|
"ปูแม่ฟ้าหลวง"
เป็นปูน้ำจืดชนิดใหม่ของโลก มีขอบตา ขอบปาก และก้ามเป็นสีแดง นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า ปูแม่ฟ้าหลวง
เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จย่าที่ทรงโปรดสีแดง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Dromothelpusa sangwan Naiyanetr , 1997พบครั้งแรกบริเวณบ้านก้อแสนใจ กิ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย
|
|
"ปูเจ้าพ่อหลวง"
ศ.ไพบูลย์ นัยเนตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ค้นพบปูชนิดใหม่ของโลก
เป็นปูน้ำจืดที่ตัวใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และได้รับพระราชทานชื่อว่า "ปูเจ้าพ่อหลวง"
|
|
"ปูราชินี"
เป็นปูน้ำจืดที่สวยที่สุด กระดองสีม่วงเปลือกมังคุด ก้ามสีขาว ขาสีแดง มองเผินๆคล้ายสีธงชาติ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thaiphusa sirikit (Naiyanetr,1992) พบเฉพาะในบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี จ.กาญจนบุรี
|
|
"ปูพระพี่นาง"
ปูพันธุ์ใหม่ของโลก เป็นปูน้ำจืดมีลักษณะเด่นคือ มีสีสันสวยงามมี3สีคือสีแดงเลือดนก สีแดงส้มและสีขาว
"ปูพระพี่นางค้นพบที่บริเวณฝั่งลำห้วย ต.ท่าแฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี
|
|
"นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร"
เป็น นกชนิดหายากและใกล้จะสูญพันธุ์ของโลก ลำตัวมีสีดำเหลือบเขียวแกมฟ้า มีวงสีขาวรอบดวงตา
เมื่อโตเต็มวัยจะมีแกนขนหางคู่กลางเส้นเล็กๆยื่นยาวออกมา 2 เส้นชื่อทางวิทยาศาสตร์ Pseudochelidon sirintarae Thonglongya,1968 พบเฉพาะบริเวณบึงบรเพ็ด จ.นครสวรรค์
|
|
"นกแต้วแล้วท้องดำ"
เป็นนกตัวอ้วนป้อม ลำตัวมีสีสดใสตัดกันสวยงามมาก ตัวผู้มีใต้ท้องสีดำสนิท ชอบกระโดดหากินอยู่ตามพื้นดิน
ในป่าดงดิบต่ำ ปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ที่หายากมากชนิดหนึ่งใน 12ชนิดของโลก
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Pitta gurneyi Hume,1875 เคยพบในหลายจังหวัดทางภาคใต้
ปัจจุบันพบเฉพาะบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางคราม อ.คลองท่อม จ.กระบี่
|
|
"นกกระทาดงจันทบูรณ์"
เป็นนกขนาดกลาง ลำตัวยาว 26 เซนติเมตร ตัวสีน้ำตาลแดง ใต้ท้องมีจุดรูปตัว วี สีขาวกระจายอยู่ทั่วไป
ทั้งสีข้างและอกตอนล่าง อาศัยในป่าดิบชื้นหากินแมลงและเมล็ดพืชตามพื้นป่า
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Arborophila cambodiana Delacour and Jabouille,1928
พบเฉพาะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป จ.จันทบุรี
|
|
"นกกินแมลงเด็กแนน"
เป็นนกขนาดเล็ก ลำตัวยาวเพียง 11 เซ็นติเมตร หลังสีน้ำตาลแดงแกมเขียว ใต้คางและอกตอนบนสีเทาอ่อน
อาศัยหากินแมลงตามป่าไผ่ ในระดับความสูง 1,000 - 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเล
ปัจจุบันจัดอยู่ในขั้นวิกฤตใกล้สูญพันธุ์
ชื่อวิทยาศาสตร์ Stachyris rodolphei Deignan,1939
พบเฉพาะดอยเชียงดาว จ.เชียงใหม่
|
|
" ค้างคาวคุณกิติ "
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เล็กที่สุดในโลก น้ำหนักเพียง 2 กรัม จมูกยื่นคล้ายจมูกหมู หูใหญ่ แต่ตาเล็ก
ปัจจุบันถูกจัดเป็นสัตว์ป่าสงวนของไทยและเป็นสัตว์ 12 ชนิดของโลกที่อยู่ในภาวะใกล้จะสูญพันธุ์ที่สุด
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Craseonycteris thonglongyai Hill ,1974 พบเฉพาะบริเวณ อ.ไทรโยค
และ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
|
|
" หนูขนเสี้ยนเขาหินปูน"
หนูขนาดเล็กหลังสีออกเหลือง ใต้ท้องสีเทาอ่อน หางยาวไล่เลียงกับลำตัว ขนบนหลังบางส่วนแข็งคล้ายเสี้ยนไม้
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Niviventer hinpoon (Marshall , 1976 ) พบอาศัยอยู่เฉพาะบนหน้าผาเขาหินปูน
ในอ.แก่งคอย จ.สระบุรี
|
|
" ตุ๊กแกป่าไทย"
ลำตัวมีลายขวาง เรียงเป็นระเบียบกว่าตุ๊กแกบ้าน ส่วนหัวค่อนข้างยาวกว่า และตามีสีเขียวคล้ำ
อาศัยหากินแมลงและสัตว์เล็กๆ บนกองหินบนภูเขาหินปูน
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Gecko Siamensis Grossman and Ulber ,1990 พบบริเวณภูเขาหินปูน
ในจ.นครราชสีมา และ จ.เพชรบูรณ์
|
|
"ตะพาบม่านลาย"
ตะพาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนัก 150-200 กิโลกรัม ตามรายงานล่าสุดมีเหลือในที่เลี้ยงไว้ 11 ตัวเท่านั้นในโลก
และในจำนวนที่เหลือนั้น โตถึงวัยเจริญพันธุ์เพียง 3 ตัว
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Chitra chitra Nutphand , 1990
พบเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำแควน้อย แควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง จ.กาญจณบุรี
|
|
" กบอกหนาม "
เป็นกบที่มีผิวขรุขระเป็นสันและปุ่มตามลำตัวคล้ายคางคก ในฤดูผสมพันธุ์ กบตัวผู้จะมีกลุ่มหนามแหลมสีดำ
ขึ้นกระจายอยู่บริเวณแผ่นอก และใต้คาง
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Rana fasciculispina Inger,1970
พบเฉพาะบริเวณลำธารในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และอุทยานแห่งชาติเขาคิชกูฏ จ.จันทบุรี
|
|
" ปลาเอินฝ้าย "
มีลักษณะคล้ายปลายี่สกทองแต่ลำตัวมีสีออกเทาเงินและมีเกล็ดลำตัวใหญ่กว่า มีลายขีดตามยาวลำตัวไม่ชัดเจน
ชอบมักอยู่ปะปนในฝูงปลายี่สกทอง
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Probarbus labeaminor Roberts,1992
พบในแม่น้ำโขงบริเวณ จ.มุกดาหาร และ จ.นครพนม
|