Main Page

Mae Hong Son Big Trip

ประมวลภาพงาน Jazz Concert

Pimai & Panom Rung Historic Park

Chiang Rai trip

Pitsanulok & Pichit trip

Mini Siam trip

Rayong's orchard trip

Phuket trip

Thailand Map & Our Travel routes

About Me

โปรดสละเวลาลงนามในสมุดเยี่ยมชมหน่อยครับ

Email Me

Counter
Since July 12, 2003

Date : October |2| |3| |4| |5|, 2003


October 2, 2003 ... Part |1| |2|

First day of this trip ... drive a car 880 Km. long from Bangkok to Chiang Rai.

   

   

ขับมาถึงช่วงลำปาง-งาว เพื่อนๆที่ไม่เคยผ่านมาคงจะรู้สึกเหมือนผมว่า...เอ๊ะ ! ทางหลวงอะไรหน่ะ ? ทำไมมันแย่และแลดูรกร้างจังเลย

     
             
         
ขับไปถึงบ่ายสองกว่าแท้ๆ อย่างกับผีหลอกเลยครับ อันนี้ไม่ได้พูดเล่นนะครับ แทบจะไม่เจอรถสวนมาเลยครับ ลำพังเลนขาไปเดียวกันก็ไม่เห็นซักกะคันอยู่แล้ว เพื่อนๆ ดูสภาพเอาเองละกัน
   
     

เส้นจราจรไม่มี ,ป้ายบอกทางไม่มี ,สองข้างทางมีหญ้าขึ้นรกตาไปหมด ได้ข่าวว่าผู้รัับเหมาที่ทำทางช่วงนี้หนีกลับบ้านแล้วไม่มาอีกเลยครับ :( ไม่รู้กรมทางหลวงปล่อยไว้ได้ไง เห็นเพื่อนๆที่ BP บอกว่าปีที่แล้วก็เป็นแบบนี้

ข้อแนะนำของผมก็คือ ถ้าขับช่วงนี้ซึ่งมีระยะทางประมาณ 22 กม.ควรขับด้วยความระมัดระวังครับ ขับชิดซ้ายเป็นดีที่สุดเพราะบางครั้งจะมีรถสวนมาซึ่งเขาจะขับกินเลนมาครับ

     
             
         
โอ้โห ! รถขนปูนบริษัทผมขับไกลมาถึงนี่เลยหรือเนี่ย ?? แสดงว่าปูนนกไปทั่วไทยจริงๆ
 
         
             
     

เราแวะดื่มน้ำ ,เข้าห้องน้ำประมาณบ่ายสามครับ

จะเติมน้ำมัน 91 หรือ 95 ดีคะ ?

     
               
           
สักพักก็เข้าเขตจังหวัดพะเยา ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ กว๊านพะเยา ,น้ำตกภูซาง ,อุทยานแห่งชาติดอยหลวง ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเวียงลอ
   
           
               
           
   
พอบ่ายสี่โมงเราก็เข้าเขตจังหวัดเชียงรายแล้วครับ เย่ ! ดีใจจัง ในที่สุดก็ขับมาได้อย่างปลอดภัย
           
             
         
ผมขับเข้ามาในตัวเมืองเพื่อที่จะหาโรงแรม สะดุดตากับสัญญาณไฟจราจรที่นี่ครับ เขาจะมีตัวเลขคอยบอกอยู่ตลอดเวลาว่า ณ ขณะนี้เหลืออีกกี่วินาทีถึงจะเปลี่ยนเป็นอีกสัญญาณไฟหนึ่ง ทำให้คนรอสัญญาณไฟจะได้รออย่างมีจุดหมายไม่เหมือนในกรุงเทพเรา ผมเองชอบมากครับ ขนาดจังหวัดตั้งห่างไกลจากเมืองหลวงของประเทศตั้งเยอะแต่กลับมีการบริหารการจัดการที่ดีกว่ามาก อยาก copy มาใช้ในกทม.จัง
 
         
           
         
   
วนรถไปหาโรงแรมสะบันงาที่ตั้งใจในตอนแรกว่าจะพัก แต่พอเห็นสถานที่จริงรู้สึกว่ามันเล็กมาก เลยเบนเข็มมาหาอีกที่ที่เพื่อนๆชาว BP แนะนำมาดีกว่า นั่นก็คือ โรงแรมนิ่มซี่เส็ง บอกตามตรงว่าตอนแรกได้ยินชื่อนี่พวกเราแทบจะไม่อยากไปพักเลยแต่พอเห็นป้ายและสถานที่จริงแล้วก็โอเคครับ

 

         
               
           
 
บริเวณลานจอดรถด้านหน้าโรงแรม
 
           
               
         
   
องค์เจ้าแม่กวนอิมที่โรงแรมนี้นับถือครับ จะตั้งอยู่ลึกเข้าไป ตอนกลางคืนจะติดไฟดูสวยไปอีกแบบหนึ่งครับ
         
               
           
  สถาพภายในห้องพักก็อยู่ในเกณฑ์ดีครับ มีแอร์ ,น้ำอุ่น และน้ำดื่มตราสิงห์ฟรีวันละ 2 ขวดครับ