Main Page

Mae Hong Son Big Trip

ประมวลภาพงาน Jazz Concert

Pimai & Panom Rung Historic Park

Chiang Rai trip

Pitsanulok & Pichit trip

Mini Siam trip

Rayong's orchard trip

Phuket trip

Thailand Map & Our Travel routes

About Me

โปรดสละเวลาลงนามในสมุดเยี่ยมชมหน่อยครับ

Email Me

Counter
Since July 12, 2003

Date : May |1| |2| |3| |4| |5|, 2003


May 2, 2003 ... Part |1| |2| |3| |4| |5| |6|

Second day ... travel around Phuket island or city tour.

           

       
       
ด้านหลังเป็นพระธาตุที่สามารถเดินขึ้นไปชมวิวรอบๆบริเวณวัดได้ ตั้งอยู่ด้านหลังไปทางซ้ายของวัด
         
             
               
ผมขณะยืนอยู่ด้านหน้าโบสถ์
 
               
             
           
       
พอเวลาประมาณเกือบบ่ายสามโมงเราก็ตั้งใจจะไปนมัสการพระผุดวัดพระทองกัน แต่ด้วยความไม่ชำนาญบวกกับความซับซ้อนของเส้นทางในตัวเมืองภูเก็ตทำให้เราขับหลงกันหลายรอบ จนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีสัญลักษณ์แปลกๆดังที่เห็นในรูป(มารู้ทีหลังคือสะพานหินนั่นเอง) สักพักเราก็ขับออกไปทางเดิมที่เราขับเข้ามา
         
                 
                 
 

จนสุดท้ายยังจะหยุดติดไฟแดงที่แยกเดิมอีกคราวนี้ผมไม่เลี้ยวไปทางเดิมแล้วเพราะเดี๋ยวก็จะกลับมาที่เดิม จึงตัดสินใจขับตรงไปข้างหน้าครับ ปรากฎว่าเลยไปขึ้นเขารังอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกแล้วเรา :-P สุดท้ายก็ชักภาพวิวที่มองจากเขารังลงไปข้างล่างซะหน่อย ก่อนจะขับต่อก็ได้พี่ที่ขับรถ 4 ล้อเล็กช่วยบอกเส้นทางที่จะไปวัดพระทองให้ แถมยังให้แผนที่ตัวเมืองภูเก็ตแก่เรา แม้ว่าเราเกรงใจโดยไม่เอาพี่เขาก็บอกว่า "ไม่เป็นไรมีอยู่ 2 แผ่น"(พูดสำเนียงใต้) ทำให้เราซาบซึ้งกับน้ำใจของคนภูเก็ตมากครับ เรารีบลาพี่คนนั้นและขับรถลงไปตามเส้นทางที่พี่เขาบอก

                 
                             
                     
   
อีกรูปหนึ่งที่ถ่ายในสวนสาธารณะบนเขารัง
                 
                         
 


ประมาณสี่โมงครึ่งเราก็มาถึงภายในวัด แต่ก่อนจะมาถึงนั้นแผนที่หลายๆแผนที่ของจังหวัดภูเก็ตที่เราถืออยู่ในมือนั้น ทำให้เรางงกับสถานที่ตั้งของวัดพระทองมากประกอบกับป้ายที่แสดงทางเข้าวัดก็ไม่ใหญ่จนมองเห็นอย่างชัดเจน ทำให้ต้องขับวนไปมาอีกครั้ง จนสุดท้ายต้องจอดถามคุณตำรวจที่ป้อมก่อนเข้าอ.ถลาง คุณตำรวจก็ใจดีบอกทางเข้าแก่เราพร้อมกับข้อสังเกตที่ว่าถ้าขับไปตรงถนนที่กำลังซ่อมอยู่ก็แสดงว่าเราเลยไปแล้ว ซึ่งเป็นประโยชน์กับเรามากครับ สุดท้ายเราก็ขับไปตามที่คุณตำรวจบอกจนใกล้ถึงทางเข้าก็ขับช้าๆคอยอ่านป้ายบอกทาง สุดท้ายก็เจอครับ ป้ายบอกเข้าไปอีก 700 เมตร

   
                     
                               
                   
   

ผมและน้องซีได้เข้าไปกราบไหว้และปิดทองที่องค์พระผุดจำลอง ผมนั้นได้อธิฐานในใจขอให้เมื่อกลับไปกรุงเทพสามารถสอบ TOEFL ได้ผ่านทีเฮอะ....สาธุ

ผมเป็นชาวพุทธครับ มีศรัทธา เรื่องอย่างนี้มันมีผลกับทางจิตใจของเรามาก ปรากฎว่า พอกลับมากรุงเทพหลังจากดูผลสอบเมื่อ 21 พ.ค. 46 ก็ปรากฎว่าสอบผ่านครับ(รุ่นน้องส่ง SMS มาบอก) แฮ่ะๆ แจ้งจบทันภายใน 30 มิ.ย. 46 ตามที่ตั้งใจไว้

                   
                           
                     
 
องค์พระผุดจำลองที่ให้ประชาชนได้ปิดทองกัน
 
                     
                           
                       
   
องค์พระผุดดั้งเดิมที่ตัวองค์ท่อนบนผุดขึ้นมาจากพื้นดิน กล่าวขานกันว่าเป็นพระประธานที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก มีประวัติดังนี้

"มีพระพุทธรูปผุด ขึ้นจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ เมื่อคราวศึกพระเจ้าปะดุง ยกพลมาตีเมืองถลาง พ.ศ. 2328 ทหารพม่าพยายามขุด พระผุดเพื่อนำกลับไปพม่า แต่ขุดลงไปคราวใด ก็มีฝูงแตนไล่ต่อย จนต้องละความพยายาม ต่อมาชาวบ้าน ได้นำทองหุ้มพระพุทธรูป ที่ผุดจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ ดังปรากฎอยู่จนถึงปัจจุบัน

                       
                             
                         
 
พระผุด คือ พระทอง พระครูวิตถารสมณวัตร์ (ฝรั่ง) ท่านเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 15 เมื่อท่านแก้ปริศนาได้ ท่านก็บูรณะปฎิสังขรณ์วัด ท่านได้ขุดดินหลัง พระผุดซึ่งเป็นดินทราย เกรงว่าจะทรุด จึงได้เอาเหล็กแหลมตอกเข้าไปใต้ฐานพระพุทธรูป ที่อยู่ในดิน สกัดเนื้อพระพุทธรูป ไปพิสูจน์ช่างทองรับว่าเป็นทองคำจริงอยู่ด้านใน คำกล่าวเล่าลือว่า พระผุดคือพระทองคำ ก็มีผู้ยอมรับมากขึ้น วัดพระทอง จึงเป็นชื่อวัดอีกชื่อหนึ่ง เหตุเพราะ พระพุทธรูปด้านในเป็นทองคำ"
   
                         
                               
                 
   
น้องซีกับองค์พระผุดทั้ง 2 องค์
                 
                               
                           
 
ตรงด้านทางจะเข้าไปนมัสการพระผุด มีซุ้มลักษณะคล้ายๆแบบจีนโดยมีรูปมังกรและสิงโตอยู่ด้านบน โดยที่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีความหมายอย่างไร
   
                           
                               
                   
   
เสร็จจากนมัสการพระผุด เราก็ขึ้นไปดูพิพิธภัณฑ์สถานวัดพระทองซึ่งจะมีของเก่ามากมายวางโชวไว้ภายในชั้น 2 ของอาคารพิพิธภัณฑ์ เดินดูจนหมดเวลาชมพอดีครับ 5 โมงเย็น
                   
                               
                           
 
หลังจากนั้นเราก็ได้ขับรถไปเที่ยวต่อที่หาดในยางซึ่งตอนนั้นก็เย็นมากแล้ว บรรยากาศสวยงามมาก แต่เก็บภาพมาได้แค่ภาพเดียวเนื่องจากกล้องที่ใช้งานมาเกือบทั้งวันนั้นแบตหมดพอดี

 

   
                           
                               
                       
       

เราเลือกที่นี่เป็นมื้อเย็นของวันนี้ นั่งกินจนตะวันเกือบลับขอบฟ้า แต่ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ดังจากคุณมนิตซึ่งเป็นเอเย่นที่ผมโทรติดต่อเรื่องจองตั๋วไปเที่ยวอ่าวพังงาและเกาะพีพีเข้ามา เราจึงรีบกลับไปยังโรงแรมเพื่อนัดรับตั๋วและจ่ายเงินต่อไปพอดีเวลากระชั้นชิดมากแม้แต่จะอาบน้ำก่อนไปดูภูเก็ตแฟนตาซียังไม่มีเวลาเลยครับเราเลยไปรับตั๋วและขึ้นไปเอากล้องอีกตัว(กล้องฟิล์มออโต้)อย่างเร่งรีบแล้วขับรถไปที่หาดกมลาเพื่อไปดูภูเก็ตแฟนตาซีที่ได้จองไว้ก่อนมาภูเก็ตในรอบ 20.30 น. ทำให้ไม่มีรูปตอนไปภูเก็ตแฟนตาซีมาฝากครับ