จันทร์เจ้าขา ภาค ๑๙๓ คิดไว้อยู่แล้ว...
จันทร์เจ้าขา ภาค ๑๙๓ คิดไว้อยู่แล้ว...


    กรานต์ ธรรมากรณ์ คำร้อง ทำนอง
    
    ...คิดไว้อยู่แล้ว ว่าเธอต้องตีจาก จากคนที่เคยบอกว่ารักกัน
    คิดไว้นานแล้ว ว่าเธอต้องทิ้งกัน จากคนที่เคยดีกลับกลาย...
    
    ...แล้วเธอก็ไป ไปแล้ว ไปอยู่กับคนที่เธอพอใจ
    เลิกรักก็บอก อย่าหลอกกัน อย่ามาทำสงสาร
    อย่ามาทำยิ้มหวาน เหมือนเยาะเย้ยกัน...
    
    ...คิดไว้อยู่แล้ว ว่าเธอต้องลาจาก จากคนที่เคยบอกว่ารักกัน
    คิดไว้นานแล้ว ว่าคงต้องจากกัน แล้ววันนั้นก็มาถึง...
    
    
    ...คิดไว้อยู่แล้ว...
    พร้อมให้ทำการดาวน์โหลดได้แล้วครับ เพลง mp3 ขนาด 3.5 Mb
    http://www.oocities.org/citythai/1.MP3
    	


    ...หลังจากผมเดินทางเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯใหม่ ๆ วิถีชีวิตเมืองกรุงนี่ช่างเป็น
    เรื่องที่รีบเร่งยิ่งกว่ายุงตีกันเสียอีก จำได้ว่าช่วงนั้นงานหนักมาก ๆ 
    แทบไม่ค่อยได้มีเวลาพักผ่อน ประกอบกับต้องเรียนต่อ หลังเลิกงานก็ต้องไป
    หารายได้พิเศษเลี้ยงตัวเองอีกนิดหน่อย ไม่งั้นไม่ทันต่อสภาพเศรษฐกิจแน่ 
    เพราะรายจ่ายในกรุงเทพฯนั้นสูงกว่าในชนบทมาก จึงไม่ค่อยได้แต่งเพลงไว้เลย 
    จวบจนอะไรมันเข้าที่เข้าทาง ก็กินเวลาไปเกือบ 2 ปี จึงได้เริ่มแต่งเพลงไว้บ้าง 
    โดยเฉพาะเพลง ...คิดไว้อยู่แล้ว... จำได้ว่าวันนี้อารมณ์ดีมาก ๆ
    แต่งเพลงวันเดียวได้หลายเพลง อันนี้อธิบายลำบากเหมือนกัน เวลาอารมณ์ศิลป์เกิดนี่ 
    มันไหลมาเทมาจริง ๆ บางวันได้ถึง 3-4 เพลงก็มี มันมาเองครับ...
    
    ...กรุงเทพฯ ใคร ๆ ก็ว่าเป็นเมืองสวรรค์ อย่าไปเชื่อนะครับ 
    ผมว่ามันสวรรค์สำหรับคนรวยมากกว่า เห็นคนต่างจังหวัดทิ้งไร่ทิ้งนา
    เข้ามาแสวงหาโชคในเมืองกรุง ต้องลำบากปากกัดตีนถีบ เกือบเอาตัวไม่รอดก็เยอะ
    บางคนขายที่ทำกินแล้วมาเสี่ยงโชคในเมืองกรุง อยู่ได้ไม่นานก็ใช้จ่ายเงินหมด 
    กลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะที่นาก็ขายหมดแล้ว ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพก็ไม่มี 
    จึงต้องมาอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด หรือตามใต้ทางด่วนก็มีให้เห็น 
    มิหนำซ้ำยังหอบลูกหอบเมีย มาร่วมลำบากด้วยกัน สิ่งเหล่านี้หลายท่าน 
    คงจะเคยได้พบเห็นทางสื่อมวลชนต่าง ๆ บ่อย ๆ สำหรับผมแล้ว นี่คือ 
    สภาพชีวิตธรรมชาติในเมืองหลวงของเรา...
    
    	


    ...ตอนอยู่กรุงเทพ ผมเคยอ่านบทกวีของ ป๋าเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ รู้สึกประทับใจมาก 
    จำได้ว่าท่านเขียนประกอบกับภาพเด็กกำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานที่ปลายท้องทุ่ง 
    พระอาทิตย์กำลังย่ำสนธยา สำหรับบทกวีนี้ผมก็ลืมไปแล้ว ซึ่งผมก็ได้แต่งรับภาพนี้ไว้ด้วยว่า
    
    ...พระพายพัด พาไป ในโลกกว้าง
    เธอโลดแล่น ไปอย่าง ไร้จุดหมาย
    ตะวันรอน ทอดลง ตรงสุดปลาย
    ตะวันฉาย สาดมา สุขารมย์...
    
    ...ก็คงจะเป็นบทกวีของลูกชาวนา ที่ได้ซึมซับจากครูกวีเอกอีกท่านหนึ่งของไทย 
    ซึ่งมีผลงานการประพันธ์มากมาย วิถีชีวิตคนกรุง มักจะมีเรื่องยุ่ง ๆ ให้ขึ้นโรงขึ้นศาลกันอยู่บ่อย 
    บางทีก็ไปอยู่ในห้องขังก็มี ผมก็ยังเคยเลย เป็นเรื่องขับรถชนกัน แล้วตกลงกันไม่ได้ 
    ก็เป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายเหมือนกันสำหรับชีวิตในเมืองกรุง...
    
    ...สำหรับที่นี่ ประชากรส่วนใหญ่ของคนกรุงเทพฯ จะเสียเวลาอยู่บนท้องถนนกันมาก 
    เพราะรถติดกันเกือบจะทุกที่ ที่มีถนนตัดผ่าน ผมชอบนั่งรถเมล์ไปเที่ยวเรื่อยเปื่อย
    โดยเฉพาะวันอาทิตย์ที่ว่างเว้นจากงาน แหล่งที่น่าไปเดินเที่ยว ที่น่าสนใจและไปบ่อยมาก ๆ 
    ก็คือ คลองถม ซึ่งมีของขายกันเยอะมาก ทั้งใหม่เก่า เห็นเขาว่าที่นี่เป็นแหล่งระบายของโจรด้วย
    แต่ที่แน่ ๆ สินค้าหนีภาษีสำหรับคลองถมมีอยู่ให้เห็นดาดดื่นเลย แถมสนนราคาก็แสนจะถูกมาก ๆ 
    ไปที่ไรกระเป๋าฉีกประจำ...
    
    	


    ...ย่านสะพานเหล็ก ใกล้ ๆ กับคลองถม มีชื่อเสียงมาก สมัยเข้ากรุงเทพฯใหม่ ๆ 
    ผมมักจะมาหาซื้อสินค้าที่นี่ ไปขายตามฟุตบาท ก็พอเลี้ยงชีพได้ตามสมควร 
    แต่หลังจากที่สภาพเศรษฐกิจย่ำแย่ การค้าขายฝืดเคือง จึงต้องหยุดไปโดยปริยาย 
    เพราะไม่คุ้มทุน เงินจมเยอะ แถมเวลาส่วนใหญ่ตอนนี้จะอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เสียมากกว่า...
    
    ...สนามหลวง ผมก็เคยไปเดินเที่ยวเหมือนกัน ไปกราบพระแก้วมรกต 
    ที่สนามหลวงนี่ มีนกพิราบเยอะมาก ๆ มีม้านั่งให้นั่งพักผ่อนด้วย
    ก็นั่งมองนก มองสาว เพลิดเพลินไป ฝรั่งมาเที่ยวที่นี่กันจนดูหนาตา
    มีรถบัสนักท่องเที่ยวเข้ามาจอดอยู่เรื่อย ๆ สนามหลวงมีถนนล้อมรอบสี่ด้านเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า 
    จะเดินให้รอบก็คงจะเหน็ดเหนื่อยเอาการ แต่ก็น่าเบื่อไม่น้อยเพราะร่มไม้ไม่ค่อยมี 
    จะเป็นพื้นที่โล่ง เวลากลางวันอากาศจะร้อนมาก...
    
    ...สวนจตุจักร ผมก็ไปเที่ยวบ่อย แต่ระยะหลังไม่ค่อยได้ไป เพราะเขามีก่อสร้างรถไฟฟ้า
    ดูวุ่นวายมาก บางครั้งไปเที่ยวก็จะเห็นรถถ่ายภาพยนตร์มาจอด ส่วนพวกบรรดาดารา 
    ผู้กำกับฯ และทีมงาน ก็ขมักเขม้นกันใหญ่ บางทีผมก็ไปนั่งดูเขาแอ็กท่ากัน คิด ๆ ไป 
    ผมว่า ผมแสดงได้ดีกว่าอีก...
    
    ...ย่านพันทิพย์แหล่งซีดี อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อันนี้พลาดไม่ได้ 
    บางวันก็ปั่นจักรยานไปเที่ยว อยู่ไม่ไกลนัก แต่ก็ได้เหงื่อเหมือนกัน 
    ที่นี่นอกจากจะไฮเทคแล้ว ยังเป็นแหล่งความรู้ด้วย พวกช่างเยอะ
    ผมมักจะเดินถามเขาไปทั่ว แต่ก็ไม่ค่อยได้ซื้อของหรอก 
    ถามไปอย่างงั้นแหละ ผมมันพวก คนช่างถามครับ...
    
    ...ใกล้ ๆ พันทิพย์ ก็ตึกใบหยก ที่ผมพักอยู่มองจากดาดฟ้าตึก 
    สามารถมองเห็นตึกใบหยกได้สบาย บนยอดตึกใบหยก มีเสาอากาศของสถานีโทรทัศน์ 
    ไอทีวี ผมก็ชอบดูช่องนี้เหมือนกัน แต่ระยะหลังแผ่ว ๆ ไป เห็นเขาว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง 
    ที่ตึกใบหยกมีเสื้อผ้าขายส่งเยอะ ผมไปซื้อบ่อย ๆ แต่ก็ต้องระวังเหมือนกัน
    เพราะบางทีแม่ค้าบอก...ราคาส่ง ๆ... บางทีราคา ....ส่ง...เดช...ก็มีเหมือนกัน...
    
    	


    ...ที่ปลายทุ่งนาโน่น เด็กบ้านนอกคนหนึ่งวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน 
    กับน้ำใหม่ที่ท้องฟ้าเมตตาประทานน้ำฝน 
    พร่างพรมบนพื้นนาที่แห้งแล้งให้กลับชุ่มชื่น เย็นฉ่ำ
    วิถีชีวิตที่เรียบง่าย ครื้นเครง บรรเลงลูกทุ่ง 
    ไม่ต้องพวักพะวนว่าวันถัดไปจะมีกินหรือไม่...
    
    ...พูดก็พูดเถอะ ถ้าให้เลือกว่า นายโก๋เอ๋ยแกจะอยู่เมืองหลวงอีกนานไหม 
    ผมมีคำตอบนี้ ตั้งแต่เข้ามาอยู่กรุงเทพฯใหม่ ๆ ว่า 
    ถ้าให้มีโอกาสเลือก โนเวสเตชั่น แน่นนอน แต่นี่ก็ผ่านมาตั้ง 6 ปี
    มีหัวหน้ามาแล้ว 4 คน ผมก็ยังคงไปไหนไม่ได้ ต้องรับเวรรับกรรม 
    กับวิถีชีวิตในเมืองกรุง เมืองที่แสนยุ่ง เหมือนยุงตีกัน
    เรื่องย้าย...นะหรือครับ ความคิดเช่นนี้........ ผมคิดไว้นานแล้ว........... 
    คิดไว้อยู่แล้ว...........
    
    ข้อมูลเกี่ยวกับกรุงเทพฯ อยู่ที่นี่ครับ
    http://www.oocities.org/thai76thai/00.html
    งานชุดนี้ใช้รูปภาพสะท้อนชีวิตธรรมชาติในชนบทเป็นส่วนใหญ่ 
    เพื่อชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่แตกต่างกันระหว่างเนื้อเรื่องที่บรรยาย
    สภาพวิถีชีวิตในเมืองกรุงกับชีวิตแบบลูกทุ่งบ้านนอกครับ...
    
    โดยคุณ : โก๋ [วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม 2544 - 11:54:48 น.] 

 

กลับหน้าหลักครับ back to memu