จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๘ มีดโกน อาบน้ำปลาร้า…
จันทร์เจ้าขา ภาค ๒๐๘ มีดโกน อาบน้ำปลาร้า…


    วันนี้ผมหากินไกล เฉาก๊วยกับมันเชื่อมใส่น้ำแข็งผ่านลำคอผม ด้วยความกระหาย 
    ป้า…มีน้ำไหม…  
    อยู่ด้านหลังนั่นไง… 
    ผมเปิดฝากระติก 
    น้ำหมดแล้วป้า…. 
    ก็คนจะเก็บอยู่แล้ว… 
    ผมหนีกระหาย ดันมากินหวานไม่มีน้ำอีก เวรกรรมแท้ ๆ 
    ป้า…เขาว่าบ้านนายกชวน อยู่ซอยนี้ ป้า…รู้จักไหม…
    ข้างหลังนั่นไง…
    ผมชักยั้ว น้ำหมดกระติกแล้ว ยังจะมาย้ำอีก
    
    	


    บ้านสองชั้นครึ่งตึกครึ่งไม้ ด้านหลังผม สภาพพึ่งจะปรับปรุงใหม่ ติดแอร์
    คอนดิชั่น มีจักรยานแบบจ่ายกับข้าว จอดอยู่ใต้ชั้นล่าง ซีกหนึ่งสำหรับที่นำรถเข้า
    จอด หน้าบ้านมีกล่องจุดตรวจของ สภอ.ดินแดง และกองปราบปราม ไม่มีป้ายเลขที่
    บ้าน กำแพงสีขาว ชั้นสองมีระเบียงไม้เล็ก ๆ สามารถเดินไปมาได้ บ้านข้าง ๆ ต้น
    ชมพู่กำลังติดลูกสีเขียวดูน่ารับประทาน 
    
    	


    ผมเดินไปซื้อแป๊บซี่ถุงใหญ่ ซึ่งอยู่ตรงกันข้าม ตึกสูงหลายชั้นเรียงติดกันจน
    ถึงหน้าปากซอย ถั่วลิสงคั่วถุงละห้าบาท แม่ค้าแจ้งราคาสิบห้าบาท ผมควักแบ้งค์ยี่สิบ
    ยื่นให้ ส่วนในใจก็คิดว่าทำไมมันแพงนัก น้ำอัดลมใส่น้ำแข็งอย่างนี้ ผมเคยซื้อร้าน
    เจ้าชา ข้าง ๆ ที่พักของผม แค่ถุงละแค่แปดบาทเอง ผมชอบกินแป๊บซี่ใส่น้ำแข็ง 
    มันซู่ซ่าดี งานเขียนของผมวันนี้ รับรองซู่ซ่า บวกฮาแน่ ๆ น้ำแข็งใสของป้า 
    ทำพิษผม มันหวานเกินจะบรรยาย 
    ป้าบ่นให้ฟังว่า นายกชวน ไม่ค่อยพูดจากับใครในระแวกนี้นัก ที่หน้าบ้าน
    นายกชวน หญิงสาวอนงค์หนึ่ง ดันรั้วลูกเลื่อน หน้าตาก็งั้น ๆ แหละ ถือถุงเดินออกไป
    หน้าปากซอย ป้าบอกว่ามีเพียงแม่บ้านอยู่ ปกตินายกชวนจะกลับดึก 
    
    	


    ผมถีบจักรยานมาสวนพักผ่อน หลังป้อมซอยหมอเหล็ง ห่างจากบ้านนายก
    ชวน ไม่เกินร้อยเมตร ที่นี่บรรยากาศดีมาก ๆ ต้นไม้ ต้นหญ้าเขียวพรึบ แย่หน่อยก็
    ต้องที่ทางด่วนมันอยู่บนหัวพอดี ผมเขียนไปรถมันก็วิ่งผ่านหัวไป เสียง วืด ๆ ๆ เสา
    ทางด่วนหลายต้นปักลงมา ดูใหญ่โตแข็งแรง หนุ่ม ๆ ส่วนใหญ่มาเล่นกีฬากัน
    นั่นเตะตะกร้อ นั่นหลายคนเล่นฟุตบอลโกหนู ถีบจักรยานก็มี บางก็ล้อมวง
    สนทนาภาษาสุรายามเย็นกันไป สำหรับผม ม้าหินที่เขาเอาสีมาทาให้ดูเหมือนเนื้อไม้ 
    อากาศมันร้อน ผมถอดเสื้อโชว์กล้าม และลูกประคำที่คอพวงใหญ่ ปากกาก็ร่ายงาน
    เขียนไปเรื่อย ๆ
    
    	


    ถุงแป๊บซี่ทำพิษ ผมแขวนไว้ที่แฮนด์จักรยาน มันรั่ว บ้าเอ้ย… แพงก็แพง 
    ดันมารั่วอีก สุดเสียดาย ดูด ๆๆๆๆ ให้มันสะใจไปเลย ก่อนจะแวะมาเที่ยวแหล่ง
    กบดานของอดีตท่านนายกชวน ผมซื้อกล้วยน้ำว้าสุกติดหน้าจักรยานมาด้วย ซัดไป
    หลายลูกแล้ว อิ่มสบาย หมดปัญหาเรื่องปากท้อง 
    วันก่อนผมซื้อผักมะขามเทศมานั่งกินเป็นกิโล ๆ เลย อยู่บ้านนอกผมชอบ
    กินมาก ราคาที่กรุงเทพฯ แพงพอสมควร กิโลละประมาณ 40-45 บาท บางช่วงขาด
    ตลาดก็ขึ้นไปถึง 60 บาท ผมซื้อแค่ครึ่งโล มากกว่านั้น มันเกินตัวไป
    
    	


    เด็ก ๆ เล่นม้าโยกกันอย่างสนุกสนาน นกกระจอก มันโฉบลงมาใกล้ ๆ สอง
    สามตัว ส่งเสียงร้องฉอเลาะกัน ผีเสื้อสีส้มบินผ่านไปว่อนไหว ผมมองตาม… ดอกไม้
    มีเยอะ มองเห็นไกล ๆ สีเหลือง น่าจะเป็นดาวกระจาย สีชมพู อืม… เจ้าบานชื่น
    กระมัง ที่นี่มีต้นไม้หลายอย่าง ประดู่มากว่าใครเพื่อน เฟื่องฟ้าออกดอกสีชมพูเป็น
    พุ่มสวย สะพรั่ง หมาต่างประเทศสีน้ำตาลแกมดำตัวเล็ก ๆ หางกุดวิ่งหลบไปทางเสา
    ทางด่วน ผมนึกสงสัยจริง ๆ ทำไมหมาชนิดนี้ มันถึงมีร่างกายสม่ำเสมอเสียเหลือเกิน 
    ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี มันก็ตัวเท่าเดิม คนกรุงเทพฯ ชอบซื้อมาเลี้ยง โคตรหง่าวที่สุด
    
    
    	


    พ่อค้าไอศกรีม สั่นกระดิ่งบ่อยครั้ง… พ่อค้าขายข้าวเกรียบหาบมาขายด้วย 
    ข้าวเกรียบถูกปิ้ง จนกรอบใส่ถุงมาเรียบร้อย ตามงานวัดที่บ้านนอก ผมเห็นเขาขาย
    กันหลายเจ้า ต้องมีเตามาปิ้งด้วย ไม่อย่างนั้น ไม่มีคนซื้อ เวลาปิ้งต้องพลิกอย่าง
    สม่ำเสมอ ไฟต้องแรง ที่สำคัญต้องกินตอนนั้นเลย ร้อน ๆ จะกรอบหวานหอมชื่นใจ
    เด็กน้อยสองคนเดินเคาะลูกบาสเกตบอล พร้อมกับพูดคุยกันไปด้วย หนุ่ม
    สาวคู่หนึ่ง ซ้อนมอเตอร์ไซ ผ่านหลังไปไว ๆ คงจะเป็นคู่รัก ชวนกันมาพักผ่อนในสวน
    สาธารณะ
    
    	


    ต้นลั่นทมออกดอกสีแดง แต่ไม่มากนัก ตอนนี้แสงพระอาทิตย์ กำลังอ่อน
    ลงแล้ว สายตาผมเหม่อมองไปที่คลองมักกะสัน ฝั่งโน้นผมเคยปั่นจักรยานไปเที่ยว 
    เป็นโรงงานซ่อมรถไฟ มีบริเวณกว้างขวางใหญ่โตมาก คานเหล็ก หมอนรองรางรถไฟ 
    ตู้โบกี้เก่า ๆ ก็เยอะ ผมโดนยามไล่ให้ออกมา ผมหลงทาง หาทางออกไม่ได้ แกล้ง
    บอกไปว่า เป็นไปรษณีย์มาใหม่ กำลังสำรวจพื้นที่เขตจ่าย ยามรักษาการณ์บนหอสูง 
    ชี้ทางออกให้ ผมจึงหลุดรอดออกมาได้ 
    ครั้งนั้นผมไปออกถนนใหญ่เรียบทางรถไฟมักกะสัน กว่าจะข้ามรั้วซีเมนต์ที่
    เขาสร้างไปได้ ก็ทุลักทะเลพอสมควร แม้จักรยานจะเบา แต่รั้วกั้นมันสูง ลัดเลาะเข้า
    ไปในหมู่บ้านของพนักงานการรถไฟ บรรยากาศดีมาก 
    
    
    	


    บ้านพักสมัยเก่าแบบนี้ นานแล้วไม่ได้เห็น หน้าบ้านมีรั้วต้นไม้ ที่น่าแปลก
    คือ ล้วนเป็นพืชสมุนไพร ใช้ในครัวได้เลย มีหลายชนิด 
    ร่มรื่น ชื่นใจดีจังนะครับ…ผมทักทายเจ้าของบ้าน แกนั่งรับลมอยู่ที่ม้านั่ง
    ยาวหน้ารั้ว  กินได้ด้วยครับ… แกแนะนำ คุยต่ออีกหน่อย ผมก็จากมาด้วยความ
    ประทับใจ ในไมตรีที่งดงามยิ่ง เขาคือ พนักงานการรถไฟ ที่ส่วนหนึ่งในชีวิตของผม
    ได้มีโอกาสสัมผัส …โครงการหน้าบ้าน น่ามอง… ของอดีตผู้ว่ากรุงเทพมหานคร 
    คือ สิ่งที่ผมจำได้ แม่นยำ จากคำบอกเล่า…
    
    	


    ผมพาหนะคู่กายบ่ายหน้าไปเรื่อย ๆ ไปออกตึกใบหยก ผ่านไปจนถึงห้าง
    พันธ์ทิพย์ แวะกินก๋วยเตี๋ยวไก่หนึ่งชาม แล้วก็ล่ามโซ่จักรยาน ขึ้นไปเดินทอดน่อง ดู
    อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซีดี หัวค่ำก็ปั่นจักรยานกลับมาทางถนนราชปรารถ ผ่าน
    ทะลุอุโมงค์ใต้ดินจนถึงดินแดง จริง ๆ จักรยานเข้าอุโมงค์ไม่ได้ ผมต้องจูงเดินข้ามแยก 
    ซึ่งดูลำบากพอสมควร ยามค่ำ ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ยวนยานมาก
    มาย จากอนุสาวรีย์กำลังจะมุ่งไปวิภาวดีรังสิต นั่นคือภาพความหลังเมื่อเดือนก่อน
    
    
    	


    กลับมาที่สวนสาธารณะซอยหมอเหล็ง
    ต้นจำปีในสวนนี้ ยังไม่ออกดอก แต่ใบสีเขียวอ่อนของเขา สวยงาม ดูแล้ว
    สดชื่น สมัยเด็ก ยายมักพาผมไปทำบุญที่วัดการ้องบ่อย ๆ ยายชอบทำบุญทำทาน ที่
    วัดมีต้นจำปี ต้นใหญ่มาก ดอกที่ร่วงลงมา ผมเก็บมาสูดดม หอมจริง ๆ หอมมาก ๆ 
    ข้าง ๆ โบสถ์มีต้นลั่นทมอยู่ต้นหนึ่ง ต้นใหญ่เหมือนกัน ผมชอบปีนเล่น ต้นเขาเหมือน
    งูเลื้อย ยาวใหญ่ เอนอ่อนช้อยไม่สูงนัก แต่แข็งแรง ปัจจุบันผมไปเที่ยวที่วัดอีก ต้น
    ลั่นทมพึ่งโดนตัดไปได้ไม่นาน ผมมองดูตอของต้นลั่นทม ด้วยความระทมใจ อย่าง
    เหม่อลอย ละห้อยหา
    
    	


    ศาลาหน้าวัดยื่นไปในลำคลองการ้อง ซึ่งเชื่อมต่อกับลำแม่ลา จึงได้ชื่อว่า 
    แม่ลาการ้อง… ที่นี่สมัยก่อนมีแข่งเรือแข่งพายกัน พ่อพาผมมาดู สนุกมาก 
    ผมตื่นตาตื่นใจ หัวเรือที่ฉีกสายน้ำแตกกระจาย ช่างเป็นภาพที่สุดแสนจะเร้าใจ
    แม่เคยพาผมล่องเรือที่ลำการ้อง เพื่อไปซื้อปลาที่ชาวบ้าน ยกยอได้จำนวน
    ครั้งละมาก ๆ เป็นยอขนาดใหญ่ เขาใช้ไม้ไผ่เป็นลำ ๆ ยาว มาผูกกันยื่นออกไปทั้งสี่
    ทาง คล้ายกากะบาด ข่ายยอขนาดใหญ่เท่าบ้าน ถูกหย่อนลงน้ำและขึ้นจากน้ำด้วย
    คานขนาดใหญ่ การยกแต่ละครั้งต้องเดินขึ้นไปเหยียบที่ขั้นคาน ซึ่งมีลักษณะคล้าย
    ขั้นบันได 
    ปลาที่ได้ส่วนใหญ่ เป็นพวก 
    ปลาสร้อย…น้อยใหญ่ 
    ปลาตะเพียน…เวียนวาววับ 
    ปลาหลด…คดเคี้ยว 
    ปลากระดี่…สีขาว 
    ปลาลิ้นหมา…แกว่งไกว 
    ปลากราย…ลายสีดำ 
    ปลาแก้มช้ำ…หลากสี 
    ปลาเข็ม…ปากแหลม 
    ปลาปักกระเป้า ยังมีเลย แม่เคยพาผมไปงมปลา แทบไม่น่าเชื่อ มือเปล่า ๆ ของเรานี่
    แหละ สามารถจำปลาใต้น้ำได้ อุดมสมบูรณ์จริง ๆ แม่ลาการ้อง บ้านผม…
    
    	


    ใกล้จะค่ำแล้ว ผมนั่งเขียนอยู่นาน กำลังจะขมวดเรื่องเข้ามา คลอง
    มักกะสันที่ผมเหม่อมอง จนยาวไปถึงลำแม่ลาการ้องของผม 
    
    	


    ภาพน้ำในคลองมักกะสันดำ สิ่งกลิ่นเหม็นเน่า อยู่ห่างจากบ้านอดีตท่าน
    นายก ไม่เกิน 200 เมตร เป็นสิ่งที่ผมไม่อยากจะบรรยาย เหตุใดน้ำในคลองมักกะสัน
    จึงมีสภาพสยดสยอง และน่าสะอิดสะเอียนเพียงนี้ โชคดีที่บ้านอดีตท่านนายกชวน มี
    สวนสาธารณะมากั้นกลางเอาไว้ ไม่อย่างนั้น ท่านก็คงจะต้องย้ายหนีไปนานแล้ว 
    
    
    	


    หนุ่มน้อยใช้ท่าตีลังกา ตบกระกร้อลงหน้าเนต ผมคงต้องเสร็จ หากยังดื้อ
    เขียนต่อไป แค่นี้ท่านก็คงจะเหม็นขี้หน้า เหม็นหมึกปากกาผมเต็มทน 
    
    	


    คนอย่างผม ลูกขุนแผนแดนแม่ลา 
    แม่น้ำของผมไม่เคยเน่าเสีย ยังประโยชน์ให้แก่ชาวบ้าน มานานนับพันปี 
    เช่นเดียวกับ น้ำหมึก น้ำคำ ที่ผมเขียน 
    ผมแฝงไว้ด้วยน้ำใจ ที่ใสสะอาด และดีงามเสมอมา…
    
    	


    ปล. 
    มีดโกนอาบน้ำผึ้ง …
    เป็นฉายา ที่ใคร ๆ มักยกย่องท่าน
    ส่วน…
    มีดโกน อาบน้ำปลาร้า 
    ผมตั้งใจมอบให้ท่าน
    หากท่านไม่ประสงค์รับ
    กระผม โก๋ 2000 ปี ขอรับไว้เอง…
    
    ด้วยรักและหลอกแดกดัน… ไม้จิ้มฟัน ประกันชีวิต…
    
    บันทึกที่ ม้านั่ง สวนสาธารณะ หลังป้อมตำรวจซอยหมอเหล็ง 31/3/44 17.45 น.
    
    	
โดยคุณ : โก๋ 2000 ปี [วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน 2544 - 22:34:22 น.]

กลับหน้าหลักครับ back to memu