บันทึกปัญหาของงานเวชปฎิบัติครอบครัว

                ข้าพเจ้า พ.ญ. จอมฤทัย อินทรพาณิช นายแพทย์ 7

กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

               ได้ประสบกับสภาพของชุมชน โดยการไปออกหน่วยแพทย์

และสำรวจชุมชน พบว่าประชาชนมีปัญหาในการรับบริการ

และเกิดความเข้าใจผิดหลายประการ ทั้งด้านสุขภาพ ความรู้จริง

รวมทั้งสิทธิบัตร และการบริการของทางโรงพยาบาลศูนย์

เกิดความรู้สึกผิดหวัง ไร้ที่พึ่ง เชื่อใจไม่ได้ เห็นว่าน่าจะมีการ

ประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานของเวชกรรมสังคม

กับโรงพยาบาลศูนย์ เพราะปัญหาของฝ่ายที่ออกชุมชนได้

พบกับประชาชนทั่วๆไป ทั้งป่วยและไม่ป่วย ย่อมแตกต่างจาก

เจ้าหน้าที่ที่รับผู้ป่วยอยู่ภายในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นงานหนัก

ทั้งสองด้าน แต่งานของเวชกรรมสังคม ไม่มีผู้รู้จักลักษณะงาน

มากนัก จนถูกเรียกว่า แดนสนธยา แล้วจะรู้ว่า ผีมีจริงในโลก

 


 

                                บันทึกส่วนตัวเรื่องความคิดเห็นเฉพาะตัว

                 เรามาทำงานที่นี่ ยอมรับว่า ได้รับความลำบากใจ ทั้งการงานตามปกติ

ที่เคยคิดเอาไว้ งานที่ต้องทำตามลำพัง งานที่จำเป็นต้องปฎิบัติ

ร่วมกับผู้ชายต่างๆนานา และงานประเภทแม่มดหมอผี หรือยมบาล

แล้วแต่จะให้คำจำกัดความกันไป บางครั้งอยากกลับไปอยู่ที่อ. บ้านดุง

ยังรู้สึกคุ้นเคยกว่า แม้งานจะหนักก็ยังรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ยังสามารถ

เชื่อมั่นในสิ่งที่ทำความดีเอาไว้ จนเหตุการณ์เหนือความรู้เดิมๆเกิดขึ้น

คนไข้ก็ไม่ได้ต้องการเรานัก เพราะ เขายังมีความเชื่อถือแปลกๆ เช่น

 เขาถือว่าจิตวิญญาณไม่มีวันดับ ไม่รู้จะเป็นหมอไปทำไม มีภพเหลื่อมซ้อน

ซึ่งเป็นเรื่องตลก จนกว่าจะไปเจอกับตัวเอง

เมื่อมาทำงานที่เวชกรรมสังคม สภาพคือผู้ป่วยทางจิตใจ

ซึ่งได้ผลประโยชน์มากมาย ถ้าคิดในแง่ความรู้ ความสามารถ ที่เพิ่มขึ้น

อย่างรวดเร็ว แต่ภาวะทางอารมณ์แย่ลง ตอนนี้ก็ยังไม่ยอมทิ้งโอกาส

อันที่มีผู้ยัดเยียดให้โดยไม่เป็นธรรมง่ายๆนักหรอก เพราะมีสิ่งอื่น

                ที่เราต้องการค้นคว้าวิจัย ทั้งส่วนตัว และ ส่วนรวม อะไรที่เรียกว่า

ไม่เชื่อแต่อย่าลบหลู่ เป็นคำพูดที่ใช้ได้เสมอ มีเรื่องทำนองนี้ให้เรียน

ให้ค่อยๆศึกษาอย่างมากมาย เหมือน อลิซ ในแดนมหัศจรรย์

งานเรื่องความพยายามในการช่วยยกระดับสังคม เกี่ยวกับ

ความรู้สึกอ่อนไหวของความรัก ความ ผิดหวัง ความเข้าใจผิด และการ

ทำลายตนเองโดยตั้งใจ เป็นปัญหาระดับสากล ไม่มีใครหนีพ้นได้

ตลอดไปจริงๆหรอก ในความคิดที่ประมวลมาได้ แต่งานที่ทำนี้

เป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทนสูง ทนต่อสภาวะเครียดทั้งทาง

ร่างกายและจิตใจ จนชักเบื่อเรื่องครอบครัวนี่เต็มทีแล้ว แต่ก็รับ

นโยบายมา และถ้าไม่ทำ ก็ไม่รู้จะทำอะไร เพราะแถวนี้น่าเบื่อมาก

จึงทำวิจัยและเป็นที่ปรึกษา สัพเพเหระทั่วไป อาศัยงานวิชาการมา

ช่วยชีวิตไว้ ให้คงอยู่ในระบบต่อไป สำหรับงานก็หมดรสชาติไปแล้ว

ทั้งที่เคยเป็นแผนพัฒนาระดับชาติ คงเพราะเป็นความสัมพันธ์ที่

ผิดปกติ หลายชั้นเกินไป ยุ่งเหยิงมาก วันๆลับแต่ปัญญาประดุจดัง

อาวุธ จะหาความโรแมนติคมาจากไหน ดีใจที่พิสูจน์ได้ โดยอาศัย

การกระทำว่าเขาเก่ง แต่ก็ถือว่าช่วยๆกันไปตามหน้าที่ มองไม่เห็น

อนาคตอะไรเลย มีแต่แผนการของตัวเองกับมนุษยชาติเท่านั้นเอง

จนกระทั่งปลงไปเรียบร้อยแล้ว รู้สึกสบายดี ที่ไม่ต้องยุ่งกับใครๆ

การให้คำปรึกษาก็ให้ไปทุกเรื่อง ตามที่ถูกฝึกฝนมา

และศึกษางานที่ทำมาโดยตลอด แล้วแต่จะกำหนด หรือไม่ก็ยัง

พยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ แบบที่เขากำลังส่งเสริมกันให้ทันยุค

                แต่ชีวิตจิตใจอยู่กับจิตเวช จิตวิทยา การพัฒนาบุคลากร เพราะชอบ

ศึกษาในระดับจิตวิญญาณและความรู้สึกของมนุษย์ ซึ่งจะมีกี่รูปร่าง

ก็ยังมี ความรู้สึกอยู่ดี เป็นเรื่องที่สากลที่สุดแล้ว และคงทำต่อไปเรื่อยๆ

จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

 


 

กลับไปที่งานของข้าพเจ้า