อุทยานแห่งชาติตาพระยา.....Ta Praya National Park
|
บทนำ
|
บันทึกแห่งกำเนิด
|
จุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยว
|
การเดินทาง
|
แผนที่เดินทาง
|
ที่พักในอุทยาน
|
| ที่พักใกล้เคียง | แผนที่อุทยาน |
บันทึกแห่งความทรงจำ
|
ระเบียบอุทยาน
|
อุทยานแห่งชาติตาพระยา
พื้นที่ที่สำรวจเพื่อจัดตั้งอุทยานแห่งชาตินี้ เป็นส่วนหนึ่งในเทือกเขาพนมดงรัก ตั้งอยู่ในแนวทิศตะวันออกยาวไปทางทิศตะวันตก ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 องศา 5 ลิบดาเหนือถึง 14 องศา 22 ลิบดาเหนือ และเส้นแวงที่ 102 องศา 30 ลิบดาตะวันออก ถึง 103 องศา 14 ลิบดาตะวันออก หรือบริเวณของด้านทิศใต้ของที่ราบสูงโคราช มีเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 300,000 ไร่ โดยครอบคลุมเนื้อที่ 2 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี และบุรีรัมย์ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 380 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตย
บันทึกแห่งกำเนิด
เนื่องด้วยกรมป่าไม้ได้รับแจ้งจากกองทัพภาคที่ 1 ขอให้พิจารณาประกาศจัดตั้งป่าบริเวณเทือกเขาบรรทัด รอยต่อ 3 จังหวัด คือ จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์เป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ได้พิจารณาแล้วจึงให้ นายอภิศักดิ์ จัตตุพรพงษ์ นักวิชาการป่าไม้ 5 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ไปดำเนินการสำรวจ และจัดตั้งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าตาพระยา ป่าดงใหญ่ ป่าบ้านกรวด แปลงที่ห้า และป่าใกล้เคียง ในท้องที่จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นอุทยานแห่งชาติ ตามคำสั่งกรมป่าไม้ ที่ 1640/2534 ลงวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2534 เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในอดีต (ปี พ.ศ. 2515 - พ.ศ. 2531) เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย มีการต่อสู้ระหว่างเจ้าหน้าของรัฐกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย อย่างรุนแรง เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก จนกระทั้งปี พ.ศ.2525 ใช้การเมืองนำการทหารจนกองกำลังติดอาวุธของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ยอมเข้ามอบตัว แปรสภาพฐานะเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในที่สุด ความสงบสุขในพื้นที่แห่งนี้จึงกลับมาเยือนอีกครั้ง อุทยานแห่งชาติตาพระยา ได้ประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติในปี พ.ศ. 2539 โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 113 ตอนที่ 65 ก ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2539 รวมพื้นที่ 371,250 ไร่
จุดเด่นและสถานที่ท่องเที่ยว
ลักษณะภูมิประเทศ
เป็นเทือกเขาสูง เทือกเขาบรรทัดตลอดแนวจนไปถึงเทือกเขาพนมดงรัก เป็นแนวเขตติดต่อระหว่างไทยกับสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตย ตั้งแต่หลักเขตประเทศที่ 24 ถึง หลักเขตที่ 28 วางตั้งในแนวทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 206 เมตร ถึง 579 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุดคือ ยอดเขาพรานนุช ความสูง 579 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีความลาดชันเฉลี่ยทั้งพื้นที่ ประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ บริเวณที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของที่ราบสูงโคราช ซึ่งมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 100-200 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ลักษณะภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของภูมิภาคนี้มักอยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลักษณะที่ตั้งของเทือกเขาพนมดงรัก ในช่วงฤดูลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม ความชุ่มชื้นจะถูกพัดพามาจากทะเลอันดามันและอ่าวไทย จนทำให้พื้นที่บริเวณนี้ได้รับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อเดือนวัดได้ระหว่าง 100 มิลลิเมตร ถึง 140 มิลิเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ทางทิศไหนของเทือกเขาพนมดงรัก ในฤดูลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เทือกเขาพนมดงรักจะปะทะลม และทำให้ฝนตกในบริเวณด้านที่รับลมมากกว่าด้านไม่รับลม ฤดูกาลมี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนเมษายน ฤดูฝนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม สำหรับอุณหภูมิพบว่าเฉลี่ยตลอดทั้งปีสูงสุดประมาณ 39.8 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 14.3 องซาเซลเซียส (ข้อมูลจากสถานีตรวจอากาศอำเภออรัญประเทศ จังหวัดปราจีนบุ รี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ถึงปี พ.ศ. 2534)
พันธุ์ไม้และสัตว์ป่า
ในภูมิภาคแถบนี้ยังมีสภาพป่าที่สมบูรณ์กระจายอยู่ในพื้นที่ โดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรรณ ป่าดิบแล้ง และป่าเต็งรัง
ป่าเบญจพรรณ ป่าชนิดนี้ขึ้นอยู่ระดับความสูง 400- เมตรจากระดับน้ำทะเล ปรากฏอยู่ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ คือ ในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ ไม้ที่สำคัญ คือ มะค่าโมง แดง ตะแบกใหญ่
ป่าดิบแล้ง ป่าชนิดนี้อยู่พื้นที่ค่อนข้างราบ ทางทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ และบางส่วนของจังหวัดปราจีนบุรี มักจะอยู่ในระดับความสูงประมาณ 100-400 เมตร จากระดับน้ำทะเลไม้ที่สำคัญ ได้แก่ มะค่าโมง ยางนา พยอม ตะเคียนทอง
ป่าเต็งรัง ป่าชนิดนี้อยู่ในพื้นดินทิศใต้และดินทิศเหนือบางส่วน อยู่กระจายกันในจังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ เต็ง รัง และเหี่ยง
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่พบเห็นได้แก่ เลียงผา กวาง เก้ง กระจง หมี หมูป่า ลิง ค่าง ชะนี อีเห็น ชะมด เสือไฟ เสือปลา วัวแดง กระทิง หมาไน แมวป่า หมูหริ่ง บ่าง เม่น พังพอน ค้างคาว กระต่ายป่า กระรอก กระรอกบิน กระแต เป็นต้น
นกที่พบเห็นได้แก่ นกพญาไท นกขุนแผน นกแก้ว นกเขาเขียว นกกางเขนดง นกหัวขวาน นกเหยี่ยว นกฮูก นกปรอด นกแขวก นกเค้าแมว นกดุเหว่า ไก่ป่า ไก่ฟ้า นกขุนทอง เป็นต้น
สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ที่พบเห็นได้แก่ งูชนิดต่าง ๆ ตะกวด ลิ่น ตุ๊กแก กิ้งก่า จิ้งเหลน แย้ ตะขาบ แมลงป่อง กิ้งกือ
ปลาที่พบเห็นได้แก่ ปลาช่อน ปลาดุก ปลากระทิง ปลาหมอ ปลาบู่ ปลาตะเพียน ปลาสลิด ปลาซิว
จุดเด่นที่น่าสนใจ
อ่างเก็บน้ำห้วยยาง
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี มีทิวทัศน์รอบบริเวณอ่างสวยงามมากโดยเฉพาะสภาพป่าดิบแล้งที่ยังอุดมสมบูรณ์ มีประชาชนให้ความสนใจเข้าไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจตลอดทั้งปี การคมนาคมไปตามทาง หลวงแผ่นดินสาย 3198
อ่างเก็บน้ำลำนางรอง
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ อยู่ในท้องที่ตำบลลำนางรอง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีทิวทัศน์รอบอ่างสวยงามมาก สภาพป่ายังอุดมสมบูรณ์ มีประชาชนให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนตลอดปี มีชายหาดสำหรับเล่นน้ำเหมาะสำหรับท่องเที่ยวในวันสงกรานต์ การเดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสาย 3068
อนุสาวรีย์เราสู้
เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นด้วยความพร้อมใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสละชีพเพื่อชาติไทยป้องกันประเทศ นักท่องเที่ยวมักจะเยี่ยมชมและสักการะ ตั้งอยู่ตำบลโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ การเดินทางใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสาย 3068
อ่างเก็บน้ำลำจังหัน
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาด อยู่ในท้องที่ตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีทิวทัศน์สวยงามมาก สภาพป่าเป็นป่าดงดิบแล้งอุดมสมบูรณ์ มีประชาชนไปพักผ่อนหย่อนใจจำนวนมาก เดินทางใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินสาย 3068 แล้วไปแยกที่ทางหลวงจังหวัดระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร
ศาลมีอักษร
เขียนลงบนแผ่นดินแปรลายพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 5 ไว้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แวะมาสักการะ และชมวิวทิวทัศน์สวยงามมาก ตั้งอยู่บริเวณตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี
ศูนย์เขมรอพยพไซท์ทู
เป็นศูนย์รับประชาชนเขมร ตั้งอยู่บริเวณบ้านทัพไทย ตำบลทัพเสด็จ อำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี มีประชาชนสนใจไปท่องเที่ยวภายในศูนย์ฯ เดินทางโดยทางหลวงแผ่นดินสาย 3068 แล้วไปแยกที่อำเภอตาพระยาจึงเดินทางต่อไปตามทางหลวงจังหวัด
อ่างเก็บน้ำลำปะเทีย
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองแวงอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ประชาชนสนใจไปพักผ่อนเป็นจำนวนมากตลอดทั้งปี เดินทางตามทางหลวงแผ่นดิน 3068 และเดินทางต่อโดยเส้นทาง ร.พ.ช.
ปราสาทเขาโล้น
เป็นปราสาทเก่าแก่สมัยขอมโบราณตั้งอยู่ตำบลทัพราชอำเภอตาพระยา จังหวัดปราจีนบุรี เป็นโบราณสถานซึ่งประชาชนให้ความสนใจไปเยี่ยมชมจำนวนมาก เดินทางโดยเส้นทาง ร.พ.ช.
อ่างเก็บน้ำเมฆา
เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลหนองไม้งาม อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ มีประชาชนสนใจไปพักผ่อนเนื่องจากสภาพป่าดิบแล้งสมบูรณ์มีนักท่องเที่ยวตลอดปี เดินทางโดยเส้นทางหลวงแผ่นดินสาย 3068
ลานหินตัด
เป็นลักษณะธรรมชาติที่สวยงามมาก ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ มีนักท่องเที่ยวสนใจไปเที่ยวชมมากเดินทางตามเส้นทางหลวงสาย 2121 และเดินทางตามถนนตรี 4
ลานกระเจียว
เป็นลานหินที่มีดอกกระเจียวขึ้นสวยงามและมีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งหนึ่ง ตั้งอยู่ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินสาย 2121 และแยกไปตามถนนสายตรี
ช่องโอบก
เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐกัมพูชาประชาธิปไตย ตั้งอยู่ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ มีสภาพป่าดิบแล้งที่อุดมสมบูรณ์มากมีลำธารไหลตลอดปี สันนิษฐานว่ามีน้ำตก และมีสัตว์ป่าชุกชุม แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยว เนื่องจากอาจจะได้รับอันตรายจากวัตถุระเบิด และการทำร้ายจากกองกำลังเขมรติดอาวุธ ประวัติช่องโอบก ได้แก่
ช่องโอบก เป็นเส้นทางติดต่อระหว่างคนไทยและคนกัมพูชา ในอดีตเป็นเวลาช้านาน โอบกเป็นภาษาเขมร โอ แปลว่า ห้วย บก เป็นคำกริยา แปลว่า น้ำไหลอย่างแรง หมายถึงน้ำไหลลงจากภูเขาสู่ที่ต่ำอย่างแรงเป็นแห่ง ๆ คนทั่วไปจึงนิยมเรียกว่าช่องโอบก หมายถึงเส้นทางที่มีลำห้วยน้ำไหลลงอย่างแรง
เมื่อ พ.ศ. 2518 เป็นต้นมากัมพูชาได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบสังคมนิยมและได้ใช้ช่องโอบกเป็นช่องทางลำเลียงกำลังพล และอาวุธยุทโธปกรณ์ข้ามมาก่อการร้ายในประเทศได้มีการสู้รบอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยยึดเอาช่องโอบกเป็นเนิน 472 และเนิน 538 เป็นฐานที่มั่นในการสู้รบ
เมื่อ พ.ศ. 2528 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 โดย ฉก.ร. 23 ได้เข้าผลักดันและยึดเนิน 472 ไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
เมื่อปี พ.ศ. 2530 กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 โดย ฉก.ร.8 ได้เข้าผลักดันและยึดเนิน 538 ไว้ได้จนถึงปัจจุบัน
เมื่อปี พ.ศ. 2531 กองกำลังสุรนารี โดย ฉก.ร.3 ได้เข้าผลักดันและยึดฐานปฏิบัติการปากช่องโอบกแห่งนี้ไว้ได้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2531
ปราสาทบายแบก
เป็นประสาทหินเก่าแก่สมัยขอมตั้งอยู่ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมมากตลอด เดินทางตามถนนทางหลวงแผ่นดินสาย 2121 และมาแยกที่ถนนสายโท 5
แหล่งโลหะกรรม
เป็นแหล่งวัฒนธรรมสมัยขอมโบราณตั้งอยู่ตำบลจันทบเพชรอำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ประชาชนสนใจไปเที่ยวชมวัตถุโบราณกันมาก เดินทางตามทางหลวง 2121 และมาแยกถนนสายโท 7
ปราสาททอง
เป็นโบราณสถานสมัยขอม มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมจำนวนมากตั้งอยู่ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ มีนักท่องเที่ยวมาชมยอดปราสาททองที่มีความงดงามมาก เดินทางตามถนนทางหลวงสาย 2121
การเดินทาง
อยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ประมาณ 250 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ประมาณ 140 กิโลเมตร มีเส้นทางสำคัญที่ล้อมรอบ ดังนี้
1. ทางหลวงแผ่นดินสาย 3068 (อำเภออรัญประเทศ - อำเภอตาพระยา - อำเภอ ละหานทราย)
2. ทางหลวงแผ่นดินสาย 3198 (อำเภอวัฒนานคร - อำเภอตาพระยา)
3. ทางหลวงแผ่นดินสาย 2121 (อำเภอละหานทราย - อำเภอบ้านกรวด)
4. ทาง ร.พ.ช. (บ้านสันรอชะงัน - บ้านโคกไม้แดง)
5. ทาง ร.พ.ช. (บ้านโครลาน - บ้านโคกกราด)
6. ทาง ร.พ.ช. (บ้านสันติสุข - บ้านโนนดินแดง)
สถานที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก
อุทยานแห่งชาติตาพระยา ยังไม่มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยว อุทยานฯได้จัดสถานที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวต้องนำเต็นท์ไปกางเอง ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานบริการบ้านพัก ฝ่ายนันทนาการและสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ กรุงเทพฯ โทร. 5797223 , 5795734 หรือ โทร. 5614292-4 ต่อ 724,725
บันทึกแห่งความทรงจำ
ขอเชิญท่านที่เคยท่องเที่ยวหรือมีความทรงจำถึงอดีตต่ออุทยานแห่งชาติตาพระยา บันทึกเรื่องราวของท่าน เพื่อเป็นการระลึกถึงและเป็นประโยชน์ต่อท่านอื่นๆ
บันทึกเรื่องราวของท่าน ได้ที่นี่