จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๗ ปริญญาชีวิต…
จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๗ ปริญญาชีวิต…


    เสียงฉมวกของพ่อ พุ่งลงไปในน้ำ 
    เหล่าปลาน้อยใหญ่ต่างตกใจ ดำดิ่งลงสู่ก้นคลองทันที 
    ปลาตะเพียนตัวใหญ่ติดอยู่ที่ปลายฉมวก ด้วยภูมิปัญญาแบบชาวบ้าน 
    พ่อผูกเชือกที่ปลายด้าม เมื่อขว้างไปจนสุดแรงแล้ว 
    ก็จะดึงกลับมาได้โดยไม่ต้องลงน้ำให้เปียก ไม้ไผ่ปล้องข้างในกลวง 
    ทำให้สามารถลอยอยู่ได้ แต่ปลายฉมวกเป็นเหล็ก 
    จึงมักจะทำให้จม เชือกจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด 
    พ่อประยุกต์ใช้ แบบแหสาว ปกติแหทั่ว ๆ ไป 
    จะมีจอมอยู่ที่ด้านบน พ่อผูกเชือกตรงนั้น ที่ชายแห มีห่วงตะกั่วร้อยเป็นพวง 
    พ่อถลกมันขึ้นมาทบกัน แล้วเย็บด้วยเชือกไนล่อนคล้ายถุง 
    ปลาจะมาติดรวมกันอยู่ตรงนี้ ผมชอบดูพ่อทำแหสาว 
    พ่อจะเอาไปจัดการกับพวก ปลาสร้อย ปลาตะเพียน ปลากระดี่ 
    ส่วนพวกปลาช่อน ปลาดุก พ่อจะใช้แหปกติ
    
    	


    วันนี้ต้มยำปลาตะเพียนใส่มะม่วงสับ อร่อยที่สุด 
    พ่อให้ผมไปเก็บตะไคร้ใบโหระพามาใส่ ส่วนพ่อตั้งไฟ 
    พ่อเผาหอมกระเทียม และพริกแกว 
    พ่อสอนว่าต้องรอให้น้ำเดือดก่อนจึงจะใส่ปลาลงไป 
    ไม่อย่างนั้นจะทำให้เหม็นคาว 
    ผมเชื่อพ่อ รสชาติอาหารฝีมือพ่ออร่อยที่สุดในโลกเลย 
    
    
    	


    ปลาตะเพียนมีก้างฝอยจำนวนมากในเนื้อ แรก ๆ 
    ด้วยความตะกละ ก้างติดคอผม เกือบแย่ 
    กลางคืนนอนน้ำตาไหลพราก ด้วยความทรมาน 
    ตีนของไอ้เหมียวแมวที่บ้าน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมจับมาตะกุยตะกายที่คอ  
    แม่บอกว่ามันทำให้ก้างปลาหลุด แม้พ่อจะทัดทาน 
    แต่ผมก็เชื่อแม่ มันเป็นทางเดียวที่ยังเหลืออยู่ 
    ไม่ว่าจะกินข้าวเป็นก้อน ๆ ไปหลายสิบก้อน มะนาวหยอด 
    วิธีของพ่อ  สำหรับความคิดของผม เอานิ้วล้วงเขี่ยหา 
    มันอยู่ลึก มันไม่หลุด ผมพยายามหลายสิบรอบแล้ว ไอ้เหมียวเลยซวยไป
    
    	


    วงล้อรถจักรยาน พ่อแขวนไว้ที่ขื่อ ถูกถอดเป็นชิ้น ๆ ด้วยฝีมือของผม 
    พ่อคงไม่ใช้แล้วล่ะ ผมคิดเข้าข้างตนเอง ซี่กำวงล้อมีตั้งหลายอัน 
    ผมแค่แบ่งมาเท่านั้น พ่อคงไม่สังเกต นำมาฝนกับหินลับมีด
    ด้วยความทะมัดทะแมง ผมลับไว้หลายซี่ เมื่อครั้งแรก 
    ผมทำฉมวกด้วยเหล็กกำล้อเพียงซี่เดียว เอาถุงพลาสติก 
    มายัดที่ด้านกกของลำไม้ไผ่ ซึ่งแอบไปตัดมาที่บ้านลุงหมาน 
    เอาซี่เหล็กแหลมที่ด้านทื่อเผาไฟจนสุกแดง 
    ผ้าขี้ริ้วจับทางด้านแหลมดันเข้าไปที่รู พลาสติกละลายตัว 
    ทำให้เหล็กแหลมยึดติดกับลำไม้ไผ่
    
    ผมสะแหยะยิ้มกับผลงานชิ้นโบว์แดง 
    เหลือเพียงเชือกเท่านั้น ฉมวกอันแรกในชีวิตมัดด้วยเชือกกับข้อมือน้อย ๆ ของผม 
    แหมมันช่างเหมาะมือเสียนี่กระไร ผมนึกถึงภาพต้มยำปลาตะเพียนหอมกรุ่น
    
    	


    ผมเก้ๆ กัง ๆ ที่ริมคลอง 
    ปลาสร้อย ปลาตะเพียนหลายตัว หายใจผะงาบ ๆ ที่ผิวน้ำ 
    ผมรวบรวมสมาธิเป็นหนึ่ง ก่อนจะพุ่งไปสุดแรง จ๋อม….. 
    เสียงฉมวกดังควบคู่กับการดำหนีของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย 
    ผมค่อย ๆ สาวเชือกกลับอย่างใจเย็น มันว่างเปล่าไม่มีทั้งปลา และปลายฉมวก 
    ผมเสียเหล็กแหลมไปหลายอัน สลับกับการวิ่งไปประกอบใหม่ 
    
    	


    วงล้อรถจักรยานของพ่อไม่มีซี่เหลืออยู่แล้ว 
    เพราะการพัฒนาฉมวกรุ่นสอง เหล็กแหลมถูกนำมามัดรวมกันด้วยลวด 
    ผมมัดถ่างกันเล็กน้อย ใช้ถุงพลาสติก จำนวนมากขึ้น งวดนี้ผมมั่นใจสูง 
    เพราะมันเหมือนของพ่อมาก ฉมวกพ่อมันเป็นเหล็กหล่อแข็งแรง 
    ที่ปลายแหลมมีหลายซี่เป็นวงกลม ผมมักจะเข้าใจว่า 
    พ่อเก่งเสมอ ท่านทำได้เกือบทุกอย่าง ความจริงผมมารู้ภายหลัง 
    บางอย่างพ่อตะโกนบอกให้แม่ซื้อที่ตลาด ผมไม่เคยเห็นพ่อฝากเงินสักที 
    
    
    	


    วันนี้เป็นวันที่ปลาในคลองหน้าบ้าน 
    จะต้องเสียใจ ที่ดันเกิดมามีชีวิตร่วมโลกกับผม 
    น้ำหนักที่ปลายเพิ่มขึ้น ผมพุ่งสุดแรงเกิด เสียงดัง โฉ๊ะ……… 
    เป้าหมายพลาดอย่างจัง ผมใจหายวูบ กระบอกไม้ไผ่ท่อนโต 
    ลอยอยู่กลางน้ำ นั่นคือ เป้าหมายที่ผมไม่ได้เจตนาพุ่งใส่ 
    น้ำหนัก ทิศทาง ความแรง มันทำให้ฉมวกติดแน่นกับกระบอกไม้ 
    เหล็กแหลมทั้งยวง ติดคาอยู่ที่นั่น ผมกริ้ว…
    
    	


    ผมสาวเชือกกลับมาอย่างรวดเร็ว ด้วยอารมณ์ครุกรุ่น 
    ผมสุดทนกับวิธีหากินเยี่ยงนี้ยิ่งนัก เสียเวลาเป็นวัน  ๆ 
    สู้ทนฝน ซี่ให้เป็นเหล็กแหลม งานใหญ่ยิ่งกว่า ฝนทั่งให้เป็นเข็ม มากมาย  
    ผมไม่ได้อะไรตอบแทน นอกจากความว่างเปล่า และเจ็บกระดองใจ  
    
    
    	


    น้ำในคลองลึก ยังว่ายน้ำไม่แข็ง อีกอย่างหนึ่ง 
    ผมกลัวฝูงปลามันจะรุมทำร้าย ศัตรูของผมมีไม่น้อย 
    พ่อเคยบอกว่า ปลาปักเป้ามันชอบกินเนื้อเด็กสด ๆ 
    ผมจำเลยต้องทิ้ง ซี่กำล้อจักรยานของพ่อไว้ที่นั่น
    
    
    	


    แดดร่มลมตก ใต้ต้นมะขามเทศริมทุ่ง 
    ผมมานั่งสงบสติอารมณ์ สายลมพัดโชยมาแต่ไกล 
    สายตาผมเหม่อลอย สิ่งหนึ่งแวบเข้ามาในสมอง 
    นกหลายตัวกำลังจิกกินเม็ดมะขามเทศอย่างเอร็ดอร่อย 
    ผมเรียนรู้ได้ด้วยสัญชาติญาณ 
    เชือกผูกกิ่งไม้แห้งกับปลายด้ามฉมวก ซึ่งบัดนี้ มันไม่มีพิษอันใดแล้ว 
    ผมมัดจนแน่น ไม้สอยมะขามเทศ ทำให้ผมอิ่ม มีอาหารว่างกิน 
    ผมคิดค้นวิธีการหากินแบบง่าย ๆ  โดยสังเกตจากธรรมชาติ 
    ผมพบความเป็นตนเอง แทนที่จะเลียนแบบผู้อื่น 
    คนเราต่างกัน ความรู้ วัย ฐานะ ประสบการณ์ สภาพแวดล้อม ความชอบใจ 
    ผมอิ่มท้องได้ด้วยปัญญาของผมเอง เป็นความอิ่มที่แสนปลื้มใจ 
    ผมคลายโทสะ เอาชนะปัญหา ด้วยลีลาเรียบ ๆ ไม่ซ้ำแบบใคร 
    การดำรงชีวิตให้สอดคล้องสมดุลนี้มีหลักว่า 
    …เรียบง่าย และสบายท้อง…  
    เสียดายก็แต่ วันนี้ไม่ได้เอาหนังสะติ๊กมาด้วย 
    ไม่อย่างนั้น ผมคงได้กินทั้งมะขามเทศ และนกย่าง
    
    
    
    	


    ปัจจุบัน ผมจบด้านบริหารจากมหาวิทยาลัย 
    ตามความประสงค์ของพ่อแม่ 
    …การบริหารงานเชิงสถานการณ์ …
    คือบทสรุปของใบปริญญา ที่ผมแขวนไว้ให้แม่ดูที่บ้านนอก 
    ผมไม่ได้ยินดียินร้ายกับมัน แม้แต่นิดเดียว มันไม่ใช่อย่างที่ผมต้องการ 
    ปริญญาชีวิต…ที่แท้จริง ผมยังคงค้นหาอยู่ร่ำไป 
    งานเขียนชุดนี้ ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ 
    ผมได้ละทิ้งโลกที่แท้จริง ละทิ้งปริญญาชีวิต ไว้เบื้องหลัง
    ผมโง่หรือเปล่า ที่ต้องทุ่มเท เสียเงินเสียทอง เสียเวลามากมาย 
    กับกระดาษแผ่นหนึ่ง เพื่อค้นหาคำตอบของปริญญาใบนี้ 
    ทั้งที่ชนบทของผม ได้หยิบยื่นปริญญาชีวิต ให้ผมมาตลอด 
    ผมสามารถพลิกแพลง ใช้มันได้อย่างช่ำชอง คล่องแคล่ว และแยบยล 
    แม้จะดำรงชีวิตอยู่ในเมืองหลวงนี้ก็เถอะ…
    
    ผมขออนุญาต จบงานเขียนชุดนี้ ตรงที่ 
    ปริญญาชีวิตของผม…
    แผ่นดินเกิดของผม…
    ประทานให้ผมมา….ตั้งนานแล้วครับ…
    …ท่านอธิการบดี ทั้งหลายเอ๋ย…
    
    แล้วคุณผู้อ่านล่ะ คิดเหมือนกันกับผมหรือไม่… 
    คุณมีปริญญาชีวิต…แล้วหรือยัง…
    
    	
โดยคุณ : โก๋ 2000 ปี [วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2544 - 11:00:53 น.]


กลับหน้าหลักครับ back to memu