ห้องส่งเสริมสุขศึกษาของโรงพยาบาล

    บทบาทสำคัญของโรงพยาบาลคือ สนับสนุนและสร้างปัจจัยที่เอื้อต่อพลังความสามารถของประชาชน
ในกระบวนการสร้างทักษะส่วนบุคลให้กับผู้ป่วยและญาติตลอดจนประชาชนทั่วไปและเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล
เองการสร้างอำนาจและความสามารถ EMPOWER มีวิธีการ เช่นใช้กิจกรรมหรือสื่อการสอน นิทรรศการ 
กรณีศึกษาในแง่จิตวิทยา ตลอดจนใช้หลักการของงานสุขศึกษาและประชาสัมพันธ์

    สำหรับกิจกรรมในชุมชน เป็นที่คุ้นเคยกันอยู่แล้ว เช่น

   การรณรงค์

ห้องนี้จะเป็นห้องที่น่าสนใจที่สุดในโรงพยาบาล

มีไกด์ทัวร์เปิดให้ชมเป็นกลุ่มๆใน MEMORIAL และการรณรงค์ในแต่ละเรื่อง ที่เกี่ยวข้อง สามารถหมุนเวียนงานบ่อยๆ

    ปัญหาที่สำคัญคือ สถานที่ ใช้ห้องจากตึกบางตึก ให้มีลักษณะคล้ายๆ สถาบันจำลองของแนวคิดด้านครอบครัวสุขสันต์ และประวัติศาสตร์แห่งความสุขความทุกข์ การแก้ปัญหา นานาประเภท ของผู้ที่เคยผ่านการเป็นนักวิจัยและทดลองมาด้วยตนเอง (ในอนาคต) ในลักษณะที่เน้นด้านความสัมพันธ์ที่ลงเอยด้วยดี โดยใช้วิธีการใดบ้าง และข้อผิดพลาดที่ควรจารึกในประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่สมควรเป็นเยี่ยงอย่าง

    สถาบันแห่งนี้อาจเป็นสถานชักนำให้เกิดการปฏิบัติธรรมะโดยใช้หลักการพุทธศาสนามาเป็นเครื่องบรรเทาทุกข์
ในแต่ละเรื่องในครอบครัว เพื่อเน้นให้กำจัดกิเลสมารโดยสงบสันติสุข เป็นการป้องกันไว้ก่อน

    ถ้าทัศนคตินี้ได้รับความสนใจและได้รับอนุมัติด้านสถานที่และงบประมาณไม่มากนักก็สามารถจัดการได้
ให้เป็นตัวอย่างแนวหนึ่งของ
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โดยอาศัยวิทยากร ไกด์ นักสุขศึกษาและโสตทัศนศึกษา
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ในการจัดทำคลินิคต่างๆ ซึ่งการเริ่มต้นซึ่งต้องใช้ทั้งเวลาและบุคลากรคงจะ
ค่อยเป็นค่อยไปและจัดตั้งกรรมการภายหลังโดยเวชกรรมสังคมจะปฏิบัติการนำร่องดูก่อนเพราะสามารถประสานงาน
ประชาสัมพันธ์ให้แก่โรงพยาบาลได้สะดวก และทำด้านเวชปฏิบัติครอบครัวอยู่แล้ว ต้องการให้สื่อความหมายให้
แก่คนทุกระดับ แบบแนวคิดและปรับปรุงสถาบันแห่งนี้ได้จนสมบูรณ์แบบ

    สักวันเราอาจเห็นสถานที่ที่กล่าวมานี้ ในหน่วยงานอื่นก็ได้ แต่จะเป็นที่ใดที่มีทรัพยากร สถานที่และ บุคลากร 
พร้อมมูลกว่านี้เช่นองค์กรสาธารณสุขแบบอื่นองค์กรเอกชนองค์กรการศึกษาหรือกระทรวงสาธารณสุขเองหรืออื่นๆ
ก็ได้อย่างน้อยงานที่พวกเราได้ทุ่มเททั้งกำลังกายกำลังใจกำลังทรัพย์ส่วนตัวจะสามารถนำไปเป็นประโยชน์แก่
มวลมนุษยชาติอย่างเปิดเผย

   (ได้รับความคิดจาก หนังสือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โดย นพ.บวร งามศิริอุดม และ พญ. สายพิณ คูสมิทธิ )


ลับไปที่งานของข้าพเจ้า