| ในบ้านเมืองเราทุกวันนี้ มีเสียงกล่าวกันว่า |
| ความคิดจิตใจของคนเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อม |
| ความประพฤติที่เป็นความทุจริตหลายอย่าง มีท่าที |
| ที่จะกลายเป็นสิ่งที่คนทั่วไปพากันยอมรับ |
| และสมยอมให้กระทำกันได้เป็นธรรมดา |
| สภาพการณ์เช่นนี้ ทำให้วิถีชีวิตของแต่ละคนมืดมัวลงไป |
| เป็นปัญหาใหญ่ ที่เหมือนกระแสคลื่นอันไหลบ่าเข้ามาท่วมทั่วไปหมด |
| จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการฝืนคลื่นที่กล่าวนั้น |
| ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจ ไม่กระทำสิ่งใดๆ |
| ที่เรารู้คิดด้วยใจจริงว่าชั่วว่าเสื่อม |
| เราต้องฝืนต้องต้านความคิดและความประพฤติทุกอย่าง |
| ที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ |
| เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำสิ่งที่เราทราบว่า |
| เป็นความดี เป็นความถูกต้องและเป็นธรรม |
| ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ |
| ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้มิให้เสื่อมลงไป |
| และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีได้เป็นลำดับ |
| ดูกรอานนท์ ตถาคตจะชื่อว่าอันบริษัทสักการะ เคารพ นับถือ |
| บูชา นอบน้อม ด้วยเครื่องสักการะประมาณเหล่านี้ หามิได้ |
| ผู้ใดแล จะเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก หรืออุบาสิกาก็ตาม |
| เป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติธรรมอยู่ |
| ผู้นั้นย่อมชื่อว่าสักการะ เคารพ นับถือ บูชาตถาคต |
| ด้วยการบูชาอย่างยอด |
| คนมีปัญญาทุกคนย่อมภูมิใจเป็นที่สุด |
| ที่ได้เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา |
| โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ได้เกิดเป็นคนไทย ที่ยิ่งด้วยปัญญา |
| น้อมรับนับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ |
| มาตลอดกาลนานไกล ทุกยุคทุกสมัย |
| จนซึมซับทั่วจิตใจ ตราบจนทุกวันนี้ |
| จะคิดสิ่งใด จะพูดสิ่งใด จะทำสิ่งใด |
| คนผู้มีปัญญาย่อมสำนึกเทิดทูน |
| ความมีสิริมงคลสูงสุดของชาติทุกขณะจิต |
| ระแวดระวังเพียงชีวิต รักษาพระพุทธศาสนา |
| อันเป็นสมบัติมงคลล้ำค่าที่สุด |
| อย่างเต็มสติปัญญาความสามารถ |
| ให้ดำรงความเป็นศาสนาประจำชาติไทย |
| ตลอดไปชั่วกัลปาวสาน |
| สงฺกิเลเส หิงฺสตีติ สงฺโฆ |
| ผู้ใดย่อมเบียดเบียนหรือทำลายสังกิเลส ๑๐ |
| (คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง |
| ความถือตัว ความเห็นผิด ความสงสัยลังเลใจ |
| ความหดหู่ท้อถอย ความฟุ้งซ่าน |
| ความไม่ละอายต่อบาป การทำบาป ความไม่สะดุ้งกลัวต่อบาป) |
| ผู้นั้นชื่อว่า สงฆ์ ดังนี้ |
| เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา เตสํ เหตุํ ตถาคโต |
| เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํวาที มหาสมโณ |
| ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ |
| พระตถาคตทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น |
| และความดับของธรรมเหล่านั้น |
| พระมหาสมณะทรงสั่งสอนอย่างนี้ |
| วินย. ม.๔/ ๖๔-๖๕/ ๗๒-๗๔ |
| ช่างไม้ย่อมถากไม้ให้ตรงได้ |
| ช่างศรย่อมถากศรให้ตรงได้ ฉันใด |
| ผู้มีปัญญา ย่อมยังกุศลจิตให้เกิดขึ้นได้เสมอ |
| แม้จะอยู่ในอารมณ์ใดก็ตาม ฉันนั้น |
|
ปุพฺเพ ทานานิกํ ทตฺวา
อาทานิ ลภตี สุขํ มูเลว สิญฺจิตํ โหตุ อคฺเค จ ผลทายกํ. ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้ เหมือนรดน้ำที่โคนให้ผลที่ปลายฯ สทฺทสารตฺถชาลินี |
|
อาทิ สีลํ ปติฏฺฐา จ
กลฺยาณานญฺจ มาตุกํ ปมุขํ สมฺมธมฺมานํ ตสฺมา วิโสธเย. ศีลเป็นเบื้องต้นและเป็นฐานที่ตั้ง อีกทั้งเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดของความดีงามทั้งหลาย เป็นช่องทางเข้ามาของกุศลธรรมทุกประการ เพราะฉะนั้น นรชนพึงทำศีลของตนให้บริสุทธิ์เถิดฯ ขุ.เถร ๒๖/๓๔๖ |
|
สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ
จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ โส อิมํ วิชฏฺเย ชฏนฺติ. นรชนผู้เห็น (ภัยในวัฏฏะ) ฉลาด มีความเพียร มีปัญญาบริหารตน ตั้งอยู่ในศีลแล้วอบรมจิต (ภาวนา) และปัญญาอยู่นั้น พึงถางชัฏ (ตัณหา) นี้ได้แลฯ สํ.ส. ๑๕/๒๐ |
| ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น |
| สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง ฉันใด |
| สิ่งที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อนแห่งการตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔ |
| ตามความเป็นจริง คือ สัมมาทิฏฐิ ฉันนั้นเหมือนกัน |
| อันภิกษุผู้มีความเห็นชอบ พึงหวังข้อนี้ได้ว่า |
| จักรู้ตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย |
| นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามีนีปฏิปทาฯ |
| อันปีใหม่ใช่จะใหม่ดังใครบอก |
| ก็วันหลอกวันหนึ่งไม่ถึงไหน |
| กี่วันเดือนเคลื่อนผ่านมานานไกล |
| ไม่เห็นใกล้ใจใหม่ไปได้เอง |
| ถ้ายังย่ำซ้ำกับที่อย่างปีเก่า |
| รอกิเลสเหตุเศร้ามาข่มเหง |
| ก็เหมือนเช่นเล่นดนตรีไม่กี่เพลง |
| เฝ้าบรรเลงกระเตงไปไม่เปลี่ยนแปลง |
| เหมือนผุดยิ้มกลางใจในวันว่าง |
| วันกระจ่างต่างไปเพราะใกล้แสง |
| แห่งความรู้ดูอบอุ่นและเรืองแรง |
| รอวันแจ้งแทงตลอดจนปลอดภัย |
| อันใจใหม่สิใหม่เอี่ยมไหนเทียมได้ |
| เลิกเวียนว่ายตายเกิดในภพไหน |
| ทางสายกลางสว่างว่างสร้างด้วยใจ |
| สำเร็จดีก็มีใจที่ใหม่เอง |
|
จกฺขุนา สํวโร สาธุ สาธุ โสเตน สํวโร ฆาเนน สํวโร สาธุ สาธุ ชิวฺหาย สํวโร กาเยน สํวโร สาธุ สาธุ วาจาย สํวโร มนสา สํวโร สาธุ สาธุ สพฺพตฺถ สํวโร สพฺพตฺถ สํวุโต ภิกฺขุ สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจติ. |
| ความสำรวมทางตา เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ |
| ความสำรวมทางหู เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ |
| ความสำรวมทางจมูก เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ |
| ความสำรวมทางลิ้น เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ |
| ความสำรวมทางกาย เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ |
| ความสำรวมทางวาจา เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ |
| ความสำรวมทางใจ เป็นคุณยังประโยชน์ให้สำเร็จ |
| ท่านผู้สำรวมแล้วในทวารทั้งปวง ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ดังนี้ |
| ขอให้ธรรมะจงล้างความสกปรกคือความเห็นผิด |
| และการกระทำผิดๆ ของชาวพุทธให้หายไป |
| จงพ้นจากความเขลา ความหลง |
| จงได้หันมานับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ |
| โดยประการเดียว |
| การสั่นเซียมซี รดน้ำมนต์ เสี่ยงทายด้วยวิธีการต่างๆ |
| จงหายไปจากผืนแผ่นดินไทย |
| ขอให้อาจารย์เสกพระ เครื่องรางทั้งหลาย |
| จงได้เสกคนให้เป็นคนดีที่มีพระในใจ |
| มิใช่มีพระห้อยคอแต่เมาเช้าถึงเย็น |
| ขอให้พวกมิจฉาทิฏฐิทั้งหลาย |
| จงกลับกลายเป็นคนมีความเห็นชอบ |
| ตามทำนองคลองธรรม |
| นี่คือพรของข้าพเจ้ามอบให้แก่ท่านทั้งหลาย |
| ตามทัศนะของพระพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ |
| ไม่มีสิ่งโสโครกสกปรกใดๆ เจือปน |
| ขอท่านทั้งหลายจงรับพรนี้ |
| ไปปฏิบัติตามทางของพระพุทธองค์เถิด |
| ผู้นับถือพระพุทธศาสนา ไม่ว่าเป็นชาติเชื้อใด และแม้อยู่ในนิกายใด |
| ล้วนถือทางปฏิบัติในกาย วาจา ใจ เป็นอย่างเดียวกัน |
| คือ ย่อมพยายามอยู่ทุกเมื่อที่จะรักษากาย วาจา ใจ ให้สะอาด |
| ด้วยระเบียบปฏิบัติอันดีงามและสุจริตที่จะควบคุมประคองใจ |
| ให้สงบด้วยความมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา |
| ขอทุกย่างก้าว จงเป็นโอกาสแห่งการเดินจงกรม |
| ขอทุกลมหายใจ จงเป็นโอกาสแห่งการเจริญสติ |
| ขอทุกคำพูด จงเป็นโอกาสแห่งเมตตาและสัจจะ |
| ขอทุกความคิดและการกระทำ จงเป็นสัมมาทิฏฐิ |
| ทุกคนที่ถือตัวว่าเป็นชาวพุทธ |
| จะต้องสนใจศึกษาพระพุทธศาสนาตามภูมิปัญญา |
| ความสามารถและโอกาสของตนที่มีอยู่ |
| เพื่อให้เกิดความรู้และความเข้าใจที่กระจ่าง ถูกต้อง |
| พระศาสนาก็จะมั่นคงขึ้นได้... |
| การกระทำนี้มีอยู่ แต่ ผู้กระทำไม่มี |
| ไม่มีผู้กระทำ ไม่มีผู้รับผลของการกระทำ |
| มีแต่การกระทำ และ ผลของการกระทำ |
| เท่านั้น |
| สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ |
| เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไปเป็นธรรมดา |
| ความเข้าไประงับดับสังขาร แล้วไม่เกิดอีก |
| เป็นสุขดังนี้ |
|
[ อนิจจา วตะ สังขารา อุปปาทะ วะยะธัมมิโน อุปปะชิตวา นิรุฌชันติ เตสัง วูปะสโมสุโข ] |