|
แต่อนิจจา โอ้
พวกเราเริ่มเจออุปสรรคมาขวางกั้นจนได้
โดยรถคันที่ผมนั่งไปนั้น เริ่มมีอาการวิ่งอืด ๆ วิ่งไปสะดุดไป (ขนาดวิ่งบนโทลเวยล์เหยียบได้แค่
๙๐ กม./ชม.) เอ
..มันเกิดอะไรขึ้น (ผมนึกในใจ (อิ อิ นึกดังไปหน่อย)) เลยต้องไปแวะปั๊มเพื่อเฝ้าดูอาการของรถ
และแล้วก็มาจอดที่ปั๊ม Jet คิก คิก
..ปรากฏว่าสาเหตุที่รถวิ่งกระตุก ๆ
เป็นเพราะว่า กรองน้ำมัน มันตัน เลยถอดออกมาล้าง ในระหว่างที่รอเจ้าของรถซ่อมอยู่
ผมเลยหาโอกาสแอบไปช้อปปิ้งในมินิมาร์ท บังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นชายคนนึง
ที่ผมคุ้น ๆ หน้าเขาดี ชายผู้นั้นคือ พี่แมนต้า ผมเลยปรี่เข้าไปทักทายพี่ท่าน
หลังจากนั้นพูดก็พูดคุย สอบถามได้ความว่า พี่แมนต้ากำลังเดินทางไปดูนกที่ดอยอินทนนท์กับสมาคมดูนก
หลังจากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันทำธุระของใครของมัน หลังจากที่ซ่อมรถเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ก็เริ่มเดินทางต่อ คราวนี้รถแล่นฉิวจนหายห่วง ประมาณตีสองก่า ๆ เรามาถึงที่ตัวเมืองพิษณุโลก
หาข้าวต้มทาน เพราะตลอดทางที่วิ่งมา รถคันหลังเล่นแวะแต่ปั๊มซื้อเบียร์มานั่งซดในรถตลอด
หลังจากอิ่มหนำสำราญสบายท้องแล้ว ก็ออกเดินทางต่อไปยัง อ.นครไทย อ.ชาติตระการ
ผ่านอุทยาน ฯ น้ำตกชาติตระการ ผ่านบ่อภาค บ้านร่มเกล้า และในที่สุดก็มาถึงยัง
ณ จุดหมายประมาณ ๗.๓๐ น. ที่บ้านห้วยมุ่นซึ่งเป็นที่ตั้ง อุทยานแห่งชาติ
ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ จากนั้นก็ตัวใครตัวมันจัดการล้างหน้าแปรงฟัน ส่วนผมไม่สนใจ
ภาระกิจชุดนี้ เลยไปด้อมๆ มองๆ หาร้านนั่งจิบกาแฟก่อนที่จะเริ่มเดินขึ้นภู
|