- ค. อุปธิ หมายถึง ผู้มีอวัยวะ
หรือ อายตนะ มีหู ตา เป็นต้น ครบถ้วน บริบูรณ์ เรียกว่า อุปธิสัมปัตติ
ถ้าขาดตกบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ ก็เรียกว่า อุปธิวิปัตติ
- ง. ปโยคะ หมายถึง ความเพียร
ผู้ที่เพียรชอบ ประกอบแต่กาย วาจา ใจ สุจริต เช่นนี้เรียกว่า ปโยคสัมปัตติ ถ้าไม่เป็นเช่นนั้น
ก็เรียกว่า ปโยควิปัตติ
- ในปวัตติกาล ขณะใดเป็นผู้มีสัมปัตติ
ขณะนั้นนานักขณิกกรรมกุสล ย่อมได้ โอกาสที่จะส่งผลให้ผู้นั้นได้
ประสบกับอารมณ์ที่เป็นอิฏฐารมณ์ พร้อมทั้งได้รับกัมมช รูป อันเป็นที่น่ารักน่าปรารถนา
ถ้าขณะใดมีวิปัตติ ขณะนั้นนานักขณิกกรรมที่เป็น อกุสล ย่อมได้โอกาสส่งผลให้ผู้นั้นประสบกับอนิฏฐารมณ์
พร้อมทั้งได้รับกัมมชรูป ที่ไม่น่ารักน่าปรารถนา
- ส่วนในปฏิสนธิกาล สัตว์ทั้งหลายย่อมได้รับทันที
ในขณะที่ปฏิสนธิ คือ อกุสลนานักขณิกกรรมก็ส่งผลให้
ปฏิสนธิในอบายภูมิ ถ้าเป็นกุสลนานักขณิกกรรม ก็ส่งผลให้ปฏิสนธิเป็น มนุษย์ เทวดา
พรหม ตามสมควรแก่
กรรมของตนในอดีต
- ๑. นานักขณิกกรรม หมายความว่า
เจตนาในขณะที่ต่างกัน
- ๒. ประเภท นามเป็นปัจจัย
นามรูปเป็นปัจจยุบบันน
- ๓. ชาติ ในปัจจัยนี้ มีถึง
๓ ชาติ คือ
- ก. อนันตรูปนิสสยปกตูปชาติ หมายความว่า
ปัจจัยธรรมกับปัจจยุบบันน ธรรมนั้นเกิดติดต่อกัน โดยไม่มีระหว่างคั่นนั้นอย่างหนึ่ง
ปัจจัยธรรมนี้เป็นที่อาศัย อันมีกำลัง อย่างแรงกล้าแก่ปัจจยุบบันนธรรมอย่างหนึ่ง
และปัจจัยธรรมอันเป็นที่ อาศัยอย่างแรงกล้าที่ได้ทำมาแล้วด้วยดีนั้น ช่วยอุปการะแก่ปัจจยุบบันนธรรมอีก
อย่างหนึ่ง ทั้ง ๓ นี้ ได้แก่ มัคคเจตนาที่เป็นปัจจัยให้เกิดผลจิต
- ข. ปกตูปนิสสยชาติ หมายความว่า
ปัจจัยธรรมอันเป็นที่อาศัยอย่างแรงกล้า ที่ ได้ทำมาแล้วด้วยดีนั้น ช่วยอุปการะแก่ปัจจยุบบันนธรรมให้เกิดขึ้น
ได้แก่ เจตนา เจตสิกที่มีกำลังมากช่วยอุปการะให้เกิดวิบากนามขันธ์ ๔
- ค. นานักขณิกกัมมชาติ หมายความว่า
ปัจจัยธรรมที่เป็นอดีต คือ ที่ดับไป แล้วนั้น มีอำนาจให้เกิด
ปัจจยุบบันนธรรมในภายหลัง ได้แก่ เจตนาเจตสิกที่มีกำลัง น้อย(ทุพละ) เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่กามวิบาก
จิตให้เกิดขึ้น และเจตสิกที่มีกำลัง มาก(พลวะ) และกำลังน้อย(ทุพละ) เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่กัมมชรูปให้เกิดขึ้น
- ๔. กาล เป็นอดีตกาล
- ๕. สัตติ เป็นชนกสัตติ
แต่อย่างเดียว
- ๖. องค์ธรรมของปัจจัย ได้แก่
เจตนาเจตสิกที่ในอกุสลจิต ๑๒ และที่ใน กุสลจิต ๒๑ ที่เป็นอดีต คือ
ที่ได้ดับไปแล้ว
- องค์ธรรมของปัจจยุบบันน ได้แก่
วิบากจิต ๓๖ เจตสิก ๓๘ ปฏิสนธิกัมมช รูป อสัญญสัตตกัมมชรูป
ปวัตติกัมมชรูป
- องค์ธรรมของปัจจนิก ได้แก่ อกุสลจิต
๑๒ กุสลจิต ๒๑ กิริยาจิต ๒๐ เจตสิก ๕๒ จิตตชรูป พาหิรรูป
อาหารชรูป อุตุชรูป
- ๗. ความหมายโดยย่อ นานักขณิกกัมมปัจจัยนี้
มี ๒ วาระ
- (๑) กุสลเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
กุสลเจตนา ๒๑ ในกุสลนามขันธ์ ๔ ที่เป็น อดีต เป็นนานักขณิกกัมมปัจจัย
กุสลวิบากจิต ๒๙ เจตสิก ๓๘ และกัมมชรูป เป็น นานักขณิกกัมมปัจจยุบบันน
- (๒) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
อกุสลเจตนา ๑๒ ในอกุสลนามขันธ์ ๔ ที่เป็นอดีต เป็นนานักขณิกกัมมปัจจัย อกุสลวิบากจิต
๗ อัญญสมานาเจตสิก ๑๐ (เว้น วิริยะ ปิติ ฉันทะ) และกัมมชรูป เป็นนานักขณิกกัมมปัจจยุบบันน
- ๘. ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้
รวม ๗ ปัจจัย คือ
- ๑. นานักขณิกกัมมปัจจัย ๒.
อนันตรปัจจัย
- ๓. สมนันตรปัจจัย ๔.
อนันตรูปนิสสยปัจจัย
- ๕. ปกตูปนิสสยปัจจัย ๖.
นัตถิปัจจัย
- ๗. วิคตปัจจัย
๑๔. วิปากปัจจัย
- ๑. วิปาก หมายความว่า ผลของกุสลกรรมและผลของอกุสลกรรม
- ๒. ประเภท นามเป็นปัจจัย
นามรูปเป็นปัจจยุบบันน
- ๓. ชาติ เป็นสหชาตชาติ
คือ ปัจจัยและปัจจยุบบันน เกิดในจิตดวงเดียวกัน
- ๔. กาล เป็นปัจจุบัน
- ๕. สัตติ มีทั้ง ชนกสัตติ
และอุปถัมภกสัตติ
- ๖. องค์ธรรมของปัจจัย ได้แก่
วิบากจิต ๓๖ เจตสิก ๓๘ ในปฏิสนธิกาล และปวัตติกาล ที่ช่วย
อุปการะซึ่งกันและกัน และที่ช่วยอุปการะแก่จิตตชรูปและ ปฏิสนธิกัมมชรูป
- องค์ธรรมของปัจจยุบบันน ได้แก่
วิบากจิต ๓๖ เจตสิก ๓๘ ขณะที่ไม่ได้ เป็นปัจจัย, จิตตชรูป ๑๓
(เว้นวิญญัติติรูป ๒) ที่เกิดขึ้นจากวิบากนามขันธ์เหล่านี้ ตามสมควร และปฏิสนธิกัมมชรูป
- องค์ธรรมของปัจจนิก ได้แก่ กุสลจิต
๒๑, อกุสลจิต ๑๒, กิริยาจิต ๒๐, เจตสิก ๕๒, จิตตชรูปที่เกิดขึ้น
จาก กุสล อกุสล กิริยา นามขันธ์เหล่านี้ตาม สมควร, พาหิรรูป, อาหารชรูป, อุตุชรูป,
อสัญญสัตตกัมมชรูป,
ปวัตติกัมมชรูป
- ๗. ความหมายโดยย่อ วิปากปัจจัยนี้
มีวาระเดียว คือ อพยากตะเป็นปัจจัย แก่อพยากตะ
- วิบากนามขันธ์ ๔ อันได้แก่ วิบากจิต
๓๖ เจตสิก ๓๘ ที่เป็นปฏิสนธิกาล และปวัตติกาล แล้วแต่ว่าจะ
ยกนามขันธ์ใดเป็นปัจจัย วิบากนามขันธ์ ๔ อันได้แก่ วิบากจิต ๓๖ เจตสิก ๓๘ เฉพาะนามขันธ์ที่เหลือ,
วิบากจิตตชรูป ๑๓ (เว้น วิญญัติติรูป ๒), ปฏิสนธิกัมมชรูป เป็นวิปากปัจจยุบบันน
- จะยกนามขันธ์เดียวหรือ ๒ หรือ๓
เป็นปัจจัยก็ตาม นามขันธ์ที่เหลือ ๓ หรือ ๒ หรือ ๑ (ตามลำดับ) ก็เป็นปัจจยุบบันนเสมอไป
ดังที่เคยได้กล่าวแล้วข้างต้น
- ส่วนปฏิสนธิกัมมชรูป และจิตตชรูป
ในปัจจัยนี้ เป็นปัจจยุบบันนธรรม อย่างเดียวเป็นปัจจัยธรรมไม่ได้
- ๘. ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้
รวม ๘ ปัจจัย คือ
- ๑. วิปากปัจจัย ๒.
สหชาตปัจจัย
- ๓. อัญญมัญญปัจจัย ๔.
นิสสยปัจจัย
- ๕. สัมปยุตตปัจจัย ๖.
วิปปยุตตปัจจัย
- ๗. สหชาตัตถิปัจจัย ๘.
สหชาตอวิคตปัจจัย
๑๕. อาหารปัจจัย
- อาหารปัจจัยนี้ จำแนกออกได้เป็น
๒ คือ
- ก. อาหารประเภท ข้าว น้ำ นม ขนม
เนย เป็นต้น ที่เรียกว่า กพฬีการาหาร คือ รูปอาหารนั้น เป็นปัจจัย
ช่วยอุปการะรูปกายให้เจริญเติบโตและตั้งอยู่ได้นั้น มีชื่อว่า รูปอาหารปัจจัย
- ข. ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และวิญญาณาหาร
คือ นามอาหาร ๓ นั้น เป็นปัจจัยช่วยอุปการะให้
เวทนาเจตสิก ปฏิสนธิวิญญาณ และเจตสิกกับกัมมชรูป (ตามลำดับ) ให้เกิดขึ้น และตั้งอยู่ได้นั้น
มีชื่อว่า
นามอาหารปัจจัย
รูปอาหารปัจจัย
- ๑. รูปอาหาร หมายความว่า
อาหารที่เป็นรูปธรรม คือ กพฬีการาหาร
- ๒. ประเภท รูปเป็นปัจจัย
รูปเป็นปัจจยุบบันน
- ๓. ชาติ เป็นอาหารชาติ
หมายความว่า ปัจจัยธรรมนั้นได้แก่ อาหารนั่นเอง
- ๔. กาล เป็นกาลปัจจุบัน
- ๕. สัตติ มีทั้ง ชนกสัตติ
และอุปถัมภกสัตติ
- ๖. องค์ธรรมของปัจจัย ได้แก่
พหิทธโอชาที่อยู่ในอาหารต่าง ๆ
- อีกนัยหนึ่งแสดงว่า ได้แก่ กัมมชโอชา
จิตตชโอชา อุตุชโอชา อาหารชโอชา ที่อยู่ภายใน(อัชฌัตตสันตานะ) และอุตุชโอชาที่อยู่ภายนอก
(พหิทธสันตานะ) คือ โอชาที่อยู่ในอาหารต่าง ๆ
- องค์ธรรมของปัจจยุบบันน ได้แก่อาหารสมุฏฐานิกรูป
คือรูปที่เกิดจากอาหาร อีกนัยหนึ่งแสดงว่า ได้แก่ จตุสมุฏฐานิกรูปที่ตั้งอยู่ในกลาปอันเดียวกันกับ
ปัจจัยธรรม และที่ตั้งอยู่ในกลาปอื่น ๆ (เว้นโอชาที่อยู่ในกลาป
อันเดียวกัน)
- องค์ธรรมของปัจจนิก ได้แก่ จิต
๘๙, เจตสิก ๕๒, จิตตชรูป, ปฏิสนธิ กัมมชรูป, พาหิรรูป, อุตุชรูป,
อสัญญสัตตกัมมชรูป, ปวัตติกัมมชรูป
- อีกนัยหนึ่งแสดงว่า ได้แก่ จิต
๘๙, เจตสิก ๕๒ และพาหิรรูป
- ๗. ความหมายโดยย่อ รูปอาหารปัจจัย
มีวาระเดียว คือ อพยากตะเป็น ปัจจัยแก่อพยากตะ
- กพฬีการาหาร บ้างก็เรียก กวฬิงการาหาร
คือ โอชาที่อยู่ในอาหารต่าง ๆ หรืออีกนัยหนึ่ง ได้แก่ โอชาที่อยู่ทั้งภายในและภายนอกเป็นรูปอาหารปัจจัย
จตุสมุฏ ฐานิกรูป คือ รูปที่เกิดจากสมุฏฐานทั้ง ๔ ที่ตั้งอยู่ในกลาปอันเดียวกันกับปัจจัย
ธรรม และตั้งอยู่ในกลาปอื่น ๆ เป็นรูปอาหารปัจจยุบบันน
- ขยายความว่า โอชาที่เป็นปัจจัยธรรมนั้น
เมื่อช่วยอุปการะแก่อาหารชรูป คือ อาหารชโอชานั้น เป็น
ไปโดยอำนาจชนกสัตติ แต่ถ้าเป็นการช่วยอุปการะแก่ ติชรูป ที่เหลือนอกนั้น คือ
กัมมชโอชา จิตตชโอชา
และอุตุชโอชาแล้ว เป็นไปโดยอำนาจ อุปถัมภกสัตติ
- ๘. ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้
รวม ๓ ปัจจัย คือ
- ๑. รูปอาหารปัจจัย ๒.
อาหารัตถิปัจจัย ๓. อาหารอวิคตปัจจัย
นามอาหารปัจจัย
- ๑. นามอาหาร หมายความถึง
ผัสสาหาร คือ ผัสสเจตสิก, มโนสัญเจตนา หาร คือ เจตนาเจตสิก และ
วิญญาณาหาร คือ จิตทั้งหมด
- ๒. ประเภท นามเป็นปัจจัย
นามรูปเป็นปัจจยุบบันน
- ๓. ชาติ เป็นสหชาตชาติ
หมายความว่า ปัจจัยธรรมกับปัจจยุบบันนธรรมนั้น เกิดพร้อมกัน
- ๔. กาล เป็นปัจจุบัน
- ๕. สัตติ มีทั้งชนกสัตติ
และอุปถัมภกสัตติ
- ๖. องค์ธรรมของปัจจัย ได้แก่
นามอาหาร องค์ธรรม ๓ คือ ผัสสะ เจตนา และวิญญาณ
- องค์ธรรมของปัจจยุบบันน ได้แก่
จิต ๘๙, เจตสิก ๕๒, จิตตชรูป, ปฏิสนธิ กัมมชรูป ที่เกิดพร้อมกับ
ปัจจัยธรรม
- องค์ธรรมของปัจจนิก ได้แก่ พาหิรรูป,
อาหารชรูป, อุตุชรูป, อสัญญสัตต กัมมชรูป, ปวัตติกัมมชรูป
- ๗. ความหมายโดยย่อ นามอาหารปัจจัยนี้
มี ๗ วาระ
- (๑) กุสลเป็นปัจจัยแก่กุสล กุสลนามอาหาร
๓ คือ ผัสสะ เจตนา วิญญาณ ที่ในกุสลจิต ๒๑ เป็น
นามอาหารปัจจัย กุสลสัมปยุตตขันธ์ อันได้แก่ กุสลจิต ๒๑ เป็นนามอาหารปัจจยุบบันน
- (๒) กุสลเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
กุสลนามอาหาร ๓ ในกุสลจิต ๒๑ ใน ปัญจโวการภูมิ เป็นนามอาหารปัจจัย
กุสลจิตตชรูป เป็นนามอาหารปัจจยุบบันน
- (๓) กุสลเป็นปัจจัยแก่กุสลด้วยแก่อพยากตะด้วย
กุสลนามอาหาร ๓ ใน กุสลจิต ๒๑ ในปัญจโวการภูมิ เป็นนามอาหารปัจจัย กุสลจิต ๒๑
ด้วย กุสล จิตตชรูปด้วย เป็นนามอาหารปัจจยุบบันน
- (๔) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อกุสล อกุสลนามอาหาร
๓ คือ ผัสสะ เจตนา วิญญาณ ที่ในอกุสลจิต ๑๒ เป็น
นามอาหารปัจจัย อกุสลสัมปยุตตขันธ์ อันได้แก่ อกุสลจิต ๑๒ เป็นนามอาหารปัจจยุบบันน
- (๕) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
อกุสลนามอาหาร ๓ ในอกุสลจิต ๑๒ ในปัญจโวการภูมิ เป็น
นามอาหารปัจจัย อกุสลจิตตชรูปเป็นนามอาหารปัจจยุบบันน
- (๖) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อกุสลด้วยแก่อพยากตะด้วย
อกุสลนามอาหาร ๓ ในอกุสลจิต ๑๒ ในปัญจโวการภูมิ เป็นนามอาหารปัจจัย อกุสลจิต
๑๒ ด้วย อกุสลจิตตชรูปด้วย เป็นนามอาหารปัจจยุบบันน
- (๗) อพยากตะเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
อพยากตะนามอาหาร ๓ คือ ผัสสะ เจตนา วิญญาณ ที่ในวิบากจิต ๓๖ ทั้งในปวัตติกาลและในปฏิสนธิกาล,
ที่ในกิริยา จิต ๒๐ ในปวัตติกาลอย่างเดียวเป็นนามอาหารปัจจัย วิบากจิต ๓๖,
กิริยาจิต ๒๐, วิบากจิตตชรูป, กิริยาจิตตชรูป, ปฏิสนธิกัมมชรูป เป็นนามอาหารปัจจยุบบันน
- ๘. ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้
รวม ๑๒ ปัจจัย คือ
- ๑. นามอาหารปัจจัย ๒.
สหชาตาธิปติปัจจัย
- ๓. สหชาตปัจจัย ๔.
อัญญมัญญปัจจัย
- ๕. สหชาตนิสสยปัจจัย ๖.
สหชาตกัมมปัจจัย
- ๗. วิปากปัจจัย ๘.
สหชาตินทริยปัจจัย
- ๙. สัมปยุตตปัจจัย ๑๐.
สหชาตวิปปยุตตปัจจัย
- ๑๑. สหชาตัตถิปัจจัย ๑๒.
สหชาตอวิคตปัจจัย
๑๖. อินทริยปัจจัย
- อินทริย คือความเป็นผู้ปกครอง
ความเป็นใหญ่ในหน้าที่ของตน ซึ่งมีจำนวน ๒๒ จึงเรียกว่า อินทรีย ๒๒
ในอินทรีย ๒๒ นั้นเป็นปัจจัยได้เพียง ๒๐ ส่วนอีก ๒ คือ อิตถินทรีย และปุริสินทรีย
เป็นปัจจัยไม่ได้ เพราะ
ธรรมที่จะเป็นปัจจัยได้ จะต้องมีอำนาจหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง ๒ อย่าง
คือ ชนกสัตติ ทำให้ เกิดขึ้น
และอุปถัมภกสัตติ ทำให้ตั้งอยู่ได้ อันความเป็นหญิงเป็นชายนั้น ครอง ความเป็นใหญ่แห่งเพศหญิงเพศชายของ
ตนไว้ได้ก็จริง แต่ไม่มีความสามารถในการที่ จะอุปการะช่วยเหลือให้ธรรมอื่นใดเกิดขึ้น
และไม่สามารถที่จะ
อุปการะช่วยเหลือให้ ธรรมอื่นใดตั้งอยู่ได้ด้วย เมื่อไม่สามารถที่จะมีชนกสัตติ
หรืออุปถัมภกสัตติได้เช่นนี้แล้ว
ก็เป็นปัจจัยไม่ได้
- อินทริยปัจจัย จำแนกออกได้เป็น
๓ คือ
- ก. นามอินทริย องค์ธรรม ๘ (คือ
ชีวิต จิต เวทนา สัทธา วิริยะ สติ เอกัคคตา ปัญญา) เป็นปัจจัยช่วย
อุปการะ โดยความเป็นใหญ่แก่ นาม รูป ที่เกิดพร้อม กันกับตนนั้น ได้ชื่อว่า สหชาตินทริยปัจจัย
- ข. วัตถุ ๕ (มีจักขุวัตถุ เป็นต้น)
ที่เกิดก่อน (เกิดพร้อมกับอดีตภวังคดวง แรก) เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่
ทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ นั้น ได้ชื่อว่า ปุเรชาตินทริยปัจจัย บ้างก็เรียกว่า
วัตถุปุเรชาตินทริยปัจจัย
- ค. รูปชีวิตินทรีย (คือ ชีวิตรูป)
เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่ อุปาทินนกรูป (คือ กัมมชรูป) ที่เหลือ ๙ รูป
หรือ ๘ รูป ซึ่งอยู่ในกลาปเดียวกับชีวิตรูปนั้น ได้ ชื่อว่า รูปชีวิตินทริยปัจจัย
สหชาตินทริยปัจจัย
- ๑. สหชาตินทรีย หมายถึง
นามอินทรียองค์ธรรม ๘
- ๒. ประเภท นามเป็นปัจจัย
นามรูปเป็นปัจจยุบบันน
- ๓. ชาติ เป็นสหชาตชาติ
- ๔. กาล เป็นปัจจุบัน
- ๕. สัตติ มีทั้งชนกสัตติ
และอุปถัมภกสัตติ
- ๖. องค์ธรรมของปัจจัย ได้แก่
นามอินทรียองค์ธรรม ๘
- องค์ธรรมของปัจจยุบบันน ได้แก่
จิต ๘๙ เจตสิก ๕๒ ที่เกิดพร้อมกับปัจจัย ธรรม และจิตตชรูป
ปฏิสนธิกัมมชรูป
- องค์ธรรมของปัจจนิก ได้แก่ พาหิรรูป
อาหารชรูป อุตุชรูป อสัญญสัตต กัมมชรูป ปวัตติกัมมชรูป
- ๗. ความหมายโดยย่อ สหชาตินทริยปัจจัยนี้
มี ๗ วาระ
- (๑) กุสลเป็นปัจจัยแก่กุสล นามอินทรียองค์ธรรม
๘ ที่ในกุสลจิต ๒๑ เป็น สหชาตินทริยปัจจัย
กุสลสัมปยุตตขันธ์ คือ กุสลจิต ๒๑ เป็นสหชาตินทริย ปัจจยุบบันน
- (๒) กุสลเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
นามอินทรีย องค์ธรรม ๘ ที่ในกุสลจิต ๒๑ เป็นสหชาตินทริยปัจจัย
กุสลจิตตชรูป เป็นสหชาตินทริยปัจจยุบบันน
- (๓) กุสลเป็นปัจจัยแก่กุสลด้วยแก่อพยากตะด้วย
นามอินทรียองค์ธรรม ๘ ในกุสลจิต ๒๑ เป็นสหชาตินทรียปัจจัย
กุสลจิต ๒๑ ด้วย กุสลจิตตชรูปด้วย เป็น สหชาตินทริยปัจจยุบบันน
- (๔) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อกุสล อกุสลนามอินทรียองค์ธรรม
๕ (คือ ชีวิต จิต เวทนา วิริยะ เอกัคคตา) ที่ใน
อกุสลจิต ๑๒ เป็นสหชาตินทริยปัจจัย อกุสลจิต ๑๒ เป็นสหชาตินทริยปัจจยุบบันน
- (๕) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
อกุสลนามอินทรียองค์ธรรม๕ ที่ในอกุสล จิต ๑๒ เป็นสหชาตินทรียปัจจัย อกุสลจิตตชรูปเป็นสหชาตินทริยปัจจยุบบันน
- (๖) อกุสลเป็นปัจจัยแก่อกุสลด้วยแก่อพยากตะด้วย
อกุสลนามอินทรียองค์ ธรรม ๕ ที่ในอกุสลจิต ๑๒ เป็นสหชาตินทรียปัจจัย อกุสลจิต
๑๒ ด้วย อกุสล จิตตชรูปด้วย เป็นสหชาตินทริยปัจจยุบบันน
- (๗) อพยากตะเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
นามอินทรียองค์ธรรม ๘ ที่ในวิบาก จิต ๓๖ กิริยาจิต ๒๐ ในปวัตติกาล และในปฏิสนธิกาลตามสมควร
เป็นสหชาติน ทริยปัจจัย วิบากจิต ๓๖ กิริยาจิต ๒๐ วิบากจิตตชรูป กิริยาจิตตชรูป
ในปวัตติกาล และวิบากปฏิสนธิจิต ๑๙, ปฏิสนธิกัมมชรูป เป็นสหชาตินทริยปัจจยุบบันน
- ๘. ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้
รวม ๑๔ ปัจจัย คือ
- ๑. สหชาตินทริยปัจจัย ๒.
เหตุปัจจัย ๓. สหชาตาธิปติปัจจัย
- ๔. สหชาตปัจจัย ๕.
อัญญมัญญปัจจัย ๖. สหชาตนิสสยปัจจัย
- ๗. วิปากปัจจัย ๘.
นามอาหารปัจจัย ๙. ฌานปัจจัย
- ๑๐. มัคคปัจจัย ๑๑.
สัมปยุตตปัจจัย ๑๒. สหชาตวิปปยุตตปัจจัย
- ๑๓. สหชาตัตถิปัจจัย ๑๔.
สหชาตอวิคตปัจจัย
ปุเรชาตินทริยปัจจัย
- ๑. ปุเรชาตินทรีย หมายความว่า
ธรรมที่เกิดก่อน เป็นปัจจัยช่วยอุปการะ โดยความเป็นใหญ่
- ๒. ประเภท รูปเป็นปัจจัย
นามเป็นปัจจยุบบันน
- ๓. ชาติ เป็นวัตถุปุเรชาตชาติ
หมายความว่า ปัจจัยธรรมที่เกิดก่อนนั้นช่วย อุปการะแก่ปัจจยุบบันนธรรม
- ๔. กาล เป็นปัจจุบัน
- ๕. สัตติ มีทั้ง ชนกสัตติ
และอุปถัมภกสัตติ
- ๖. องค์ธรรมของปัจจัย ได้แก่
วัตถุ ๕ คือ ปสาทรูป ๕ ที่เกิดพร้อมกับ อดีตภวังคดวงแรก หรืออีกนัยหนึ่ง ฐีติปัตตปัญจวัตถุ
๔๙ ที่ยังกำลังมีอยู่กับ ภวังคจิตก่อนที่จะถึง ปัญจวิญญาณ
- องค์ธรรมของปัจจยุบบันน ได้แก่
ทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ สัพพจิตตสาธารณ เจตสิก ๗
- องค์ธรรมของปัจจนิก ได้แก่ จิต
๗๙(เว้นทวิปัญจวิญญาณ ๑๐) เจตสิก ๕๒ และรูปทั้งหมด
- ๗. ความหมายโดยย่อ ปุเรชาตินทริยปัจจัย
บ้างก็เรียกว่า วัตถุปุเรชาติน ทริยปัจจัยนี้มีวาระเดียว คือ อพยากตะเป็นปัจจัยแก่อพยากตะ
ได้แก่ อินทรียรูป ๕ คือ จักขุนทรีย โสตินทรีย ฆานินทรีย ชิวหินทรีย
กายินทรีย ที่เป็นฐีติปัตต เป็น ปุเรชาตินทริยปัจจัย ทวิปัญจวิญญาณ ๑๐ สัพพจิตตสาธารณเจตสิก
๗
เป็นปุเรชาตินทริยปัจจยุบบันน
- ๘. ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้
รวม ๖ ปัจจัย คือ
- ๑. ปุเรชาตินทริยปัจจัย ๒.
วัตถุปุเรชาตนิสสยปัจจัย
- ๓. วัตถุปุเรชาตปัจจัย ๔.
วัตถุปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย
- ๕. วัตถุปุเรชาตัตถิปัจจัย ๖.
วัตถุปุเรชาตอวิคตปัจจัย
รูปชีวิตินทริยปัจจัย
- ๑. รูปชีวิตินทรีย หมายความถึง
ชีวิตรูป
- ๒. ประเภท รูปเป็นปัจจัย
รูปเป็นปัจจยุบบันน
- ๓. ชาติ เป็นรูปชีวิตินทริยชาติ
หมายความว่า ปัจจัยธรรมนั้นได้แก่ ชีวิตรูป ซึ่งทำหน้าที่เป็นใหญ่ เป็นผู้ปกครองในการรักษารูปธรรมที่เกิดขึ้นด้วยกัน
- ๔. กาล เป็นปัจจุบัน
- ๕. สัตติ มีทั้ง ชนกสัตติ
และอุปถัมภกสัตติ
- ๖. องค์ธรรมของปัจจัย ได้แก่
ชีวิตรูป ทั้งในปฏิสนธิกาลและในปวัตติกาล
- องค์ธรรมของปัจจยุบบันน ได้แก่
กัมมชรูปที่เหลือ ๙ รูป หรือ ๘ รูป ซึ่งอยู่ ในกลาปเดียวกับชีวิตรูปนั้น ๆ
- องค์ธรรมของปัจจนิก ได้แก่ จิต
๘๙, เจตสิก ๕๒ จิตตชรูป, พาหิรรูป, อาหารชรูป, อุตุชรูป และชีวิตรูป
(ที่เป็นปัจจัย)
- ๗. ความหมายโดยย่อ รูปชีวิตินทรียปัจจัยนี้
มีวาระเดียว คือ อพยากตะ เป็นปัจจัยแก่อพยากตะ ได้แก่
ชีวิตรูปทั้งหลาย เป็นรูปชีวิตินทริยปัจจัย กัมมชรูป ที่เหลือ ๙ รูปหรือ ๘ รูป
ซึ่งอยู่ในกลาปเดียวกับชีวิตรูปนั้น ๆ เป็นรูปชีวิตินทริย ปัจจยุบบันน เช่น
- จักขุทสกกลาป มีอวินิพโภครูป ๘
จักขุปสาทรูป ๑ และชีวิตรูป ๑ รวม ๑๐ รูป ชีวิตรูป ๑ เป็นปัจจัยเสียแล้ว
อวินิพโภครูป ๘ จักขุปสาทรูป ๑ รวม ๙ รูป ที่เหลือนี้ก็เป็นปัจจยุบบันน
- โดยทำนองเดียวกัน ชีวิตนวกลาป
มีอวินิพโภครูป ๘ และ ชีวิตรูป ๑ รวม ๙ รูป ชีวิตรูป ๑ เป็นปัจจัยเสียแล้ว อวินิพโภครูป
๘ ที่เหลือ ก็เป็นปัจจยุบบันน
- ๘. ปัจจัยที่เกิดร่วมด้วยกันได้
รวม ๓ ปัจจัย คือ
- ๑. รูปชีวิตินทริยปัจจัย ๒.
รูปชีวิตินทริยัตถิปัจจัย
- ๓. รูปชีวิตินทริยอวิคตปัจจัย