอาจารย์อนันต์
ได้ทำการฝึกฝนศิษย์ของตนอย่างหนัก และได้นำศิษย์มวยจูเสาไหล่หวิงชุน
เข้าแข่งขันในสังเวียน Mixed Martial Arts จนได้รับชัยชนะแทบทุกคู่
และหลายคนได้กลายเป็นแชมป์ทั้งสมัครเล่นและอาชีพ
สำหรับการสอนในประเทศไทยนั้น เป็นการสอนเพื่อเน้น การป้องกันตัว
และเพื่อสุขภาพเป็นหลัก โดยหลักสูตรการสอนแบ่งเป็นขั้นๆดังนี้
ขั้นที่หนึ่ง คือการฝึกการจัดโครงสร้างร่างกาย การรับรู้แรงกระทำฝ่ายตรงข้าม
ไม่ว่าดึงหรือดัน และนำแรงนั้นๆลงสู่พื้น เมื่อยืนในท่าม้าต่างๆ
การหัดการชกหยัดจี๋ช้งชุ่ย การยืนม้าขาเดียว การเดินสิบสองท่า
และมวยเส้นแรกคือสิวหนิ่มเธ่าว์ ระยะการฝึกประมาณหกเดือน
ขั้นที่สอง มวยเส้นที่สองฉั่มคิ่ว เรียนรู้ต้านชี้เสา
และเรียนรู้การเดินม้าขั้นพื้นฐานจากมวยเส้น การเรียนต้านชี้เสานั้น
ต้องรับรู้แรงจากคู่ต่อสู้และนำแรงนั้นลงหรือขึ้นจากพื้นได้ดีพอสมควร
ขั้นที่สาม มวยเส้นปิ้วจี้ จากขั้นสองถึงสาม ผู้ฝึกจะเริ่มฝึกการชี้เสาคู่
หรือเซี้ยงชี้เสา ต้องมีความเข้าใช้ในการฟังที่ดีว่ามือบนคุมอะไรมือล่างคุมอะไร
เมื่อมีแรงกดมาที่มาจะกระจายแรงลงพื้นอย่างไร จะชกจะนำแรงจากพื้นมาอย่างไร
การชกโดยไม่ต้องง้างให้เร็วและแรงทำอย่างไร อะไรคือช้าแต่เร็ว
ขั้นที่สี่ มวยเส้นหุ่นไม้ หรือหมกหยั่นจ๋อง
คือการฝึกการเดินม้าเข้าออกตามจังหวะการรับและรุกของทั้งแขนและขา
การใช้พลังจากพื้นอย่างถูกต้อง มาถึงจุดนี้ ต้องเริ่มหัดก๋องเสาได้
คือการประทะโดยมือไม่สัมผัสแต่มาทำจนสัมผัสเข้าวงจรของชี้เสา
ขั้นที่ห้า คือมีดปาดจ๋ามโต้ว หรือมีดแปดกระบวน หัดการพุ่งด้วยม้า
การโจมตีที่เฉียบคม การใช้อาวุธ
ขั้นที่หก คือ หลกติ๋มปุนกวัน หรือกระบองหกแต้มครึ่ง
ทำอย่างไรที่จะให้กระบองมีพลังจากพื้น
ทำอย่างไรที่สามารถใช้ปลายกระบองบังคับร่างกายคู่ต่อสู้ให้ไปในทิศทางที่เขาไม่ต้องการได้
จบขั้นที่หก ก็เป็นครูฝึกได้
แต่การฝึกแต่ละขั้นต้องมีการขึ้นสอบให้ผ่านเสียก่อน
ขั้นที่เจ็ด หรือ สายดำดั้งที่หนึ่ง เฝ้ยหลงฝูกวัน
หรือกระบองพยัคฆ์มังกรเหิร ทั้งเส้นและใช้ให้เป็น ทั้งกระบองสองเส้น
ใช้สลับกับการใช้มีด ที่ต้องใช้ให้เป็นด้วย
ขั้นที่แปด เก้า สิบ จะเป็นดั้งๆ ไป จะรวมถึง กู๋โหลวหวิ่งชุน
ยินแค่ซ้านหวิ่งชุน และอื่นๆ
เรียนทุกวันอาทิตย์ เริ่มเวลาเก้าโมงเช้าที่สวนลุม
ให้ต้นเอาสมุดมาให้เซ็นต์ชื่อเข้าทุกคน หากมาไม่ครบไม่รับสอบ
หากมาสายถือว่าขาดแต่ให้ฝึกได้ ไม่นับชั่วโมงเข้าชั่วโมงสอบ
เรียนวันอังคาร เวลา 19:00ที่เฮาส์
ให้นับวันเรียนวันอังคารเป็นชั่วโมงที่จะใช้ในการสอบด้วย
อย่างเช่นขั้นที่หนึ่งใช้เวลาเรียนสี่เดือนคือ สามสิบสองครั้ง
ต้องมาให้ครบจึงจะสอบได้
หากใครมาที่สวนลุมเพียงอย่างเดียวต้องเรียนถึงแปดเดือนจึงจะสอบได้และต้องมาให้ครบด้วย
และเมื่อมาสอบหากผลักแล้วไม่ผ่านส่งแรงลงพื้นไม่ได้
ต้องกลับไปหัดใหม่อย่างต่ำอีกสองเดือน หรือครึ่งหนึ่งของเวลา
สำหรับค่าเรียนนั้น
อาจารย์คงต้องขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือในการชำระค่าเรียนกับต้นด้วย
โดยที่ต้นจะต้องทำรายรับรายจ่ายให้ครบถ้วน สำหรับครูฝึกที่มาสอนประจำ
หากมีเงินพออาจารย์จะชดเชยค่าเดินทางให้ (ปัจจุบันค่าห้องอาจารย์ยังต้องออกเองเลย
อย่าว่าแต่ค่าใช้จ่ายของครูฝึก)
สำหรับการสอบสายนั้น สำหรับสายแรกนั้นที่สองร้อยบาท และขึ้นไปหนึ่งร้อยทุกๆสายที่สูงขึ้น พอครบขั้นที่หก ก็สามารถเป็นครูฝึกได้ แต่ต้องขอบอกก่อนว่า นั่นเทียบเท่าสายดำ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสำเร็จจนเป็นยอดฝีมือ