|
| ที่พักใกล้เคียง | แผนที่อุทยาน | บันทึกแห่งความทรงจำ | ระเบียบอุทยาน | |
|
![]()
..ประวัติศาสตร์ของขุนเขาแห่งนี้ได้บันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
สมุหเสนาภิบาล(พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม) ได้ทำรายงานสภาพภูมิศาสตร์เสนอต่อกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ภูกระดึงเป็นที่สนใจจากหน่วยงานของรัฐ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2463 นายอำเภอวังสะพุงได้ขึ้นมาสร้างพระพุทธรูปไว้บนยอดภูกระดึง
ที่ทุกวันนี้ก็ยังมีพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวประดิษฐานอยู่ |
|
ตลอดเส้นทางตามแนวป่าสนและทุ่งหญ้าจะได้พบเห็นพันธุ์ดอกไม้ป่านานาชนิด โดยเฉพาะตามลุ่มน้ำขัง ลานดอกกระดุม
ขึ้นปกคลุมเป็นผืนดื่นดาษดา พริ้วไสวลู่ไปตามกระแสลม เกิดเป็นภาพงามระยิบระยับ บนพื้นผิวน้ำที่ชวนให้หลงไหล
เมื่อแรกพบเห็นจริงๆ
และในบางเส้นทางที่มีสภาพชื้นแฉะ ยังสามารถหาความงามของพืชคลุมดินได้ อาทิ เมล็ดฟองหินเล็กๆออกดอกสีชมพูต่างๆ
เลยไปถึงหยาดน้ำค้างหรือหญ้าน้ำค้างที่มักจะอยู่ตามกอหญ้าบนลายหินทราย บานเป็นแว่นกลมๆไล่เรียดติดกับพื้นดินสีดำ
มีลักษณะดอกเป็นยางเหนียวส่วยปลายก้าน เพื่อดึงดูดให้เหล่าแมลงมาติดกับดัก นับเป็นความพิศวงในธรรมชาติที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
นอกจากนั้น ตามโขดหินทั่วๆไป ยังคลาคล่ำไปด้วยไลเคนต่างๆวาดสีสันตัวเองไปตามลานแผ่นหินอย่างไม่น่าเชื่อ รวมทั้งกล้วยไม้ป่าที่มีให้เห็น
อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเอื้องม้าวิ่งที่กำลังแตกดอกออกเป็นสีแดงจัดตัดกับพื้นหญ้ามอสสีเขียวสด ดูเป็นความงามที่ธรรมชาติสมบูรณ์เต็มที่
อย่างไรก็ดี พรรณไม้ต่างๆก็มีมากมายเกินกว่าที่จะชื่นชมได้หมดภายในเวลาจำกัด
และอีกเส้นทางหนึ่งตั้งแต่น้ำตกพระองค์ ผ่านน้ำตกถ้ำสอใต้ไปจนสุดทางที่ถ้ำสอเหนือ ซึ่งตลอดเสันทางที่ลัดเลาะไปตามแนวป่าทึบอันสมบูรณ์ยิ่ง
ทำให้สามารถพบพันธุ์พืขขั้นต่ำต่างๆมากมายเช่น ดอกเห็ดสีแดงสด ปะปนกับใบไม้ที่ทิ้งใบแห้งร่วงหล่นทับถมกลายเป็นปุ๋ยชั้นเยี่ยม เกื้อกูลพันธุ์พืชหลายชนิด
ให้เติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ตราบไปจนถึงฤดูกาลที่อากาศบนภูกระดึงเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว เมื่ออุณหภูมิทั่วไปต่ำเย็นยะเยือกอยู่นั้น แมกไม้ป่าชนิดหนึ่งจะเริ่มเปลี่ยนแปลง
และสิ่งที่ตามมาก็คือ ความงามของดงเมเปิ้ลหรือไฟเดือนห้าในป่าดิบ ที่ถึงวันเวลาผลัดใบกลายเป็นป่าเปลี่ยนสี
ในช่วงนั้นต้นเมเปิ้ลจะปลิดใบทิ้งร่วงหล่นเกลื่อนกลาดปกคลุมตามพื้นดินสีแดงฉานไปหมด จะมีก็แต่บางใบที่พลัดตัวเองไปตามกระแสน้ำหลุดลอย
ไปติดอ้อยอิ่งอยู้ตามโขดหิน ล้วนเป็นภาพที่สร้างความประทับใจบนเส้นทางสายน้ำตกในช่วงนี้ยิ่งนัก
จากแนวหน้าผานกแอ่น ทางด้านทิศตะวันออก ที่นี่จะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นท่ามกลางทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งบนภูกระดึง
และเรื่อยไปจนถึงด้านทิศตะวันตกตามเส้นทางเลียบไปตามหน้าผา โดยเดินตัดผ่านไปยังที่ทำการอุทยานฯ "ผาหมากดูด"แห่งใหม่
หรือหากจะใช้อีกเส้นทางหนึ่ง โดยไปเริ่มต้นกันที่ลานพระพุทธรูปสู่แนวหน้าผาก็ได้เช่นกัน เพียงแต่เดินลัดทุ่งหญ้าเข้าไปเรื่อยๆ
ตลอดทางจะเห็นแนวป่าสนภูเขาเรียงรายโดดเด่นอยู่กลางทุ่งโล่งเป็นทิวแถวสวยงามไปสุดสายตา
ตลอดเส้นทางจะได้สัมผัสแนวหน้าผานับสิบแห่ง ซึ่งสามารถเลือกแวะชมได้อย่างไม่รู้เบื่อ เช่นที่ผานาน้อย
ผาเหยียบเมฆ ผาแดง ฯลฯ จนกระทั่งถึงผาหล่มสัก
โดยเฉพาะผาบางแห่งซึ่งมีภูมิประเทศรอบข้างที่ให้ความรื่นรมย์กับมุมมองที่ไม่ซ้ำแบบกันเลย และยังสามารถสร้างความมีชีวิตชีวา
จากความวิเวกแห่งธรรมชาติในวงล้อมของความสงัดจากแนวป่าทึบเบื้องล่างได้ตลอดทางที่เดินผ่าน
หรือแม้แต่ความงามที่ผาหล่มสัก ในช่วงยามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก
ความงามของธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ณ ภูผาแห่งนี้สร้างความทรงจำให้กับทุกคนที่มีโอกาสขึ้นไปสัมผัส และยังคงเปี่ยมเสน่ห์
ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปเยี่ยมเยือนได้ตลอดทุกฤดูกาล
|
|
สำหรับที่พักบนอุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้นมีหลายหลัง ควรติดต่อจองล่วงหน้า
และยังมีสถานที่ให้สำหรับกางเต้นท์พักแรม
ซึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมเต้นท์และเครื่องนอนไป สามารถเช่าที่อุทยานได้เลย
|
ขอเชิญท่านที่เคยท่องเที่ยวหรือมีความทรงจำถึงอดีตต่ออุทยานแห่งชาติภูกระดึง บันทึกเรื่องราวของท่าน
เพื่อเป็นการระลึกถึงได้ที่นี่
บันทึกจากประสบการณ์การเดินทาง
อ่านเรื่องราวจากประสบการณ์ของเพื่อนๆที่เคยเดินทางไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ได้ที่นี่