อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร.....Khao Praviharn National Park
|
บทนำ
|
บันทึกแห่งกำเนิด
|
จุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยว
|
การเดินทาง
|
แผนที่เดินทาง
|
ที่พักในอุทยาน
|
|
ที่พักใกล้เคียง
| แผนที่อุทยาน |
บันทึกแห่งความทรงจำ
|
ระเบียบอุทยาน
|
อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร
อุทยาน
แห่งชาติเขาพระวิหารได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 14 ก ลงวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2541 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 83 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเนื้อที่ 81,250 ไร่
บันทึกแห่งกำเนิด
การสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหาร ป่าฝั่งลำโดมใหญ่ ท้องที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 และกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 2 ค่ายสุรนารี นครราชสีมา ทำความตกลงกับกรมป่าไม้ กำหนดพื้นที่ป่าไม้ชายแดนให้เป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ ห้ามเข้าไปและอาศัยอยู่โดยเด็ดขาด เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่มาก มีทัศนียภาพที่สวยงาม ตลอดจนโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อขอให้กรมป่าไม้กำหนด และประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป พื้นที่ที่สำรวจเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของเทือกเขาพนมดงรัก ลาดเอียงไปทางทิศเหนือกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย อยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14ํ 22 44 ถึง 14ํ 28 05 เหนือกับเส้นแวงที่ 104ํ 40 12 ถึง 104ํ 59 35 ตะวันออก มีเนื้อที่ประมาณ 150 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 93,750 ไร่ สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณ อยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลยป่าเขาพระวิหาร(ศก.7) ผ่านการทำไม้แล้ว กับอีกส่วนหนึ่งอยู่ในป่าโครงการไม้กระยาเลยป่าฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่ (อบ.2) พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง และเนินเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200-500 เมตร มีทัศนียภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่หลายแห่ง อาทิเช่น จุดชมวิวผามออีแดง จุดชมวิวหน้าผาช่องโพย บริเวณป่าและสวนหินรอบสระตราว ถ้ำฤาษี แหล่งตัดหิน สถูปดู่ ภาพสลักนูนต่ำใต้ผามออีแดง น้ำตกผาช่องโพย จุดชมวิว ภูเซี่ยงหม้อ ปราสาทโดนตาล และที่สำคัญอีกจุดหนึ่งคือปราสาทเขาพระวิหาร โบราณสถานสำคัญเก่าแก่ที่เคยเป็นกรณีพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาประชาธิปไตย เมื่อ พ.ศ.2505 ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินให้ตกเป็นสมบัติ ของประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยแล้วโดยเด็ดขาดก็ตาม แต่ถนนและบันไดทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารนั้นอยู่ด้านพื้นที่ของประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องผ่านและอาศัยพื้นที่ทางขึ้นด้านบริเวณผามออีแดง ท้องที่ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จัดว่าสะดวกที่สุด เพราะฉะนั้นการที่ชาวไทยหรือชนชาติต่างๆที่ต้องการเดินทางไปศึกษาหาความรู้และพักผ่อนหย่อนใจ บนปราสาทเขาพระวิหารจึงไม่เป็นปัญหาสำหรับประเทศไทยแต่อย่างใด ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยโดยจังหวัดศรีสะเกษได้ประสานงานตกลงกับจังหวัดพระวิหาร ประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว ในเรื่องการขอใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวของสถานที่บริเวณส่วนบนปราสาทเขาพระวิหารแห่งนี้
จุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยว
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศ
สภาพดิน ฟ้า อากาศ ในท้องที่ป่าเขาพระวิหาร ป่าฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่ท้องที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดู คือ
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม - พฤษภาคม
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน - ตุลาคม
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชันเป็นเนินเขา สภาพป่าส่วนมากเป็นป่าเบญจพรรณประกอบด้วยไม้สำคัญ ๆ ได้แก่ ประดู่ ตะเคียนหิน ตะแบก เต็ง รัง พะยุง นนทรี พยอม แดงฯลฯ มีไม้ตั้งแต่ขนาดกลางถึงใหญ่ พื้นที่บางส่วนผ่านการทำไม้มาแล้ว นอกจากนี้ยังมีไม้พื้นล่าง ได้แก่ ไผ่ หวาย กล้วยไม้ดิน ที่มีขึ้นตามลานหินและหญ้าต่าง ๆ และเนื่องจากสภาพป่าของป่าเขาพระวิหารและป่าฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่
บนเทือกเขาพนมดงรักยังมีความอุดมสมบูรณ์จึงมีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ทั่วไป เช่น หมูป่า กวาง เก้ง กระต่าย กระรอก ชะนี ชะมด และนกต่าง ๆ ซึ่งสัตว์ป่าเหล่านี้ควรมีการเคลื่อนย้ายถิ่น เพื่อเป็นการหลบหลีกภัยไปมาระหว่างพื้นที่ป่าของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ยังมีสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลาน เช่น ค้างคาว แมลงจำพวกผึ้ง ผีเสื้อ จักจั่น และงูต่าง ๆ
จุดเด่นที่น่าสนใจ
อาณาเขตพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหาร ป่าฝั่งซ้ายลำโดมใหญ่ ท้องที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่จะขอจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติครั้งนี้ ประกอบด้วยสภาพธรรมชาติที่มีทัศนียภาพสวยงามเด่นชัดเฉพาะตัวอยู่หลายแห่ง มีสภาพป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนเป็นแหล่งของแร่ธาตุหลายชนิด ตลอดจนโบราณสถานสำคัญๆ อีกหลายจุดที่สามารถจัดให้เป็นแหล่งนันทนาการควรค่าแก่การศึกษาหาความรู้ และพักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดีอยู่หลายแห่ง คือ
ผามออีแดง
นับเป็นสถานที่ตรงจุดชายแดนเขตประเทศไทยติดต่อกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย ใกล้ทางขึ้นสู่ปราสาทเขาพระวิหารที่มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ พื้นที่แนวชายแดนประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย และบริเวณปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างสวยงามและกว้างไกลที่สุด จุดสูงสุดของหน้าผามออีแดง สามารถส่องกล้องชมปราสาทเขาพระวิหารได้ชัดเจนมาก ตามสภาพภูมิประเทศ ตามความเป็นจริงได้อย่างดี ซึ่งปราสาทเขาพระวิหารเคยเป็นสมบัติของประเทศไทยมาก่อน แต่เมื่อเกิดกรณีพิพาท เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2505 ถูกศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้ตัดสินให้ตกเป็นสมบัติของประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย โดยเด็ดขาดแล้ว เชื่อกันว่ามีการเริ่มสร้างในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 (ประมาณ พ.ศ.1581) มีความสวยงามควรค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณสถานมาก และหากในอนาคตอันใกล้นี้ประเทศไทย สามารถเปิดความสัมพันธไมตรีกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตยได้แล้ว เชื่อแน่ว่าคงได้มีการใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศได้อย่างใกล้ชิดและมีค่ายิ่งนัก
ปราสาทโดนตวล
เป็นปราสาทหนึ่งที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งที่มีศิลปวัฒนธรรมน่าศึกษาอยู่มาก ตั้งอยู่ตรงเขตชายแดนของประเทศไทยอยู่ห่างจากหน้าผาเพียงเล็กน้อย ประมาณ 300 เมตร และขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 ได้จัดทำทางสู่ปราสาทโดนตวล โดยแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2243 จังหวัดศรีสะเกษ-ปราสาทเขาพระวิหาร ตรงจุดกิโลเมตรที่ 98 มีระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร การเดินทางเข้าศึกษาและเที่ยวชมพักผ่อนหย่อนใจจึงสะดวกมาก
สถูปคู่
เป็นโบราณวัตถุมีอยู่ 2 อัน ตั้งคู่อยู่บริเวณทิศตะวันตกของผามออีแดง ถ้าเดินทางจากผามออีแดงไปยังเขาพระวิหารก็จะผ่านสถูปคู่นี้ มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมและส่วนบนกลมก่อสร้างด้วยหินทรายเป็นท่อนที่ตัดและตกแต่งอีกที นับว่าแปลกจากศิลปวัฒนธรรมยุคอื่นใด
ภาพสลักนูนต่ำ
เป็นศิลปแบบโบราณมากอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งแกะสลักนูนต่ำเป็นภาพของ 3 เทพ อยู่บริเวณหน้าผาใต้มออีแดง ขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษได้จัดทำทางเดินเท้าและราวจับ สำหรับเดินทางลงไปเที่ยวชมและศึกษาโบราณวัตถุบริเวณจุดนี้เรียบร้อยแล้ว
ทำนบสระตราว
สร้างด้วยท่อนหินทรายซึ่งตัดมาจากแหล่งตัดหินมาวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ และตอนนี้ได้มีการบูรณะและทำความสะอาดบริเวณสระตราวสามารถเก็บกักน้ำ และขึ้นมาใช้อุปโภคบริการแก่เจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยว ณบริเวณผามออีแดง และปราสาทเขาพระวิหารได้อย่างเพียงพอแล้ว
แหล่งตัดหิน
หิน เป็นบริเวณที่ทำการตัดหินเป็นท่อนสี่เหลี่ยม เข้าใจว่าคงเตรียมตัดหินเพื่อใช้ในการก่อสร้างทำนบสระตราว สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ซึ่งมีทั้งหินที่ตัดเป็นท่อนแล้ว และยังตัดไม่เสร็จอยู่ในลักษณะเตรียมการใกล้บริเวณทำนบสระตราวนั้นเอง
ถ้ำฤาษี
เป็นถ้ำแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณห้วยด้านทิศตะวันตกของสระตราว ใกล้เส้นทางจะเดินสู่ปราสาทเขาพระวิหารบริเวณภายในจุคนได้มาก สำหรับพักแรมได้เคยมีพระสงฆ์เดินทางไปปักกรดพักปฏิบัติจำพรรษาที่นั่นมาก่อน
ช่องตาเฒ่า
อยู่บริเวณชายแดนแนวเขตของไทยกับกัมพูชาประชาธิปไตย เป็นพื้นที่คอดกิ่วของเทือกเขาพนมดงรัก ที่สามารถเดินไปมาหาสู่กัน ได้ระหว่างทั้งสองประเทศ แต่ขณะนี้ยังไม่จัดเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากทุ่นระเบิด ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ และกองกำลังทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ได้พยายามเข้าเคียร์พื้นที่นี้อยู่เพื่อการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต
ช่องโพย
เป็นอีกเส้นทางหนึ่งพื้นผิวจราจรเป็นดินลูกรังที่จัดทำไปยังแนวชายแดนกับประเทศกัมพูชาประชาธิปไตย ท้องที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงกำลังสนับสนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ และบริเวณนี้ยังมีน้ำตกและทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ
การเดินทาง
การเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร สามารถเลือกเส้นทาง และวิธีการเดินทางได้ทั้งทางรถยนต์ รถไฟ หรือโดยทางเครื่องบินโดยสาร ถ้าเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดอุบลราชธานี แล้วโดยรถยนต์โดยสาร สู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารได้หลายเส้นทางซึ่งถนนลาดยางทุกเส้นสะดวกสบายมาก คือจากจังหวัดศรีสะเกษ-อำเภอกันทรลักษ์-ที่ทำการอุทยานฯหรือ จากจังหวัดอุบลราชธานี-อำเภอน้ำยืน-ที่ทำการอุทยานฯ ระยะทางแต่ละสายประมาณ 100 กิโลเมตร เท่านั้น และถ้าเดินทางจากกรุงเทพสู่จังหวัดอุบลราชธานี ก็มีเครื่องบินโดยสาร จากท่าอากาศยานดอนเมืองถึงจังหวัดอุบลราชธานี คือ วันจันทร์และวันเสาร์ จากกรุงเทพฯ มีเที่ยวบินเวลา 07.10 น. และวันอังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ และอาทิตย์ ออกจากกรุงเทพฯมีเที่ยวบินเวลา 16.25 น. ทุกวัน แล้วก็เดินทางสู่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารต่อไป ซึ่งสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไปท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ
สถานที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ยังไม่มีบ้านพักบริการนักท่องเที่ยว แต่อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ได้จัดพื้นที่สำหรับกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยจะต้องนำเต็นท์ไปเอง หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายบริการบ้านพัก ส่วนอำนวยการ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 5797223,5795734 หรือ โทร. 5614292-4 ต่อ 724,725 หรือติดต่อที่อุทยานแห่งชาติโดยตรง
บันทึกแห่งความทรงจำ
ขอเชิญท่านที่เคยท่องเที่ยวหรือมีความทรงจำถึงอดีตต่ออุทยานแห่งชาติพระวิหาร บันทึกเรื่องราวของท่าน เพื่อเป็นการระลึกถึงและเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ
บันทึกเรื่องราวของท่าน ได้ที่นี่