Image Loading...
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า..อุ้มผาง
ล่องแก่งแม่กลอง...ขี่ช้างชมน้ำตก...ทีลอเร..ทีลอซู
ประวัติความเป็นมา

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลโมโกร ต.หนองหลวง ต.แม่กลอง ต.อุ้งผาง ต.แม่ละมุ้ง และต.แม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ที่เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นเขตแทรกซึมของ ผกค.(ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) ต่อมาได้มีพัฒนาการนำไปสู่การจัดตั้งเป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดังนี้
  • 5 ก.พ. 2526 พล.ต รวมศักดิ์ ไชยโกมินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ทำหนังสือถึงกรมป่าไม้ให้ทำการสำรวจ สภาพป่าแม่กลอง-อุ้มผาง ด้วยเห็นว่าสภาพป่าส่วนใหญ่ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่มาก
  • 28 มีนาคม 2526 กรมป่าไม้ได้เสนอให้พื้นที่แห่งนี้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
  • 17 เมษายน 2532 ได้ประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีพื้นที่ 1,572,281 ไร่ นับเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลำดับที่ 32 ของประเทศ และเป็นแห่งที่ 2 ของจังหวัดตาก
  • 30 มีนาคม 2537 ได้ประกาศผนวกพื้นที่เพิ่มเติมอีก 46,999 ไร่ รวมเป็นพื้นที่ทั้งสิ้น 1,619,280 ไร่ ซึ่งถือว่าเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ รองจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
    สำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางนี้ มีอาณาเขตดังนี้
  • ทิศเหนือ จดประเทศเมียนมาร์ และ อ.พบพระ จังหวัดตาก
  • ทิศตะวันตก จดประเทศเมียนมาร์
  • ทิศใต้ จดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จังหวัดกาญจนบุรี และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จังหวัดอุทัยธานี
  • ทิศตะวันออก จดอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า อุทยานแห่งชาติคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร และอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร-นครสวรรค์
    ลักษณะโดยทั่วไป

    สภาพภูมิประเทศประกอบไปด้วยเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนของเทือกเขาถนนธงชัยที่ยาวที่สุดในประเทศ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 100-2,152 เมตร ส่วนที่ราบมีอยู่ตามหุบเขาและลุ่มแม่น้ำเพียง 3 % ของพื้นที่เท่านั้น
    สภาพป่ามีพื้นที่ป่าไม้ปกคลุมอยู่ประมาณ 75 % ประกอบไปด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย อาทิ ห้วยหล้อทอ ห้วยอุ้มผาง ห้วยแม่กลองน้อย ห้วยแม่กลองใหญ่ ห้วยแม่ละมุ้ง และห้วยแม่จัน ซึ่งลำห้วยเหล่านี้ล้วนไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาไมโกร ก่อนไหลลงสู่ทะเลสาบเขื่อนศรีนครินทร์ และชาวบ้านได้เรียกชื่อเปลี่ยนเป็น แม่น้ำแควใหญ่ นับเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลหล่อเลี้ยงภาคตะวันตกของประเทศ
    จากเหตุที่ป่าอุ้มผางมีพื้นที่ติดต่อกับป่าอนุรักษ์อยู่เกือบรอบด้าน ทำให้ผืนป่าแห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพอยู่มากมาย และหากนับรวมผืนป่าที่ติดต่อกันนี้เป็นป่าเดียวกัน ก็อาจกล่าวได้ว่า "เป็นผืนป่าตะวันตกที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในเอเซียอาคเนย์"
    สภาพภูมิอากาศนั้น มีอากาศแตกต่างกันมากในแต่ละฤดูกาล
  • ในฤดูร้อนจะเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม ร้อนที่สุดช่วงเดือนเมษายน อุณหภูมิสูงสุดที่เคยวัดได้ประมาณ 39.2 องศาเซลเซียส
  • ฤดูฝน อยู่ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม มีฝนตกชุกมากในเดือนกรกฏาคม ปริมาณน้ำฝนสูงสุดที่เคยวัดได้ประมาณ 299.2 มม.
  • ฤดูหนาว อยู่ระหว่างเดือน พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ หนาวที่สุดในช่วงปลายเดือนธันวาคม อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้ประมาณ 1 องศาเซลเซียส
  • แหล่งธรรมชาติและกิจกรรม

  • น้ำตก จากสภาพภูมิประเทศที่เป็นเขาสูง และมีป่าไม้ปกคลุมหนาแน่น จึงก่อเกิดน้ำตกใหญ่น้อยมากมาย อาทิเช่น
    1. น้ำตกทีลอจ่อเป็นน้ำตกสายเล็กๆมี 2 ชั้น ชั้นที่งดงามที่สุดคือ ชั้นล่าง ซึ่งสายน้ำจะไหลตกลงสู่ลำน้ำแม่กลอง ที่อยู่เบื้องล่าง ในลักษณะคล้ายสายฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นละออง จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "น้ำตกสายฝน"
    2. น้ำตกทีลอซู เกิดจากลำห้วยกล้อทอที่ไหลตกลงมาจากช่องขาดของภูเขาเพอวาตู้ มีทั้งหมด 3 ชั้น สูง 100-300 เมตร กล่าวได้ว่าเป็นน้ำตกที่งดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศ
    3. น้ำตกโขะทะเกิดจากลำห้วยกล้อทอเช่นเดียวกับน้ำตกทีลอซู แต่ตั้งอยู่ตอนปลายก่อนไหลลงสู่ลำน้ำแม่กลอง ลักษณะสายน้ำจะไหลลดหลั่นลงมาตามเชิงชั้นหินปูน ก่อเกิดเป็นน้ำตกชั้นน้อยใหญ่มากกว่า 10 ชั้น
    4. น้ำตกทีลอเรลักษณะคล้ายน้ำตกทีลอจ่อ แต่มีขนาดใหญ่กว่า โดยไหลลงมาจากภูผาสูงลงสู่ลำน้ำแม่กลองตอนปลาย
    5. น้ำตกเซปละเกิดจากลำห้วยเซปละ มีทั้งหมด 3 ชั้น ก่อนไหลลงสู่ลำน้ำแม่กลอง
    นอกจากนี้ก็มีน้ำตกห้วยหินแดง น้ำตกลีซอ โป่งน้ำร้อน น้ำตกทีชะนาทะ น้ำตกเลตองคุ และอีกมากมาย


  • ล่องแก่งตามลำน้ำแม่กลองซึ่งมีแก่งเล็กน้อยจนถึงระดับปานกลาง(ระดับ 1-4) ในอดีตเป็นการล่องแก่ง ด้วยแพไม้ไผ่ ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นการล่องแก่งด้วยเรือยางที่ให้ความปลอดภัยสูงกว่า และไม่เป็นการทำลายทรัพยากร ธรรมชาติป่าไม้ ที่ต้องตัดไม้ไผ่มาทำแพ ช่วงระยะล่องแก่งมีทั้งหมด 3 ช่วง ได้แก่
    1. ช่วงแรกหรือช่วงตอนต้นของลำน้ำแม่กลอง แบ่งออกเป็น 5 ช่วงย่อย ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ได้แก่
      • ล่องแก่งจากตัวเมืองอุ้มผาง-ผาเลือด ระยะเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล่องแก่งผนวกกับนั่งรถ เข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู
      • ล่องแก่งจากตัวเมืองอุ้มผาง-ท่าทราย ระยะเวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล่องแก่งผนวกกับนั่งรถ เข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซู
      • ล่องแก่งจากตัวเมืองอุ้มผาง-แก่งมอกิโด้ ระยะเวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล่องแก่ง ผนวกกับการเดินป่าหรือนั่งช้างสู่น้ำตกทีลอซู
      • ล่องแก่งจากตัวเมืองอุ้มผาง-สบแม่ละมุ้ง ระยะเวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง
      • ล่องแก่งจากตัวเมืองอุ้มผาง-บ้านปะหละทะ ระยะเวลาประมาณ 8-9 ชั่วโมง
    2. ช่วงที่สองหรือช่วงตอนปลายของลำน้ำแม่กลอง คือเริ่มต้นล่องจากบ้านปะหละทะ-น้ำตกทีลอเร ใช้เวลา 1 วัน โดยสามารถเที่ยวได้ในช่วงเดือน พ.ย.-พ.ค.
    3. ช่วงที่สามคือการรวมช่วงแรกกับช่วงที่สอง ใช้เวลา 2 วัน 1 คืน

  • ศึกษาพรรณไม้ ผืนป่าตะวันตกแห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีพรรณไม้มากมาย บางชนิดก็เป็นพรรณไม้แปลกตาที่อยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้า
    สำหรับพรรณไม้ที่ถือว่าเด่นที่สุดในป่าแห่งนี้ โดยเฉพาะในยามที่ออกดอกพร้อมๆกัน ก็คือ "เสี้ยว" ชื่อวิทยาศาสตร์ "Bauhinia vaiegata" วงศ์ "CAESALPINIACEAE" เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูง 5-15 เมตร ดอกสีชมพูอ่อน หรือสีขาว ออกดอกในราวเดือน ก.พ.-เม.ย. พบตามป่าเบญจพรรณ
    ส่วนพรรณไม้ที่หายากมากและใกล้จะสูญพันธุ์ ได้แก่ "กระโถนนางสีดา" หรือ "กระโถนสีดา" ชื่อวิทยาศาสตร์ "Sapria poilanei" เป็นพันธุ์ไม้ในวงศ์เดียวกับบัวผุด มีลักษณะเป็นพืชเบียนที่อาศัยอยู่บนรากไม้ในสกุล tetrastigma ดอกรูปถ้วยปากใหญ่หรือกระโถนปากแตร สีชมพูหรือสีกุหลาบ ออกดอกในราวเดือน พ.ค.-ม.ค. พบตามป่าดิบเขา
    "เทียนอุ้มผาง" ชื่อวิทยาศาสตร์ "Impatiens noei" วงศ์ "BALSAMINACEAE" เป็นไม้ล้มลุกที่ขึ้นอยู่เป็นดงแน่นขนัด สูงได้ถึง 1 ฟุต ดอกสีชมพูสด ลักษณะดอกรูปร่างแปลกตาคล้ายเด็กผู้หญิงนุ่งกระโปรงกำลังยืนกางแขน ออกดอกในราวปลายเดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน พ.ย. ในปัจจุบันมีรายงานการค้นพบที่ดอยหัวหมด อ.อุ้มผาง จ.ตาก เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย


  • ส่องกล้องดูนกจากรายงานในปี 2540 พบนกในผืนป่าแห่งนี้ประมาณ 200 ชนิด 51 วงศ์ ซึ่งนกที่หายากและใกล้ที่จะสูญพันธุ์ ได้แก่ "เป็ดก่า" (White-winged Duck) เป็นนกเป็ดน้ำชนิดหนึ่งซึงพบที่บึงลาอึ๊เอ๊าะ (บึงฝาแฝด) และบึงลากะตู(บึงน้ำเขียว) บึงทั้งสองแห่งนี้เป็นบึงน้ำธรรมชาติที่กว้างใหญ่ ดั่งทะเลสาบอยู่ใจกลางป่าลึก

  • ดูผีเสื้อ พบอยู่มากมายหลายชนิด โดยเฉพาะบริเวณหาดทรายริมน้ำ
  • ศึกษาถ้ำ สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาหินปูน จึงก่อให้เกิดโพรงถ้ำมากมาย อาทิ ถ้ำตะโค๊ะบิ๊ ถ้ำหินสะกิดดิ้น เป็นต้น
  • ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขา มีชาวเขาอาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้หลายเผ่า ได้แก่ ม้ง มูเซอร์ ลีซอ และกะเหรี่ยง โดยเฉพาะกะเหรี่ยงที่นับถือลัทธิฤาษี ซึ่งมีวิถีชีวิตและประเพณีที่น่าสนใจไม่น้อย
  • ดอยหัวหมด อันที่จริงดอยแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในอาณาเขตของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง แต่เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยว เกือบทุกคนที่ได้มาท่องเที่ยวผืนป่าแห่งนี้จะต้องแวะมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ
    ดอยหัวหมดเป็นภูเขาที่มีลักษณะคล้ายดินลูกรังและหัวโล้น(เป็นแหล่งแร่โดโลไมต์) ที่ทอดตัวยาวติดต่อกันราว 30 กม. และกว้างประมาณ 2 กิโลเมตร บนภูเขาแทบจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นอยู่เลย ไม้ที่ขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นไม้ที่ทนแล้งได้เป็นอย่างดี บนดอยแห่งนี้นับเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นตัวเมืองอุ้มผาง และทิวทัศน์ผืนป่าและขุนเขาน้อยใหญ่ได้รอบตัว โดยเฉพาะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า และทะเลหมอกที่งดงามยิ่ง
    การเดินทาง

    เริ่มจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มุ่งสู่ อำเภออุ้มผาง ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1090 ระยะทาง 167 กม. หนทางช่วงแรกจะวิ่งราบเรียบ ผ่าน อ.พบพระ จากนั้นจะเริ่มไต่ลัดเลาะ คดเคี้ยวไปตามไหล่เขาสูงของทิวเขา ที่ทอดตัวยาวเหยียดจนถึงตัวเมืองอุ้มผาง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถนนว่า "ถนนลอยฟ้า"
    การเดินทางจะนั่งรถโดยสารหรือเหมารถจากอำเภอแม่สอดก็ได้ แต่ถ้าขับรถไปเองก็ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญสูงในการขับรถ และควรตรวจสภาพเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม เพราะหากเกิดเสียระหว่างทางจะลำบากมาก เนื่องจากระหว่าง อ.พบพระ-อ.อุ้มผาง ไม่มีร้านซ่อมรถยนต์อยู่เลย สำหรับเวลาการเดินทางก็อยู่ในราว 3.30-4.30 ชั่วโมง แต่หากเป็นรถโดยสารก็จะใช้เวลานานร่วม 5-6 ชั่วโมง
    สำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเข้าไปชมน้ำตกทีลอซู โดยไม่ต้องการล่องแก่ง หรือเดินป่า เมื่อขับรถถึงสามแยกบ้านแม่กลองใหม่ (อยู่ก่อนถึง อ.อุ้มผาง ราว 5 กิโลเมตร) ก็ให้เลี้ยวขวาไปตามทางลาดยางสลับลูกรัง ผ่านบ้านแม่กลองใหม่ และบ้านเดลอคี พอถึงหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวง ก็แวะลงทำเรื่องขออนุญาตเข้าไปท่องเที่ยวหรือพักแรมบริเวณน้ำตกทีลอซู จากนั้นเลยหน่วยฯไปเล็กน้อยก็เลี้ยวซ้ายไปตามถนนดิน ซึ่งบางช่วงเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงก็ขึ้นเขาลงเขาชัน ระยะทาง 27 กิโลเมตร ใช้เวลากว่าชั่วโมงก็จะถึงที่ทำการเขตฯอุ้มผาง แล้วเดินเท้าอีกราว 10-15 นาที ก็จะถึงน้ำตกทีลอซู อนึ่งถนนทางเข้าน้ำตกทีลอซูใช้ได้เฉพาะช่วงหน้าหนาวถึงหน้าแล้งเท่านั้น คือ ราวปลายเดือน พ.ย.-เม.ย.


    การติดต่อและสิ่งอำนวยความสะดวก

    ปกติการเข้าไปในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่หรือหน่วยงานต้นสังกัดแห่งนี้เสียก่อน แต่ผืนป่าแห่งนี้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีกแห่งหนึ่งที่กรมป่าไม้ได้จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปท่องธรรมชาติได้ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบที่วางไว้
    ติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดได้ที่ "ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า" กรมป่าไม้ เลขที่ 61 ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. 10900 โทร. 561-4292
    สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกก็มี บ้านพักรับรองจำนวน 3 หลังๆละ 10-20 คน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ต้องทำเรื่องขออนุญาตใช้บ้านพักที่ "ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า" นอกจากนี้ก็มีสถานที่กางเต้นท์ รวมทั้งห้องน้ำห้องสุขา แต่ไม่มีร้านอาหาร นักท่องเที่ยวต้องจัดเตรียมไปเอง อนึ่งไม่อนุญาตให้ก่อกองไฟ จึงควรใช้เตาแก๊สหรือเตาถ่าน ในการหุงต้มทำอาหาร


    (เรียบเรียงจากข่าวสาร สโมสรสื่อเดินทาง)