:  แผนพัฒนากีฬาฟุตบอลจังหวัดสกลนครสู่ความเป็นเลิศ และยั่งยืน

             ความสำคัญของกีฬาฟุตบอล

                        ฟุตบอล  เป็นกีฬาประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากบุคคลทั่วไปทุกระดับชั้น  ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศทั่วทุกมุมโลก  โดยเฉพาะประเทศไทย กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมที่สุด  ซึ่งจะเห็นได้จากในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ( World Cup) ประชาชนจำนวนหลายล้านคน เฝ้าติดตามชมการแข่งขันอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา  นับเป็นเกมการแข่งขันที่สนุกสนาน  เร้าใจ  ดึงดูดใจ เพราะการแข่งขันฟุตบอลโลกแต่ละทีม  ได้มีการพัฒนารูปแบบ  การเล่น  เทคนิค  แท็กติค ใหม่ๆ และสมรรถภาพทางกายที่สมบูรณ์อยู่เสมอ  ทำให้เกมการแข่งขันตื่นเต้นเร้าใจ  ประทับใจตลอดกาล

                   กีฬาฟุตบอล นับเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งสิ่งหนึ่งของสังคมไทย เพราะกีฬาฟุตบอลมีความโดดเด่น และมีประชาชนสนใจมากที่สุด  มีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทั้งภายใน และภายนอกประเทศ  มีเครือข่ายโยงใยทั่วโลก หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับมีแต่ข่าวกีฬา หรือแยกข่าวกีฬาออกมาอีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะ  หรือบางฉบับมีข่าวกีฬาโดยเฉพาะฟุตบอลอย่างเดียวทั้งฉบับ  มีวารสารกีฬาฟุตบอลหลายฉบับ  มีหนังสือฟุตบอลใช้ในด้านการเรียนการสอน หรือตำราฟุตบอลเกิดขึ้นเป็นเงาตามตัว  สถานีวิทยุกระจายเสียงมีข่าวกีฬาตลอดทั้งวันหลายรายการ  โทรทัศน์เสนอรายการกีฬา  โดยเฉพาะฟุตบอลทั้งเทป และถ่ายทอดสดทั้งในประเทศ และต่างประเทศหลายช่องเกือบทุกวัน  โดยเฉพาะฟุตบอลโลก  ประชาชนคนไทย และทั่วโลกเฝ้าติดตามชมการถ่ายทอดฟุตบอลโลกผ่านดาวเทียมจำนวนหลายล้านคน  จนกระทั่งผู้สื่อข่าวกีฬาให้ฉายาว่า  “ฟุตบอลโลกฟีเวอร์” เป็นต้น

                   นักฟุตบอลฝีเท้าดีจะได้รับการกล่าวขานและติดตามชมของประชาชนทั่วโลก  และมีชื่อเสียงเป็นที่ประจักษ์ของคนทั่วโลก  ส่งเสริมให้นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงนั้น  มีตำแหน่งเพิ่มขึ้น  อาทิ  รัฐมนตรีกีฬา เปเล่  หรือราชาลูกหนังโลกไข่มุกดำแห่งประเทศ บราซิล  เป็นต้น

                   สภาพการณ์ยุคโลกาภิวัฒน์  กีฬาฟุตบอลนับเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงทรัพยากรบุคคลของชาติ และนับวันจะมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ  ได้รับความสนใจมากจากบุคคลในวงการต่างๆ  ทุกระดับชั้นสำหรับวงการศึกษา  วิชาฟุตบอลได้รับการบรรจุอยู่ในหลักสูตรตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ถึงระดับอุดมศึกษา  ซึ่งในระดับอุดมศึกษา  วิชาฟุตบอล แบ่งเป็น  3  วิชา  คือ วิชาฟุตบอล 1 (พล.115)  วิชาฟุตบอล 2 (พล.315) และวิชาโค้ชฟุตบอล (พล.481)  เป็นวิชาเอกบังคับ และวิชาเอกเลือกของนิสิตนักศึกษาพลศึกษา ทั้ง ว.ทบ.  , กศ.บ. เป็นวิชาพื้นฐานทั่วไป และวิชาเลือกเสรีของนิสิตนักศึกษาวิชาเอกอื่นๆ  ทุกคณะของมหาวิทยาลัย  โดยมีนิสิตนักศึกษาเรียนเทอมละหลายกลุ่มอีกด้วย  สำหรับสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนวิชาเอกพลศึกษา    ปี 2539 พบว่าสถาบันที่มีการเรียนการสอนวิชาฟุตบอลวิชาเอกพลศึกษา  ได้แก่  มหาวิทยาลัย  9  แห่ง  วิทยาลัยพลศึกษา  17 แห่ง และสถาบันราชภัฏ  26  แห่ง รวม 52  แห่ง  ทั่วประเทศ  นิสิตนักศึกษาทั้งชาย และหญิง ที่เรียนวิชาฟุตบอลในช่วงปี  2538 – 2539  มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 5,348 คน   

 

           ปัญหาของการบริหารทีมฟุตบอลจังหวัดสกลนคร

                   แนวทางการพัฒนาฟุตบอลจังหวัดสกลนคร  จำเป็นต้องศึกษา หรือวางนโยบายให้ดีมีความต่อเนื่องแบบลูกโซ่อย่างถาวร และจริงจัง  จึงจะเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

                   ในปัจจุบันกีฬาฟุตบอลของจังหวัดสกลนคร  พบว่า ยังขาดการพัฒนา และการเริ่มต้นที่ดี หรือช้าไป  ผลที่ได้รับจากการแข่งฟุตบอลในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา  เป็นไปอย่างไม่มีระบบ และแบบแผน  เพียงเพื่อให้จบการแข่งขันของแต่ละทัวนาเม้นท์ แล้วก็ผ่านไปไม่มีความต่อเนื่อง    ผลจากการวิเคราะห์จะพบปัญหาต่อไปนี้

1.    ปัญหาด้านการเงิน รวมถึงปัญหาด้านการให้ความสำคัญของกีฬาฟุตบอล จากผู้สนับสนุนทีม ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน

2.    ปัญหาด้านการบริหารองค์การ  ขาดการวางแผน หรือการวางนโยบายที่ดี

3.    ปัญหาด้านขาดบุคลากร  นับแต่ ผู้ฝึกสอน  เจ้าหน้าที่ทีม  จนถึงผู้เล่นเอง 

4.    ไม่มีองค์การสำหรับการบริหารทีม  นับแต่ผู้บริหาร ลงมาถึงผู้เล่นนักกีฬาเอง เป็นไปอย่างไม่มีระเบียบ  ระบบ และแบบแผน

5.    การแบ่งกลุ่มในการทำงาน  การแบ่งกลุ่มผู้บริหาร  นักกีฬา  หรือผู้ที่รับมอบหมาย

6.    วิสัยทัศน์ของผู้ทำทีมฟุตบอล

7.    นักกีฬาฟุตบอล ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีของนักฟุตบอลที่จะเป็นต้นแบบของการพัฒนาทีมสู่ความเป็นเลิศ

 

ปัญหาด้านผู้บริหารทีม

1.    ขาดภาวะผู้นำที่ดี

2.    ไม่มีนโยบายและเป้าหมายที่แน่นอน

3.    ผลประโยชน์ส่วนตัวมาก่อน  ส่วนรวมมาทีหลัง

4.    ไม่มีเทคนิคจูงใจ

5.    ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า

6.    บริหารเวลาไม่ถูกต้อง

7.    การติดต่อประสานงาน และมอบหมายงานไม่ดี

8.    ขาดความเป็นกันเอง

9.    ไม่สอดส่องการทำงานของลูกทีม

10.           ไม่ฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมทีม

11.           ใช้อารมณ์  เอาแต่ใจตัวเอง  ขาดความเป็นธรรม

12.           การไม่จริงใจกับผู้ร่วมทีม

13.           สร้างความแตกแยก

14.           ทำงานผิดพลาดไม่ยอมรับความจริง

15.           ใช้คนไม่เหมาะสมกับงาน

16.           ขาดการติดตามและควบคุมงาน

17.           ระบบการเล่นขาดประสิทธิภาพ

18.           อุปกรณ์ไม่เพียงพอ

19.           บรรยากาศของทีมไม่ดี

20.           ไม่มีความผูกพันกับองค์การ

21.           ระบบงานซับซ้อน

22.           สับสน  ขาดการประสานงาน

23.           การฝึกแบบไม่มีระบบและกระบวนการที่ถูกต้อง

24.           ไม่ยึดถือความร่วมมือ และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

25.           สถานที่เก็บตัว และที่ฝึกไม่สะดวกและปลอดภัย

 ปัญหาด้านสตาฟโค้ชและผู้เล่นในทีม

1.    ไม่รู้จักแก้ปัญหาด้วยตนเอง

2.    มีเป้าหมายในการทำงานไม่เหมือนกัน

3.    ไม่ยอมรับระเบียบวินัย  กฎ  ข้อบังคับของทีม

4.    เกรงกลัวไม่กล้าแสดงความคิดเห็นต่อโค้ช

5.    ไม่รอบคอบ และไม่เข้าใจวิธีการฝึก และวิธีการเล่นของทีม

6.    การสื่อสารคำสั่งที่ได้รับไม่ดีพอ

7.    ไม่มีความสามัคคี

8.    ขาดขวัญและกำลังใจในทีม

9.    มีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องกับองค์การ

10.           ไม่มีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

11.           ขาดความซื่อสัตย์ต่อทีม

12.           ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นๆ

 

แนวทางของการบริหารทีมสู่ความเป็นเลิศ

          1.  การบริหารตนเอง  คือ จะต้องบริหารตนเอง  รู้จักจัดระบบของตนเอง  บริหารเวลา  บริหารความคิด  รวมทั้งบริหารทีมด้วย  ประกอบด้วย ทักษะด้านความคิด , ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ , ทักษะด้านเทคนิค และวิสัยทัศน์ที่ดี ประกอบด้วย

1.1           คิดกว้าง

1.2           มองไกล

1.3           ใฝ่สูง

1.4           มุ่งความสำเร็จ

          2.  การบริหารงาน     คือ การใช้เทคนิคทางการบริหารต่างๆ รวมทั้งหลักการ  แนวคิด  ทฤษฎี ที่มีอยู่จำนวนมากมาใช้ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม

          3.  การบริหารคน      เป็นสิ่งที่ยากที่สุด  หากทำได้ถือว่าประสบความสำเร็จในการบริหารทีม หรือสู่คามเป็นเลิศได้  โดยแบ่งคนออกเป็น  4  จำพวกได้แก่

3.1           ผู้จัดการทีม และผู้สนับสนุนทีม หรือนายกสโมสร หรือนายกสมาคม

3.2           สตาฟโค้ช หรือทีมงาน

3.3           นักฟุตบอล และหัวหน้าทีม

3.4           ประชาชน หรือผู้ติดตาม

 

การสร้างทีมงาน

1.    กติกากลุ่ม หรือเหตุผลสำหรับการทำงานร่วมกัน

2.    สตาฟโค้ช และผู้เล่นของทีมจะต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์  ความสามารถ และข้อผูกพันสัญญาซึ่งกันและกัน  เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ที่ต้องการ

3.    สตาฟโค้ช และผู้เล่นในทีมจะต้องยอมรับร่วมกันในความคิดว่าการทำงานเป็นทีมนั้นจะนำไปสู่การตัดสินใจเป็นทีมงาน  โดยหลายๆ คนร่วมกัน  แน่นอนผลงานย่อมมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำงานโดยลำพังเพียงผู้เดียว

4.    สตาฟโค้ช และผู้เล่นในทีมจะต้องยอมรับว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำงานภายใต้โครงสร้างขององค์การใหญ่ หรือทีมฟุตบอลนั่นเอง

 

วัตถุประสงค์ของการสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพ

1.    สตาฟโค้ชและผู้เล่นแต่ละคนจะต้องรู้บทบาทของตนเอง  อาทิ  มีหน้าที่อะไร  กับใคร  ที่ไหน  อย่างไร และเมื่อใด  ที่สำคัญทำไมถึงต้องทำเช่นนั้น หรือรู้เขารู้เรา

2.    ความเข้าใจในกฎกติกา  ระเบียบ  ข้อบังคับ  และมารยาท จะต้องรู้ว่าอะไรควรทำ  ไม่ควรทำ หรือห้ามทำ

3.    ความเข้าในเกี่ยวกับการสื่อสารของทีม  การสื่อสารที่ดี  ผู้เล่นในทีมเข้าใจดี  ทีมย่อมมีประสิทธิภาพ

4.    ความเข้าใจของผู้เล่นในทีมจะสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่  คือหากผู้เล่นในทีมมีความเข้าใจตรงกัน ความสำเร็จในทีมย่อมแน่นอน

5.    ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการของผู้เล่นในทีม  ผู้เล่นทั้งทีมจะต้องเข้าใจเรื่องกระบวนการ กลุ่ม  โดยพฤติกรรมและความสำคัญของคน  นักฟุตบอลที่มาอยู่ร่วมกันเป็นทีม  การทุ่มเทเกี่ยวกับการฝึก และการแข่งขันย่อมเป็นสิ่งสำคัญ ผู้เล่นแต่ละคนมีความแตกต่างระหว่างบุคคล และมองต่างมุมหลากหลาย  ความคิดอาจบั่นทอนทีมงานได้

6.    ความเข้าใจเกี่ยวกับทีมที่เกิดขึ้น  จะต้องมีหลักการในการแก้ไขปัญหา  โดยค้นหาสาเหตุของปัญหา  คือรู้ปัญหาดีกว่ารู้วิธีการแก้ปัญหา  เพราะมีการแก้ได้หลายวิธีนั่นเอง  โดยเลือกทางเลือกที่ดีที่สุด

7.    ความเข้าใจที่สามารถใช้ความขัดแย้งไปในทางสร้างสรรค์มากกว่าทำลาย  เน้นการห้ามปรามเพื่อทีม

8.    ความเข้าใจที่จะร่วมมือกันและลดการแข่งขัน และลดการแข่งขันซึ่งกันและกัน รู้จักใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจด้วยเหตุผล

9.    ความเข้าใจที่จะทำงานร่วมกับทีมอื่นๆ ในองค์การ เพราะอาจมีหลายทีมในองค์การเดียวกัน โดยเป้าหมายรวมเพื่อผลสำเร็จของทีมขององค์การ

10.           ความเข้าใจถึงความรู้สึกที่จะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน  ระหว่างผู้เล่นของทีมด้วยกัน  การสร้างสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน  เป็นเรื่องที่ดีงามที่จะเกิดทีมเวิร์คของทีมที่ดีในที่สุด

 

ความสำเร็จของทีมงาน  ประกอบด้วย

          1.  โค้ช                   นับเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง ซึ่งหากโค้ชไม่ดียากที่ทีมจะสำเร็จได้  โดยเฉพาะโค้ชจะต้องรู้จักนักฟุตบอลเป็นอย่างดี และจูงใจนักฟุตบอลเหล่านั้นได้

          2.  กำหนดเป้าหมายชัดเจน     การแข่งขันทัวร์นาเม้นท์ใด  ทีมใดที่ต้องการบรรลุผล  สมาชิกทีมทุกคนทุกฝ่ายจะต้องรู้หน้าที่ตนเองว่าจะทำอะไร  ที่ไหน  เมื่อไหร่  อย่างไร  อย่างไร  กับใคร และทำไมจึงต้องทำเช่นนั้น  โดยมีความเข้าใจเป้าหมายอย่างแจ่มชัดตรงกันทั้งทีม

          3.  ความไว้วางใจในทีมงาน      การทำงานร่วมกันต้องมีความไว้วางใจซึ่งกันและกัน  ให้เกียรติซึ่งกันและกัน  ยอมรับความสามารถซึ่งกันและกัน  เก่งพอๆ กัน  มีความเสมอภาคกัน  คือต้องไว้วางใจกันทีมจึงจะเกิดประสิทธิภาพ  การพัฒนาทีมไปสู่เป้าหมายเร็วขึ้น

4.การชี้แนะแนวทางการปฏิบัติ  โค้ช  หัวหน้าทีม และผู้เล่นในทีม  จะต้องมีการประชุม  ตกลงปรึกษาหารือ หรือพูดคุยกันนอกเวลาแบบไม่เป็นทางการ  ยามว่าง  เวลารับประทานอาหารร่วมกัน  ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นหรือทีมงานบางคนเข้าใจหน้าที่ของตนเด่นชัดขึ้น  สามารถปรับทีมให้ดีได้อย่างรวดเร็ว

5.                 การสื่อความหมาย  การเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ทั้งโค้ช และผู้เล่นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการสื่อความหมายให้เข้าใจนับเป็นหัวใจของโค้ช  ในการสั่งการผู้เล่น  สั่งการฝึกซ้อม และ แข่งขันทำให้แก้เกมได้ดี 

6.  การเสียสละ  การเสียสละเพื่อทีมในทุกๆ ด้านนับเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ  รวมทั้งการทุ่มเทในการฝึก และการแข่งขัน ยอมเหนื่อยมาก เพื่อทีมประสบผลสำเร็จ

7.  การให้ผลตอบแทนเป็นทีมมิใช่รายบุคคล  การทำงานเป็นทีมเมื่อประสบผลสำเร็จ  ควรที่จะได้รับการตอบแทนเป็นขวัญ และกำลังใจ  ในรูปแบบต่างๆ  เท่าที่ควรจะได้รับทั้งทีม  พยายามหลีกเลี่ยงรางวัลรายบุคคล  แสดงถึงความสำคัญเท่ากันหมดทั้งทีม  มิใช่คนใดคนหนึ่งทำให้ชนะหรือประสบผลสำเร็จ

8.  สร้างค่านิยมให้ทำงานร่วมกันเพื่อให้เกิดความพึงพอใจของทีม  การฝึกหรือการแข่งขันพยายามให้เป็นค่านิยมของความพึงพอใจของทีม  มีความสุข  มีความกระตือรือร้น  มีใจ  สนุก  ตื่นเต้น  เร้าใจ  พอใจ  เต็มใจที่จะร่วมกันฝึกและแข่งขันแบบหัวใจเต็มร้อย

          9.  มีการประสานงานที่ดี  นับเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของทีม เพราะการประสานงานที่ดีย่อมส่งผลให้ทีมเข้มแข็ง  พัฒนาทีมดีย่อมประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

 

การประสานงานให้เกิดผลสำเร็จ

1.    จัดแผนผังและกำหนดหน้าที่ของแต่ละคน

2.    จัดระบบการติดต่อส่อสารให้สะดวกรวดเร็ว

3.    อาจตั้งคณะกรรมการประสานงานและที่ปรึกษา

4.    จัดให้มีการประชุมปรึกษาหารือ

5.    มีการนิเทศติดตามงานโดยโค้ชหรือสตาฟโค้ช

6.    การใช้เจ้าหน้าที่ติดต่อประสานงานโดยเฉพาะ

7.    มีการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร

8.    การทำคู่มือแนะนำปฏิบัติงาน

9.    การจัดทำงานให้เป็นระบบ  ตามสายงาน  แผนงาน  โครงการ

10.           การมอบหน้าที่ให้สมาชิกแต่ละคนอย่างเด่นชัด

11.           ใช้วิธีการงบประมาณ

12.           การจัดการบำรุงขวัญและกำลังใจในการประสานงานที่ดี

 

กระบวนการ  ขั้นตอน  การสร้างทีมงาน

1.    กำหนดภารกิจการฝึก

2.    สร้างความเข้าใจกับนักกีฬา

3.    ระดมความคิด

4.    คัดเลือกความคิด

5.    กำหนดแผนการฝึกและการแข่งขัน

6.    ปฏิบัติตามแผน

7.    การวัด และการประเมินผล

 

ความต้องการพื้นฐานของโค้ช และนักกีฬา

1.    ต้องการ การยอมรับ หรือยกย่องชมเชย

2.    ต้องการสร้างทีมให้มีมาตรฐานตามที่กำหนดไว้

3.    ต้องการมีชื่อเสียง และรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของทีม

4.    ต้องการโค้ชที่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูกทีมบ้าง

 

ความเชื่อพื้นฐานในการสร้างทีมร่วมกัน

          1. มนุษย์ทุกคนมีความสามารถ  หากมีการเรียนรู้ต่างๆ สามารถพัฒนาขึ้นได้

2.    มนุษย์ทุกคนอยากเป็นคนดี หรือใฝ่ดีด้วยกันทุกคน

3.    มนุษย์มีความแตกต่างกันทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ

4.    มนุษย์ทุกคนมีความเสมอภาค  มีความเท่าเทียม  มีศักดิ์ศรี  ยอมรับความคิดเห็น  มีเหตุผล และให้เกียรติกัน

 

งบประมาณการเงิน

                   การบริหารงานจะเกิดขึ้นได้ย่อมอาศัยปัจจัยที่สำคัญ  4  อย่าง  คือ  คน ( man )   เงิน ( money )  วัสดุอุปกรณ์ ( materials )    และวิธีการจัดการ  ( method of management )  หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสี่อย่างนี้การบริหารงานจะเกิดขึ้นไม่ได้  ฉะนั้นเงินจึงเปรียบได้กับโลหิตที่หล่อเลี้ยงความเจริญก้าวหน้าของการบริหารงาน 

                   องค์การ หรือหน่วยงานจะเจริญก้าวหน้าเพียงใดนั้น  ส่วนหนึ่งเกิดจากประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของผู้บริหารงาน  ผู้บริหารที่ดีนั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ          งบประมาณเป็นอย่างดี  จะต้องมีความสามารถจัดหาเงินงบประมาณเพื่อให้เพียงพอแก่การใช้จ่ายในกิจกรรมต่างๆ ขององค์การ  จะต้องมีความสามารถในการใช้งบประมาณโดยให้ผลตอบแทนมากที่สุด  และจะต้องมีความสามารถในการควบคุมการใช้จ่ายเงินงบประมาณ  ให้เป็นไปตามโครงการ และแผนงานที่กำหนดไว้  การใช้จ่ายเงินจะต้องเป็นไปในลักษณะที่ประหยัด

                   ผู้บริหารนอกจากจะมีความรู้ความสามารถในการใช้จ่ายเงินงบประมาณแล้ว  ผู้บริหารจะต้องใช้เงินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  โดยมุ่งหวังผลประโยชน์ขององค์การ หรือหน่วยงานมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์ของพวกพ้อง  หากการใช้จ่ายเงินเป็นไปโดยขาดความซื่อสัตย์สุจริตของผู้บริหาร  กิจการขององค์การ หรือหน่วยงานย่อมประสบความล้มเหลว  ขาดทุน  และถึงแก่การล้มเลิกกิจการในที่สุด

 

          แนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการเงิน

                   จากการวิเคราะห์ ปัญหาพบว่า

หลังจากที่จังหวัดสกลนคร  ส่งทีมฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลในหลายๆ รายการ  นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  จะพบว่าเงินงบประมาณที่ใช้ไปส่วนใหญ่เป็นไปแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ   การประเมินผล และผลตอบแทนที่ย้อนกลับ  สูญเปล่า  ไม่มีการพัฒนา หรือปรับปรุง  แก้ไข  ให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่  แม้กระทั่งในปัจจุบัน  

                   แนวทาง (แนวคิด)

เปิดบัญชีเงินฝากในธนาคารฯ  จำนวน  1  บัญชี  ใช้ชื่อบัญชีว่า  “กองทุนสโมสรฟุตบอลจังหวัดสกลนคร” โดยใช้เงินจากจำนวนน้อยแบบสะสมทรัพย์   จนกว่าเงินในบัญชีจะเพิ่มพูนที่ก่อตั้งเป็นฐานของสโมสรได้    (เป้าหมายคือ จำนวน 5ล้านบาท) เงินมาจากไหน?  ใครจะทำ?  เป็นคำถามที่ขัดแย้งอยู่ในตัวเสมอ เมื่อกล่าวถึงเงินงบประมาณ   (คณะกรรมการขององค์การ หรือสโมสร เท่านั้นที่สามารถลงมติและร่วมลงนามเบิกถอนเงินได้)

แนวทางหารายได้เข้าสู่กองทุนของสโมสร

1.    ระดมแนวความคิด  เพื่อเปิดประเด็นให้ทั้งภาครัฐ และเอกชน  ได้รับรู้ และทราบ  ถึงปัญหา เพื่อหาหนทาง  หารายได้เข้าสู่กองทุนของสโมสร

2.    จัดกิจกรรมเพื่อหารายได้  อาทิเช่น การแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษการกุศล   เชิญทีมชาติไทย หรือสโมสรอื่นๆ ใดมาร่วมแข่งการกุศล  และออกบัตรเข้าชม  เป้าหมายการจำหน่ายบัตร ทั้งภาครัฐ และเอกชนช่วยจัดสรรจำหน่ายบัตร  เงินที่ได้จะนำเข้ากองทุนต่อไป

3.    ฯลฯ

 

จุดประสงค์  เป้าหมาย  และความหมายของคำว่า “ยั่งยืน”

          จุดประสงค์     เพื่อพัฒนาทีมกีฬาฟุตบอลของจังหวัดสกลนคร  สู่ทีมสโมสรฟุตบอลอาชีพ  มีชื่อเสียง ในอนาคต

          เป้าหมาย       สร้างคน ให้เป็นคน  คือ ให้เขาทั้งกีฬา (นำไปสู่ชื่อเสียง ของทั้งตัวนักกีฬาเอง  ชื่อเสียงของสโมสร)  และการศึกษา  รวมถึงชี้นำแนวทางในการหาอาชีพที่ดีของอนาคต สำหรับนักกีฬาฟุตบอลที่อยู่ในสังกัดสโมสร

          เป้าหมาย และการชี้นำ แนะแนวทางสู่ความเป็นเลิศให้กับนักกีฬา

                   ระดับเยาวชน อายุ  12 -  15  ปี  (มัธยมต้น)   

จะต้องฝึกให้เก่งทั้งด้านการกีฬา และด้านการศึกษา  หาสถานศึกษาที่ดี และสถานศึกษานั้นจะต้องสนับสนุนทีมฟุตบอล เพื่อความเป็นเลิศด้วยเช่นกัน  ที่กล่าวถึง คือ โรงเรียนในกรุงเทพฯ หลายๆ โรงเรียน หรือ เช่น โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา  เป็นต้น  

          หรือโรงเรียนประจำจังหวัดฯ  ในเขตอำเภอเมือง 

                   ระดับเยาวชน อายุ  16 -  18  ปี  (มัธยมปลาย)    จะต้องฝึกให้เก่งทั้งด้านการกีฬา และด้านการศึกษา  หาสถานศึกษาที่ดี หรือสโมสรฟุตบอลอื่นใดๆ ในเมืองไทย ที่สนับสนุนนักกีฬาเพื่อการศึกษา และกีฬา และสถานศึกษานั้นจะต้องสนับสนุนทีมฟุตบอล เพื่อความเป็นเลิศด้วยเช่นกัน  อาทิ  สโมสรราชนาวีสโมสร , สโมสรทหารบก  ฯลฯ , วิทยาลัยพลศึกษา , สถาบันราชภัฏในพื้นที่ ฯลฯ

                                                                                                ระดับประชาชน  เป็นแกนนำในการสร้างทีม รวมทั้งวินัย และภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ทีม และรุ่นน้องเอง  เป็นระดับที่จะต้องเป็นนักฟุตบอลเต็มรูปแบบความเป็นอาชีพอย่างสมบูรณ์แบบ

 

 

 

สัจจา  บุญญาสถิตย์  รวบรวมปัญหา  วิเคราะห์ และจัดรูปแบบแผน 

                ธันวาคม  2547