จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๓ ลูกสิงห์โชคร้าย...
จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๓ ลูกสิงห์โชคร้าย...


    …วันนี้ป่วยเลยไม่ได้ไปโรงเรียน ผมไม่เคยป่วยยาวนานอย่างนี้มาก่อน 
    ทุกคนในบ้านต่างเอาอกเอาใจผม พ่อบอกว่าลูกต้องหยุดเรียนประมาณ 15 วัน 
    ผมแกล้งตีสีหน้า แสนเสียดายอย่างสุดซึ้ง เท่าที่สามารถจะทำได้ 
    ส่วนในใจจริงนั้น สบายละกู งานนี้…
    
    	


    …เมื่ออาทิตย์ก่อน หมาบ้า…บ้านลุงเกลียวกัดผม 
    ตอนนี้ผมเริ่มเบื่อหน่าย อยากยืดเส้นยืดสาย เพราะหยุดเรียนมาหลายวัน 
    ที่สำคัญทุกเช้าพ่อต้องพาผม ซ้อนจักรยานไปอนามัย ซึ่งอยู่ในตัวอำเภอ 
    ที่รอบสะดือ… ยามว่างผมจะนั่งก้มมองเพื่อนับรอยเข็มฉีดยา 
    เกือบครึ่งรอบแล้ว พ่อมักจะส่งเสียงตะคอกเบา ๆ ใส่หูหมอ 
    ก่อนจะลงเข็มที่สะดือเหี่ยว ๆ ของผม แรก ๆ ผมร้องจนสุดแรงเกิด 
    แต่บัดนี้เริ่มชินชา ผมไม่มีโอกาสดิ้นรน หรือหลีกเลี่ยงได้ 
    ทุกคนในหมู่บ้านพูดกรอกโสตปราสาท 
    ถ้าไม่ยอมให้เขาฉีด… จะเป็นบ้าไปตลอดชีวิต… พี่ชายมักพูดเช่นนี้ 
    ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมจึงจำเป็นต้องยอมให้หมอกระทำกับสะดือของผมเยี่ยงนี้  
    ผมยังไม่ยากบ้า ยืนน้ำลายฟูมปาก ผมอายน้องประจิม นักเรียนรุ่นน้องชั้น ป.1 
    ใคร ๆ มักล้อเธอเป็นแฟนผม ไม่จริ๊ง ไม่จริง… ผมเถียง… 
    แต่สังคมโรงเรียน ก็พยายามยัดเยียดความเป็นคู่รักให้เรา 
    เพื่อน ๆ ชอบล้อว่าเธอเป็นแฟนผม ต่อหน้าเพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ 
    ผมไล่เตะมันไม่ทันสักที มันขายาว ชื่อไอ้รวย …
    
    	


    …ไอ้เทียน นักเรียนโข่ง หง่าวที่สุดในชั้น เพื่อนที่ผมรักและสนิท 
    เราจนพอ ๆ กัน ผิดกันตรงที่ผมมีภาษีดีหน่อย 
    เพราะที่บ้านเลี้ยงเป็ดหลายร้อยตัว 
    แต่ของเพื่อนเลี้ยงไว้กินไข่ไม่เกินสิบตัว 
    มันมอบความไว้วางใจให้ผมเสมอโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ 
    ผมสุดทนกับเสียงคร่ำครวญของมันมาหลายวัน ฟันผุ… 
    เชือกปอพลาสติกเก็บได้ที่ใต้ถุนโรงเรียน ถูกมัดที่ฟันอย่างแน่นหนา 
    ยังไม่ทันที่มันจะส่งการหรือนัดแนะใด ๆ ผมไม่รอช้าให้เสียเวลา 
    เศษเนื้อสดชิ้นใหญ่ ติดมาพร้อมกันกับฟันผุซี่เหม็น เลือดพุ่งกระฉูด 
    นั่นคือ ความไว้วางใจครั้งสุดท้ายในชีวิตที่มันมอบให้ผม 
    วิธีเถื่อน ๆ แบบนี้ผมถนัดยิ่งนัก…
    
    
    	


    …พ่อเล่าว่าหลังจากที่ถูกหมาบ้ากัด 
    ยายรีบตะโกนบอกคนบนบ้านให้รู้ พ่อคว้าปืนพกคู่กาย 
    ไล่ยิงไปถึงบ้านลุงเกลียว แบบในหนังไม่มีผิด  แม้หนทางจะแสนลำบาก 
    ถึง คลองชลประทาน ขวางหน้า หรือว่า หัวคันนา จะมาขวางกั้น 
    ก็ไม่อาจหยุดยั้งความเครียดแค้นนี้ได้ ลูกข้าใครอย่าแตะ… 
    พ่อยิงมันไปหลายนัด ซัดต่ออีกเป็นแม็กซ์ ก็ไม่สามารถแก้แค้นให้ลูกได้ 
    พ่อบอกว่าขนาดยิงไก่มันยังไม่ตายเลย เจ้าปืนรุ่นนี้ 
    เสียดายที่ตาไปขึ้นตาล ไม่งั้นมันเจอลูกซองแน่ 
    ขนาดนกเขาป่า ยังร่วงครั้งละเป็นสิบ 
    พ่อเคยยืมไปซันโวมาแล้ว ผมกินผัดเผ็ดนกเขาป่า จนพุงกาง…
    
    	


    …หลายวันแล้วไม่ได้อาบน้ำ นึกสงสัย พ่อมีความรู้ระดับสูง 
    สูงที่สุดในหมู่บ้าน พ่อบอกเขาเรียกโรคชนิดนี้ว่า 
    โรคพิษสุนัขบ้า หรือ โรคกลัวน้ำ ประโยคหลังนี่ ทำให้เข้าใจว่า 
    ผมต้องกลัวน้ำด้วย คงอดเล่นน้ำในคลองไปอีกหลายวัน ผมเศร้าใจ 
    มองดูท้องอันเหี่ยวแห้งของผมด้วยความเวทนา อย่างหาที่เปรียบมิได้
    แกงหอยขม… คงต้องอดไปอีกนาน…
    
    
    	


    …พ่อไปเลี้ยงเป็ด แม่ไปขายของที่ตลาด พี่ชายไปโรงเรียน 
    ส่วนตาติวเข้มวิชาเอาตัวในสังคมชนบทให้ผมเหมือนอย่างเคย 
    สำหรับที่นี่ ปัญหาปากท้องสำคัญกว่าทุกวิชาในห้องเรียน 
    ชีวิตต้องอยู่รอดให้ได้ หากไม่มีเรี่ยวแรงจะเอาปัญญาที่ไหนไปศึกษาเล่าเรียน 
    ...การดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดไปวัน ๆ หนึ่ง...
    นี่คือ…
    ...ปรัชญาความเป็นมนุษย์ อันสูงสุดในสภาวะของลูกชาวนาวัยเยาว์ …
    
    	


    …ตากำลังหลาวคานอันใหม่ให้แม่ 
    เทคนิคสำคัญต้นไผ่ป่าต้องแก่พอประมาณ ใช้ไม้อ่อนไม่ได้ 
    แก่มากไปคานจะแข็ง รับแรงไม่ดี ผมทำคานอันเล็กสำหรับตนเอง แต่ไม่สำเร็จ… 
    ตาทำให้ ผมเป็นพ่อค้าเหมือนแม่แล้ว… สุดยอด… หัวใจผมพองโตจนสุดประมาณ 
    ตาเห็นผมแข็งแรงแล้วพอสมควร จึงใช้ผมไปหาบน้ำที่คลองมาใส่ตุ่ม ผมค้อนเล็กน้อย 
    วันก่อนแม่ซื้อกระเป๋ง หรือกระเต๋ง แล้วแต่จะเรียก ผมชอบกระเต๋งมากกว่า กระเป๋ง 
    มันเหมือนเสียงหมาโดนหนังสะติ๊ก มันเสียศักดิ์ศรี...
    
    	


    ...แม้ผมจะยังป่วยอยู่ แต่ไฟมันกำลังคุโชน 
    ยังหาบไข่ไปขายที่ตลาดไม่ได้ ไม่เป็นไร 
    วันนี้หาบน้ำให้ตาก่อนก็แล้วกัน ผมหาบน้ำได้ประมาณ 2 เที่ยว ด้วย กระเต๋ง 
    ผมว่า มันน่าจะเป็นกระป๋องนมผงเลี้ยงเด็ก มากกว่า 
    แม่เคยบอกว่า การหาบน้ำเช่นนี้ เขาเรียกว่า อีกากางปีก 
    ผมฉลาดเสมอ แม่หาบโดยใช้คานพาดบ่าเพียงข้างเดียว 
    แต่ผมใช้พร้อมกันทีเดียวสองข้าง เพื่อให้สามารถถ่ายเทน้ำหนักได้ดี 
    ครูนิสัย เคยสอนในชั้นเรียน…
    
    …น้ำในโอ่งขุ่น ก้อนสารส้มวางอยู่ที่ฝาอลูมิเนียม 
    ผมนำมันมาแกว่งไปมาหลายรอบอยู่ 
    ผมเคยใช้สารส้มถูตัว ทำให้ขี้ไคลกระเจิดกระเจิงมาแล้ว …
    
    	


    …ตาใช้ไม้ไผ่ทำคาน มีดอีเหน็บคมกริบ 
    ค่อย ๆ บรรจงหลาวไม้ไผ่ผ่าซีก อย่างชำนาญ จนเป็นรูปคานอันสวยงาม 
    ตาปล้องเป็นข้อที่ตาเหลือไว้นูนสูงสวยเด่น ที่ทั้งสองปลาย 
    เพื่อป้องกันไม่ได้เชือกระบุงหลุด แม้ของผมจะอันเล็กกว่า 
    แต่ก็สวยไม่แพ้ของแม่หรอก…
    
    
    	


    …ยามบ่าย ยายนำสำรับออกมาวาง น้ำพริกเผา ว้าว ๆ 
    ผลกระเจี๊ยบมอญต้ม…มียางยืด 
    กล้วยอ่อนต้ม…รสนุ่ม 
    ลูกมะระต้ม…สมศักดิศรี 
    มะละกอต้ม…อมหวาน 
    ล้วนแต่อาหารที่เลิศหรู นั่นอะไร ต้มจืดตำลึง 
    ข้าวในกระมังหมดแล้ว ผมสะกิดยาย ผมกินได้มาก 
    หาบน้ำถึงสองเที่ยวไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่ผมเจริญอาหารเช่นนี้...
    
    …สงสัยต้องไปเก็บลูกมะเกลือมาตำให้มันกิน พยาธิมันเยอะ… 
    เสียงพ่อตะโกนมาจากหัวบันได…
    
    	
โดยคุณ : โก๋ 2000 ปี [วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2544 - 22:49:02 น.]

 

กลับหน้าหลักครับ back to memu