ยามเย็น
เพลงนี้เป็นอีกเพลงหนึ่งที่ข้าพเจ้าร้องได้ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมในวัยเด็กขนาดนั้นให้รู้สึกว่าเพลงนี้เพราะที่สุด
ข้าพเจ้าเรียกว่าเพลงแดดรอนรอนมีทำนองที่คึกคักดีและจังหวะชัดเจน
เนื้อร้องพรรณนาได้
จนเห็นภาพจริงๆปรากฏในความคำนึงซึ่งเป็นเพลงที่ไม่ธรรมดาเลยที่บันดาลให้เด็กประถม
มีมโนภาพได้ถึงเพียงนั้นกับธรรมชาติยามเย็นข้าพเจ้าคิดว่าเนื้อเพลงค่อนข้างเศร้า
มีความอาลัยอาวรณ์แฝงอยู่อย่างชัดเจนแต่ทำนองเพลงกลับไม่เศร้ามาก
ข้าพเจ้าเคยอยาก
ให้มีเนื้อร้องเป็นเรื่องธรรมชาติเช่นเดียวกับ..ใกล้รุ่ง.. เพราะยังเด็กๆอยู่
ไม่รู้จักความรัก
แต่เมื่อโตขึ้นข้าพเจ้ากลับระลึกถึงผู้ที่เป็นผู้ใหญ่เต็มที่แล้วและมีวิสัยทัศน์อันยาวไกลมีปรีชาญาณทุกเรื่อง
หากแต่มีความเหงาเศร้าตามลำพังและค่อนข้างโดดเดี่ยวด้วยความหลังอันไม่อาจลบเลือน
ทำให้ประทับใจต่อเพลงนี้มาก
ข้าพเจ้าสังเกตว่า
เพลงพระราชนิพนธ์โดยทำนองแล้ว
หนักแน่นอลังการและชัดเจนทรงศักดิ์และกระหึ่มกังวานไกลความรู้สึกนั้นเป็นสัจธรรม
มากกว่าที่จะเป็นทำนองของเพลงรักโรแมนติคเสียงร้องจึงไม่ออดอ้อนเอื้อนเอ่ยได้มากนัก
แต่คำร้องนั้น งดงามที่สุด
ยิ่งฟังยิ่งซาบซึ้ง..จนข้าพเจ้าแปลกใจจนบัดนี้ว่าไปอยู่ร่วมกันได้อย่างไร
อย่างกลมกลืนเหมาะสมเช่นนั้นข้าพเจ้าจึงเข้าใจถึงทิพยคีตาอันมีกำเนิดในมนุษยโลกและถือว่า
เป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์ทุกเพลงไม่กล้าอาจเอื้อมเอามาบรรยายแทนความรู้สึกและอารมณ์ของตนเอง
ได้เลยแม้แต่เพลงเดียว
จึงได้แต่ร้องถวายไว้โดยส่วนตัว..เพื่อแสดงถึงการสื่อสารของเพลงพระราชนิพนธ์
ที่มีอิทธิพลต่อข้าพเจ้า
โดยไม่มีเจตนาอื่นใดที่จะบังอาจรู้มากไปกว่าท่านผู้ใหญ่ผู้มีความรู้จริง
ทั้งด้านดนตรีและการร้องเพลงที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงเหล่านั้น
เสียงที่ใช้เป็นเสียงนุ่มทอดอ่อนโยนกึ่งเข้าใจ..เท่าที่จะถ่ายทอดได้
แดดรอนๆ เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล
ยามนี้เราคงอยู่คู่ดวงใจ
ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา
แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน
นับวันคืนชื่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์
เหมือนดังนภา ไร้ทินกร