อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ.....Khaokitchakut National Park
|
บทนำ
|
บันทึกแห่งกำเนิด
|
จุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยว
|
การเดินทาง
|
แผนที่เดินทาง
|
ที่พักในอุทยาน
|
|
ที่พักใกล้เคียง
| แผนที่อุทยาน |
บันทึกแห่งความทรงจำ
|
ระเบียบอุทยาน
|
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ
อุทยาน
แห่งชาติเขาคิชฌกูฎ อยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฎ หรือเขาพระบาท ท้องที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ประกอบด้วยภูเขา ทิวทัศน์ที่งดงาม มียอดเขาสูงสุดอยู่ในระดับความสูง 700 เมตร สามลูกอยู่เรียงชิดติดกัน มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกกระทิง และปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาที่เกี่ยวเนื่องกับตำนานทางพุทธศาสนา โดยเฉพาะในด้านความเชื่อเกี่ยวกับรอยพระพุทธบาทบนยอดเขาคิชฌกูฎ
อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎมีเนื้อที่ ประมาณ 58 ตารางกิโลเมตร หรือ 36,687 ไร่
บันทึกแห่งกำเนิด
จากการที่ป่าเขาคิชฌกูฎ
ได้รับการประกาศให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ตามกฏกระทรวง ฉบับที่ 49 (พ.ศ. 2508)ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 82 ตอนที่ 39 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2508 และประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติการประชุมเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2502 ให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการจัดตั้งป่าเขาคิชฌกูฎ ท้องที่จังหวัดจันทบุรี และป่าอื่นๆในท้องที่จังหวัดต่างๆรวม 14 ป่า ให้เป็นอุทยานแห่งชาตินั้น
ในปี 2517
กรมป่าไม้จึงได้มีคำสั่งที่ 852/2517 ลงวันที่ 30 กรกฏาคม 2517 ให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการสำรวจเบื้องต้นป่าเขาคิชฌกูฎซึ่งเป็นป่าลำดับที่ 13 ของป่าที่คณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ผลการสำรวจพบว่าสภาพป่าตามกฏหมายเป็นป่าสงวนแห่งชาติ มีภูเขาสลับซับซ้อน มีสภาพธรรมชาติที่สวยงามประกอบไปด้วย ถ้ำ น้ำตก และมีสัตว์ป่าชุกชุม เหมาะแก่การจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ ตามรายงานการสำรวจ ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2518
กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2518 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2518 เห็นควรให้ออกพระราชกฤษฎีกากำหนดพื้นที่ป่าเขาคิชฌกูฎให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้ดำเนินการขอเพิกถอนป่าเขาคิชฌกูฎซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติออกจากการเป็นป่าสงวนแห่งชาติ โดยประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 93 ตอนที่ 108 ลงวันที่ 7 กันยายน 2519 และดำเนินการจัดตั้งป่าเขาคิชฌกูฎเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเขาคิชฌกูฎ ในท้องที่ตำบลตะเคียนทอง ตำบลฉมัน ตำบลพลวง และตำบลวังแซ้ม อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2520 ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 94 ตอนที่ 38 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2520 นับเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 14 ของประเทศ
จุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยว
ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศ
โดยทั่วไปเป็นภูเขาสลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำสำคัญของแม่น้ำจันทบุรี มีที่ราบเล็กน้อยอยู่ทางทิศตะวันตก มียอดเขาพระบาทเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตร มีก้อนหินใหญ่ 3 ก้อนตั้งอยู่บนยอดเขาสามารถมองเห็นที่ได้จากพื้นที่ราบนอกเขตป่า สภาพของดินเป็นดินร่วนปนทราย บางแห่งเป็นดินสีแดงและสีเหลือง บนยอดเขาเป็นดินลูกรังและมีหินโผล่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป
ลักษณะภูมิอากาศ
ในฤดูฝน
ระหว่างเดือนพฤษภาคม - ตุลาคม จะมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 3,000 มิลลิเมตร อุณหภูมิเฉลี่ย 26 องศาเซลเซียส จึงทำให้อากาศเย็นชื้น ไม่อบอ้าวและเป็นฤดูกาลผลไม้
ฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายน-มกราคม
และฤดูร้อนระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน โดยในเดือนกุมภาพันธ์เป็นเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
สภาพป่าเป็นป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา และป่าไม้ผลัดใบ มีพันธุ์ไม้ที่มีค่านานาชนิดขึ้นคละปะปนกัน ที่สำคัญได้แก่ ไม้ยางแดง ตะเคียนทอง มะค่าโมง ประดู่ แดง พยุง ตะแบก กะบาก ไม้กฤษณาซึ่งเป็นพันธุ์ไม้ที่หายาก และสมุนไพรชนิดต่างๆ เช่น เจ็ดช้างสาร ลูกกระวาน ผลสำรอง ส่วนไม้ชั้นล่างได้แก่ ไม้ไผ่ชี้ หวาย ระกำ กล้วยป่านานาชนิด เฟิร์น เป็นต้น
เนื่องจากสภาพป่าอยู่ในเขตเทือกเขาสูงชัน และประกอบกับราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับอุทยานฯไม่ลักลอบล่าสัตว์ เพราะมีอาชีพเป็นหลักแหล่งและมีรายได้ดีอยู่แล้วจากการทำสวนผลไม้ สัตว์ป่าจึงยังมีชุกชุม เช่น กระทิง เสือ หมี เก้ง กวาง เลียงผา แพะป่า ไก่ป่า และนกชนิดต่างๆ ตามลำห้วยก็ยังมีปลาพลวง ปลาก้าง ปลาหนวด ปลาดุกรำพัน อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
จุดเด่นที่น่าสนใจ
น้ำตกกระทิง
ต้นน้ำเกิดจากเทือกเขาคิชฌกูฎ มีความสูง 13 ชั้น แต่ละชั้นมีความงามแตกต่างกันไป มีแอ่งน้ำใสสะอาด มีพืชจำพวกเฟิร์น มอส ขึ้นปกคลุมเต็มทั้งสองข้างลำธารดูเขียวชอุ่ม เมื่อไม้ผลัดใบ ใบไม้สีเหลืองแกมแดงจะโรยใบปูทางเดินสวยงามยิ่ง น้ำตกกระทิงอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯเพียง 100 เมตร
ยอดเขาพระบาท
เขาพระบาทอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 5 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางทางแยกเข้าวัดพลวง และต้องเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขาอีก 3 กิโลเมตร ทิวทัศน์บนยอดเขาพระบาทนี้มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและธรณีวิทยาที่เกี่ยวข้องกับตำนานทางพุทธศาสนา อาทิเช่น ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ บนยอดเขานี้นอกจากจะมีอากาศเย็นสบายแล้ว ยังเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน ในวันมาฆบูชาประชาชนจะขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืนเป็นจำนวนมาก
การเดินทาง
จากกรุงเทพฯ
เดินทางโดยรถยนต์ไปตามถนนสายบางนา-ตราด เมื่อถึงสี่แยกเขาไร่ย่า ตรงหลักกิโลเมตรที่ 248 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบำราศนราดูร เป็นระยะทาง 24 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ ตำบลพลวง อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี
สถานที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานฯ
มีบ้านพักสำหรับไว้บริการนักท่องเที่ยว จำนวน 4 หลัง ดังนี้
บ้านเสน่ห์จันทร์ จำนวน 2 ห้องพักได้ 7 คน ค่าธรรมเนียม 600 บาทต่อคืน
บ้านกฤษณา 1 จำนวน 2 ห้องพักได้ 12 คน ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อคืน
บ้านกฤษณา 2 จำนวน 2 ห้องพักได้ 12 คน ค่าธรรมเนียม 1,000 บาทต่อคืน
บ้านเทพชลธาร จำนวน 3 ห้องพักได้ 13 คน ค่าธรรมเนียม 1,200 บาทต่อคืน
บันทึกแห่งความทรงจำ
ขอเชิญท่านที่เคยท่องเที่ยวหรือมีความทรงจำถึงอดีตต่ออุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ บันทึกเรื่องราวของท่าน เพื่อเป็นการระลึกถึงและเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ
บันทึกเรื่องราวของท่านได้ที่นี่
บันทึกจากประสบการณ์การเดินทาง
อ่านเรื่องราวจากประสบการณ์ของเพื่อนๆที่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ ได้ที่นี่