บันทึกการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่

ลำบากใจในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติในคนชรา ซึ่งล้วนแล้วแต่มั่นใจสูง

แต่ในคนหนุ่มสาว วัยทำงานก็รู้ดีกว่าแพทย์เสียอีกแล้วในสมัยนี้ 

    จึงรู้สึกเหมือนถูกจับไปนั่งทำการทดสอบทางจิตวิทยาเป็นประจำทุกครั้ง
ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็น
ผู้รักษาหรือผู้ช่วยเหลือที่ศักดิ์สิทธิ์แต่อย่างใด

    เริ่มมีความเชื่อแปลกๆเกี่ยวกับสุขภาพในชุมชนซึ่งเกิดความคิดหวาดระแวง
ในการแพทย์ระบบใหม่ของเวชกรรมสังคม ซึ่งจะไปเยี่ยมชุมชนในลักษณะของงาน
เวชปฏิบัติครอบครัวและเน้นการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตร่วมด้วย

    ได้เดินดูหมู่บ้านและสิ่งแวดล้อมรวมทั้งทำความรู้จักกับปัญหาของหมู่บ้านแต่ละแห่ง โดยอาศัยผู้นำชุมชน และ อ.ส.ม.หรือคณะทำงานของหมู่บ้านเป็นแกนนำ

    ตั้งใจให้เกิด
การประสานงานด้านสุขภาพและมีความคุ้นเคยกับทีมงาน
และพยายามดึงเอาภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้อย่างถูกต้อง ให้ช่วยเหลือตนเองได้
กำลังปรับแผนปรับปรุงวิธีการให้น่าสนใจกว่านี้ จะต้องใช้
จิตวิทยามวลชนเข้าร่วมด้วย
เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจจริงๆ พร้อมทั้งให้ดูแลตนเองเป็น

    แต่จะไม่มีการอ้อนวอนขอร้องใดๆตามแบบเก่าๆ ซึ่งใช้การบังคับกลายๆ แต่ให้การ
ตัดสินใจครั้งสุดท้ายเป็นของผู้ป่วยเอง เพื่อให้เกียรติ เป็นการสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อกัน ตามความเป็นจริงแล้ว เราไม่สามารถรับผิดชอบต่อชีวิตของใครได้ทั้งหมด
เพราะประกอบด้วยปัจจัยหลายด้านต่างๆกันไป

    ส่วนหนึ่งในการปรับปรุงงานเวชปฏิบัติครอบครัว
อาศัยหลักการรักสุขภาพของตนและ
รักตัวเองตามวิสัยของมนุษย์โดยปกติ ซึ่งน่าจะช่วยยกฐานะ ให้ได้รับการพัฒนา
ยกระดับการสาธารณสุขประเทศไทยได้รวดเร็วขึ้น อย่างนุ่มนวล.......

 


กลับไปที่งานของข้าพเจ้า