อุทยานแห่งชาติขุนแจ.....Khun Chae National Park
|
อุทยาน แห่งชาติขุนแจ เป็นชื่อเรียกตามชื่อของน้ำตกขุนแจตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางจากเชียงใหม่ประมาณ 1 ชั่วโมง
ตามทางหลวงสายเชียงใหม่-เชียงราย อุทยานแห่งชาติขุนแจตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 ถือเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญครอบคลุมเนื้อที่ถึง 270 ตารางกิโลเมตร
ภายในอุทยานฯมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตกและทิวทัศน์ที่งดงาม นอกจากนั้นยังเป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขามานานกว่า 100 ปี
จุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยว
|
ลักษณะภูมิประเทศ
พื้นที่อุทยานฯ แห่งชาติขุนแจ ประกอบด้วยหิน 2 ชนิด คือ หินอัคนีและหินตะกอน
พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นหินแกรนิต ซึ่งเป็นหินที่พบเห็นได้ทั่วไปตามภาคเหนือของไทย
หินแกรนิตเกิดจากการหลอมละลายของชั้นหินภายใต้ผิวโลกและถูกแรงบีบคั้นจนไหลออกมาตามรอยแยกบนผิวโลก และเย็นลงอย่างช้าๆ ปรากฏขึ้นบนผิวโลกโดยขบวนการพังทลาย
หินแกรนิตจะดูคล้ายกับเกล็ดเกลือสะท้อนแสงและพริกไทสีดำขนาดใหญ่ ส่วนที่เป็นสีขาวคล้ายเกลือนั้น คือ แร่ควอช์ดและเฟลสปา ส่วนที่เป็นสีดำคือ ไมก้า
หินอัคนีอีกชนิดหนึ่งที่พบในอุทยานฯ เรียกว่า บะซอลท์(basaltic) ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่เย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว เป็นหินสีเทาที่มีเนื้อละเอียด หินภูเขาไฟเหล่านี้สามารถพบได้ทางแถบตะวันออกของอุทยานฯ
ส่วนหินตะกอน หินทรายและหินเชลมี เกิดจากการทับถมของตะกอนในแม่น้ำ เวลานานเข้าจึงเกิดเป็นชั้นหินทราย ที่พบในอุทยานแห่งชาติขุนแจ เป็นเมล็ดทรายขนาดเล็กสีเทาทับถมเป็นชั้นๆ หินเชลมีสีเป็นสีเนื้อ
อ่อนและง่ายต่อการแตกหัก
ภูมิประเทศของอุทยานฯส่วนใหญ่เป็นหุบเหว ซึ่งเกิดจากการกระทำของกระแสน้ำกัดเซาะจนทำให้เกิดน้ำตกมากมาย ปริมาณน้ำฝนที่มากจึงมีอัตราการพังทลายของดินที่สูง ทำให้เกิดภูมิประเทศที่เป็นหุบเหวลึกนี้
ลักษณะภูมิอากาศ
ฤดูแล้งจะอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 2-29 องศาเซลเซียส
ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ตุลาคม มีฝนตกเฉลี่ย 60 มิลลิเมตร/เดือน มีอุณหภูมิประมาณ 19-29 องศาเซลเซียส
ฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคม-มิถุนายน มีอุณหภูมิประมาณ 22-33 องศาเซลเซียส
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
อุทยานแห่งชาติขุนแจมีพืชพันธุ์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูงของพื้นที่จาก 300-800 เมตร จะเป็นป่าไผ่และป่าเบญจพรรณ
ระดับความสูง 800-1,000 เมตร จะเป็นป่าดงดิบและป่าเต็งรัง
ระดับความสูง 1,000-1,500 เมตร จะเป็นป่าดิบและป่าสน
ส่วนสภาพป่าที่สูงกว่า 1,500 เมตรขึ้นไปเป็นป่าดิบเขา
บริเวณหุบห้วย ปกคลุมไปด้วยต้นไม้หนาแน่นเขียวชอุ่ม ซึ่งเป็นไม้จำพวกยาง ส่วนพืชชั้นล่างได้แก่ กล้วยป่า เฟิร์น มอสและหญ้าที่ขึ้นตามชายน้ำ
สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้ในอุทยานแห่งชาติขุนแจเห็นได้แตกต่างกันตามสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยและช่วงเวลาระหว่างวัน
ในหุบเขาริมลำธารและป่าชุ่มชื้นเป็นบริเวณที่มีพืชพันธุ์เขียวชอุ่ม จะพบสัตว์ป่าหลายชนิดได้แก่ ชะมด หมูป่า เก้ง เม่น กระรอกหลายชนิดทั้งที่อยู่บนต้นไม้และพื้นดิน
ค้างคาว กระต่ายป่า
สัตว์ที่คาดว่าจะได้พบในอุทยานฯ เช่น หมี ลิงลม ชะนีธรรมดา แมวป่า เลียงผา นกต่างๆเช่น นกแซงแซวสีเทา เหยี่ยวรุ้ง เหยี่ยวนกเขาซิครา นกจับแมลงหัวเทา นกตีทอง นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า
ไก่ป่า สัตว์เลื้อยคลาน เช่นงูเขียวหางไหม้ งูจงอาง กิ้งก่าบิน ตุ๊กแก จิ้งเหลน เป็นต้น
จุดเด่นที่น่าสนใจ
น้ำตกแม่โถ
เป็นน้ำตกที่มีความงดงาม มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 7 ชั้น และมีความสูงที่สุดประมาณ 40 เมตร ในฤดูฝนชั้นนี้จะสวยงามมาก
การเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯถึงทางขึ้นน้ำตก(บ้านแม่โถ) ใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที ต่อจากนั้นเดินเท้าไปยังน้ำตกใช้เวลาชมน้ำตกทั้ง 7 ชั้น ประมาณ 2 ชั่วโมง
น้ำตกขุนแจ
เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามและมีความโดดเด่น ประกอบด้วยน้ำตก 6 ชั้น บริเวณน้ำตกมีพื้นที่สำหรับพักแรมกางเต็นท์ ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์จากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 2 ชั่วโมง
จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 1 ชั่วโมงเพื่อไปยังน้ำตก
ดอยมด
ความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด ทำให้เกิดสังคมพืชหลากหลายชนิดปกคลุมแอ่งน้ำใสสะอาด เต็มไปด้วยพืชชั้นล่างมากมาย รวมทั้งพืชชั้นต่ำ กล้วยไม้ดิน เฟิร์น มอส
และพืชอื่นๆร่มรื่นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับความสูง 1,700 เมตร รายรอบด้วยสภาพภูมิประเทศแปลกตา และป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์
นักท่องเที่ยวจะมองเห็นทิวทัศน์ของตัวเมืองเชียงใหม่ทางทิศตะวันตก ตัวเมืองเชียงรายทางทิศตะวันออก ยอดดอยลังกาทางทิศใต้ และยอดดอยปางกอมทางทิศเหนือ
ดอยลังกา
ความอลังการของยอดดอยลังกา ที่มีความสูงมากกว่า 2,000 เมตร สูงเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของอุทยานฯระหว่างการเดินทางสู่ยอดดอยลังกา
ดอยลังกาและยอดดอยบริวารตั้งอยู่ทางใต้สุดของพื้นที่อุทยานฯซึ่งเป็นเขตติดต่อกับอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อนและอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้
ต้นไทร
ใกล้ๆกับที่ทำการอุทยานฯ มีต้นไทรที่มีความโดดเด่นเจริญเติบโตจากต้นไม้หลายๆลำต้น แตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมายกว้างใหญ่ ให้ร่มเงาครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,660 ตารางเมตร และมีพืชอิงอาศัย(epiphyte)อยู่มากมายหลายชนิด
สำนักสงฆ์
เป็นที่พักสงฆ์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการอุทยานฯ ระหว่างทางเดินเท้าสู่สำนักสงฆ์จะผ่านสภาพธรรมชาติและสะพานเล็กๆอันงดงามร่มรื่น สำนักสงฆ์นี้ตั้งอยู่บนทางหลวงสายเชียงใหม่-เชียงราย
เหมาะสำหรับผู้รักความสงบได้เข้ามาสัมผัส
อ่างเก็บน้ำแม่ฉางข้าว
อยู่ใกล้กับหน่วยพิทักษ์อุทยานที่ 1 เป็นอ่างเก็บน้ำที่เหมาะสำหรับนักตกปลาและนักท่องเที่ยวทั่วไปใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือรับประทานอาหารบนแพกลางอ่างเก็บน้ำที่ใสสะอาดก็จะได้บรรยากาศที่ดีทีเดียว
ที่ทำการอุทยาน แห่งชาติขุนแจตั้งอยู่ติดกับทางหลวงแผ่นดินสายเชียงใหม่-เชียงราย ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 62 กิโลเมตร
การเดินทางไปยังอุทยานฯ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ
1.จากตัวเมืองเชียงใหม่ เดินทางโดยรถบัสปรับอากาศหรือรถธรรมดาสาย เชียงใหม่-ดอยสะเก็ต-เชียงราย จากสถานีขนส่งจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 2 (อาเขต)
หรือนั่งรถสองแถวเล็กสีเหลืองสายเชียงใหม่-เวียงป่าเป้า-ท่ารถถนนไทยวงศ์
2.จากเชียงราย เดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง และรถสองแถวเล็ก ซึ่งระยะทางห่างจากจังหวัดเชียงราย 129 กิโลเมตร
หากต้องการเช่ารถก็มีร้านเช่ารถที่ให้บริการทั้งในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดเชียงราย
สถานที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
|
อุทยาน แห่งชาติขุนแจมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวจำนวน 2 หลัง พักได้หลังละ 15 และ 20 คนตามลำดับ อัตราค่าที่พักไม่ได้กำหนดไว้
ให้นักท่องเที่ยวที่เข้าพักบริจาคเป็นค่าทำความสะอาดและค่าประกอบอาหารให้กับพนักงานของอุทยานฯ
หากต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามได้ที่ อุทยานแห่งชาติขุนแจ ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57260
อนึ่ง การเตรียมตัวเที่ยวในฤดูต่างๆนั้น ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นมากควรนำเครื่องกันหนาวไปด้วย ส่วนในฤดูฝนก็ควรนำเสื้อกันฝนติดตัวไปด้วย
ขอเชิญท่านที่เคยท่องเที่ยวหรือมีความทรงจำถึงอดีตต่ออุทยานแห่งชาติขุนแจ บันทึกเรื่องราวของท่าน
เพื่อเป็นการระลึกถึง
บันทึกเรื่องราวของท่านและเข้าเยี่ยมชมบันทึก