fernSIAM.com : หน้าหลัก > ท่องเที่ยว > แม่ฮ่องสอน || go back

แม่ฮ่องสอน

หนุ่ม Mr. Bank เพื่อนสมาชิกของ fernSIAM.com มีโอกาสเดินทางไปติดต่อธุระที่ เชียงใหม่และแม่ฮ่องสอน เมื่อเดือน ส.ค. 2545 หลังจากเสร็จภาระกิจสำคัญแล้ว Mr. Bank ได้แวะไปตามสถานที่ที่น่าสนใจหลายแห่งที่น่าสนใจและได้เก็บภาพประทับใจมาฝากพวกเราดู


ถนนเส้นตรงและยาวในภาพ คือ ทางวิ่งของเครื่องบิน ในสนามบินที่ จ. แม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นที่รู้จักกันดีในนาม เมืองสามหมอก เหตุที่ได้ชื่อเช่นนี้ เนื่องจากสภาพบรรยากาศโดยทั่วไปของเมืองนี้ จะมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งสามฤดู คือ ในฤดูหนาว ไอหมอกจากไอเย็นและความชุ่มชื้นในอากาศ ทำให้เกิดหมอกปกคลุมหนาแน่น ในฤดูฝน เป็นหมอกที่เกิดจากไอฝนที่ชุ่มฉ่ำ ส่วนในฤดูร้อน อากาศค่อนข้างแห้งและมักเกิดไฟป่า ทำให้ทั่วทั้งเมืองมีฟ้าหลัว อันเนื่องจากควันไฟปกคลุมท้องฟ้า นี่แหละคือที่มาของชื่อ เมืองสามหมอก

สภาพภูมิประเทศของแม่ฮ่องสอน ส่วนมากเป็นภูเขาล้อมรอบ ในสมัยก่อน การคมนาคมไม่สะดวกสบาย ทำให้เมืองนี้ ยังคงสามารถรักษาความบริสุทธิ์ของวัฒธรรมและประเพณีพื้นบ้านเอาไว้ได้นานกว่าเมืองอื่น แต่ปัจจุบัน การเดินทางมาที่นี่ ค่อนข้างง่ายและสะดวก โดยทางรถยนต์ แม้สภาพถนนจะคดเคี้ยว มากมายด้วยทางคดโค้งเกือบตลอดเส้นทาง แต่ก็เป็นที่ท้าทายสำหรับผู้รักการขับรถเดินทางท่องเที่ยว หรือจะให้ยิ่งสะดวกสบายก็สามารถใช้บริการของสายการบินภายในประเทศ ซึ่งมีให้เลือกทั้งการบินไทยและบางกอกแอร์เวย์


วัดพระธาตุศรีจองคำ กลางเมืองแม่ฮ่องสอน ถือเป็น Land Mark ของที่นี่ก็ว่าได้


ข้อมูลจำเพาะของจังหวัดแม่ฮ่องสอน

จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ห่างจาก กทม. 924 ก.ม. มีเนื้อที่รวม 12,681 ตาราง ก.ม. แบ่งการปกครองเป็น 7 อำเภอ ได้แก่ อ. เมือง แม่สะเรียง ขุนยวม ปาย แม่ลาน้อย สบเมย และปางมะผ้า
ตราสัญญลักษณ์ประจำจังหวัด : รูปช้างอาบน้ำ
คำขวัญประจำจังหวัด : หมอกสามฤดู กองมูเสียดฟ้า ป่าเขียวขจี ผู้คนดี ประเพณีงาม ลือนามถิ่นบัวตอง
ดอกไม้ประจำจังหวัด : ดอกบัวตอง
ต้นไม้ประจำจังหวัด : กระพี้จั่น Milletia brandisiana

จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นจังหวัดที่มีมนต์เสน่ห์ชวนให้น่าหลงใหล ด้วยเอกลักษณ์ของชนเผ่าต่างๆ หลายเผ่า
อาทิเช่น ไทใหญ่ ไทล้านนา กระเหรี่ยง และชาวไทภูเขาอีกหลายเผ่า ส่วนใหญ่เป็นเชื้อสายไทใหญ่และไทล้านนา ภาษาพูดที่ใช้กันทั่วไป จึงยังคงใช้ทั้งภาษาไทใหญ่และภาษาคำเมือง

ประวัติความเป็นมาของจังหวัดแม่อ่องสอน ย้อนไปตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี สมัยนั้นที่นี่เป็นเพียงชุมชนบ้านป่าของพวก ไต หรือเงี้ยว หรือไทใหญ่นั่นเอง อาศัยอยู่ ในอดีตพื้นที่นี้เป็นช่องทางเดินทัพของพม่า เพื่อยกกำลังพลเข้ามาโจมตีกรุงศรีอยุธยาและหัวเมืองฝ่ายเหนือ
จวบจนในสมัยรัตนโกสินทร์ ในราวปี 2374 เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 5 มีพระนามว่า "พระเจ้ามโหตรประเทศ" ได้มีมอบหมายให้ "เจ้าแก้วเมืองมา" เป็นแม่กอง นำไพร่พล ช้างต่อและควาญ ออกสำรวจสถานการณ์ชายแดนด้านตะวันตก พร้อมกับให้ต่อช้าง เพื่อนำไปใช้งานในนครเชียงใหม่ด้วย
เจ้าแก้วเมืองมา เมื่อมาถึงบริเวณที่เป็นชุมชนเล็กๆ แห่งหนึ่ง มชัยภูมิเหมาะสำหรับการจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน อีกทั้งที่นี่มีดินโป่งและหมูป่าชุกชุมมากินดินโป่ง จึงจัดการตั้งหมู่บ้านและให้ชื่อหมู่บ้านว่า หมู่บ้านโป่งหมู ซึ่งต่อมาเรียก ปางหมู ซึ่งเป็นตำบลปางหมูในปัจจุบัน และได้แต่งตั้งให้ พะกาหม่อง เป็นผู้ปกครองหมู่บ้าน
หลังจากตั้งหมู่บ้านแล้ว พะกาหม่องได้ออกเดินทางไปกับเจ้าแก้วเมืองมา เพื่อคล้องช้างทางทิศใต้ของหมู่บ้าน จนได้ช้างป่าเพียงพอ ในระหว่างที่รอนแรมไป ได้มาถึงชุมชนอีกแห่ง ซ ซึ่งพื้นที่แห่งนี้มีชัยภูมิดี มีร่องน้ำเหมาะสำหรับการฝึกสอนช้างป่าให้เชื่องและทำงานได้ จึงหยุดพักไพร่พลให้อยู่ฝึกสอนช้างกันที่นี่ก่อน และก่อนเดินทางกลับนครเชียงใหม่ เจ้าแก้วเมืองมา ได้แต่งตั้งให้ แสนโกม บุตรเขยของพะกาหม่อง เป็นผู้ปกครองหมู่บ้าน และตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "แม่ร่องสอน" ตามสำเนียงของคนทางเหนือ คำว่า "ร่อง" จะออกเสียงเป็น "ฮ่อง" เหมือนอีกตัวอย่างคำว่า "เรือน" ออกเสียงเป็น "เฮือน" เป็นต้น ดังนั้น เมื่อเรียกตามเสียงท้องถิ่นจึงเรียกว่า"แม่ฮ่องสอน" ซึ่งหมายถึง เมืองที่มีร่องน้ำสำหรับการฝึกสอนช้าง นั่นเอง และนี่คือที่มาของชื่อ จังหวัดแม่ฮ่องสอน (บางคนบอกว่า แม่ฮ่องสอน เพี้ยนมาจากคำว่า แม่ร่องสอน แท้ที่จริง ไม่ถือว่าเพี้ยน เพราะเป็นลักษณะเฉพาะของการออกเสียงของกลุ่มไท-ลาว ที่ไม่มีเสียง ร แต่ใช้เสียง ฮ แทน)

วัดที่สำคัญแห่งหนึ่ง ในเมืองแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของที่นี่ ก็คือ วัดพระธาตุดอยกองมู ซึ่งตั้งอยู่บนบอดดอยกลางเมืองแม่ฮ่องสอน จุดเด่นของวัดนี้ คือ สถาปัตยกรรมแบบพม่า ที่สร้างอย่างปราณีตวิจิตรบรรจง


พระธาตุดอยกองมู ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
สร้างด้วยสถาปัตยกรรมพม่า
 

ตัวอาคารของศาลาการเปรียญของวัดพระธาตุดอยกองมู สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบพม่า อย่างสวยงาม

พระธาตุดอยกองมู ภาพเมื่อยามแลง (ยามเย็น)

วันนี้ แม่ฮ่องสอนยังคงรักษาเอกลักษณ์ ด้านประเพณีและวัฒนธรรมของชนเผ่าเอาไว้ได้ไม่น้อย แต่ก็ยังน่าเป็นห่วงยิ่งนัก เพราะวัฒนธรรมต่างถิ่น โดยเฉพาะจากโลกตะวันตก ได้คืบคลานเข้าไป โดยคนท้องถิ่นรับเอาไว้และปรับตัว เป็นการเอาใจนักท่องเที่ยวชาวตะวันตก เพื่อหวังผลตอบแทนในตัวเงินจากนักท่องเที่ยว และสักวัน กลัวว่า จะลืมความเป็นตัวของตัวเองของชาวท้องถิ่น

 

เมื่อขึ้นมาสัการะพระะาตุดอยกองมูกันแล้ว สิ่งที่ไม่ควรพลาด คือ การได้ชมทัศนรยภาพเมืองแม่ฮ่องสอน จากบนดอยที่ตั้งของพระธาตุ
ทัศนียภาพของเมืองแม่ฮ่องสอน มองจากจุดชมวิวบนดอยกลางเมือง

ดูภาพที่ Mr. Bank ฝากมาให้แล้ว ทำให้ผมรำลึกนึกถึงเมื่อครั้งที่ได้ไป จ. แม่อ่องสอน ครั้งแรกและครั้งเดียว เมื่อปี 2536 ที่ยังประทับใจไม่รู้ลืม คราวหน้าผมจะเอาภาพเก่าๆ เหล่านั้นมาฝากให้เพื่อนๆ ดูกันนะครับ

Mr. Bank ยังได้ส่งภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสไปแวะอีกแห่งในแม่อ่องสอน คือ น้ำตกแม่สะกึดหลวง ในเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ มีภาพน้ำตกและเฟินป่ามากมายมาให้พวกเราได้ดูกันด้วย

จ. แม่ฮ่องสอน : เวบในสังกัดกระทรวงมหาดไทย
fernSIAM.com : หน้าหลัก > ท่องเที่ยว > แม่ฮ่องสอน || ย้อนกลับ