จันทร์เจ้าขา ภาค ๑๙๘ วาสนาน้อย แฟลตงาม...
จันทร์เจ้าขา ภาค ๑๙๘ วาสนาน้อย แฟลตงาม...


    ...แฟลตดินแดง ใกล้ทางด่วนถนนวิภาวดี-รังสิต 
    มุมส่วนตัวที่แสนสบาย ๆ ดอกเฟื่องฟ้าในกระถางเบ่งบาน
    ต้อนรับผมอยู่ หลังจากจอดจักรยาน... ม้าหินอ่อนคือที่หมายตา 
    โป๊ยเซียนออกดอกช่อสวยเป็นเพื่อนอยู่ใกล้ ๆ 
    ไม่ห่างจาก ที่ผมนั่งร่ายงานเขียนมากนัก...
    
    	


    ...ต้นมะพร้าวสูงชะรูด จนผมต้องแหงนคอตั้งบ่า 
    เพื่อสำรวจว่า เขามีลูกอยู่หรือไม่ สองถึงสามผล 
    กำลังน่ากินทีเดียว มะพร้าวน้ำหอมผมชอบกินมาก 
    วันก่อนมีรถกระบะมาจอดขาย ผมฟาดไปสองผล 
    แถมซื้อใส่ท้ายจักรยาน กลับมาแช่ตู้เย็นอีกต่างหาก 
    หลังจากกินน้ำจนหมด รู้สึกนึกเสียดายเนื้อ เอ…. พ่อค้าเหมือนจะรู้ใจ 
    คว้าช้อนหอยส่งให้ทันควัน ผมกินไปปากก็ร้องเรียกให้คนซื้อมะพร้าว
    ราวกับเป็นพ่อค้าเสียเอง การทำท่าที่แสนจะเอร็ดอร่อยยิ่งนัก 
    ทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ ส่งยิ้มหวานให้ 
    พร้อมกับมาซื้อกันติดไม้ติดมือ กลับไปกินกันหลายทลาย...
    	


    ...ต้นประดู่ใบหนา มองดูครึ้มตา 
    นึกถึงต้นประดู่ ที่ปลูกไว้ข้างบ้านที่จังหวัดสิงห์บุรี
    ซึ่งผมปลูกตั้งแต่เรียนอยู่ ปวช. ปัจจุบันต้นใหญ่พอสมควร 
    ที่โคนต้นผมได้ปลูกกระบองเพชรไว้ด้วย เพื่อป้องกันบรรดาหมู 
    และสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ มากัดกิน...
    
    	


    ...ยวดยานบนทางด่วนถนนวิภาวดี-รังสิต วิ่งไขว่ไปมาทั้งสองฟาก 
    สำหรับเย็นวันอาทิตย์ ขาเข้าดูจะคึกคักมากกว่า ผมใช้เส้นทางนี้บ่อย ๆ 
    เมื่อตอนซื้อรถใหม่เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา 
    แต่เดี๋ยวนี้จักรยานทำให้ผมประหยัดได้เยอะ 
    และมีเวลาเป็นส่วนตัวอย่างเหลือเฟือ ผมมักจะโชคดีเสมอ 
    ขณะที่คนส่วนใหญ่ในประเทศ ตกที่นั่งลำบาก 
    จากภาวะเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองเช่นนี้
    
    	


    ...ใบของต้นวาสนา แกว่งพลิ้วตามสายลม 
    เหมือนจะยั่วให้ผมหันไปมอง คงอยากจะให้เขียนถึงเขาบ้าง 
    เห็นทีต้องฉลองศรัทธาเจ้า ...ต้นวาสนา... สักหน่อย...
    
    ...ที่ทำงาน ป๋าอ้วนร่างกายใหญ่โต พุงพุ้ยบรรจุไขมันไว้เต็มอัตราศึก 
    กับวัยที่ใกล้เกษียณ ในความรู้สึกส่วนลึกของผม แกเป็นคนแข็ง ๆ 
    ไม่ค่อยยอมลงให้ใครง่าย ๆ ผมมักจะถกเถียงปัญหาบ้านเมืองกับแกเสมอ 
    ผลก็คือเลิกมองหน้ากันไปหลายวัน ป๋ามีหนังสือเยอะ เป็นคนชอบอ่าน 
    ชอบวิจารณ์ และชอบสะสมหนังสือดี ๆ ไว้ ผมมักจะใช้โอกาสตีสนิทขอคืนดี 
    เพื่อยืมหนังสือมาอ่าน สักวันหนึ่ง ผมคงเถียงแกชนะบ้าง 
    อ้าว…..แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ต้นวาสนา ด้วยเล่า 
    ป๋าอ้วนแกมีเมียชื่อ ...วาสนา... ครับ...
    	


    ...ต้นโพธิ์บนยอดตึกเก่า นึกสงสัยจริง ๆ 
    ว่าเหตุใดต้นไม้ชนิดนี้ จึงมักสะเออะไปขึ้นเสียสูงขนาดนั้น 
    หรือจะเพราะเป็นต้นไม้ที่ไขว่ฝันทะเยอทะยานสูง 
    อาจไม่ใช่เพราะต้นไม้คงจะไม่มีความคิดหรอก 
    เมื่อนกกินลูกโพธิ์ก็มักจะบินไปถ่ายในที่ต่าง ๆ 
    เลยทำให้สามารถพบเห็นต้นโพธิ์ขึ้นเกือบทุกพื้นที่ 
    ไม่เว้นแม้แต่ตึกเก่า ๆ ในเมืองกรุงหลังนี้...
    
    	


    ...แสงพระอาทิตย์จางหายไปแล้ว คงเหลือแต่แสงไฟริมทาง 
    พอส่องสว่างให้เขียนเรื่องได้ตามสมควร ผมอดจะนึกกลัวขึ้นมาไม่ได้ 
    ผีสางนางไม้ที่สิงสถิตตามต้นไม้ เรียกกันว่า รุกขเทวดา 
    อาจจะกำลังจ้องมองอยู่ เขาเหล่านั้นอาจจะสงสัยว่า 
    นี่...หนุ่มที่ไหนมานั่งเขียน นั่งเพ้อเจ้อ อยู่ตามลำพัง 
    จนความคิดฟุ้งกระจาย ไปรบกวนการสื่อสารของพวกเรา...
    เห็นทีผมต้องขออนุญาตคุณผู้อ่านจบก่อนดีกว่า
    ผมยังไม่อยากเสี่ยงกับสิ่งที่มองไม่เห็นตัว 
    ใช่ว่าผมจะเป็นคนขี้กลัวหรอกครับ แต่ผมง่วงแล้วด้วย…
    	
โดยคุณ : โก๋ขอรับ [วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม 2544 - 20:53:43 น.]

กลับหน้าหลักครับ back to memu