เรียนกับพ่อ 6 เมษา 44


เรียนกับพ่อ
วันนี้ไม่ใช่เป็นวันหยุด แต่สายฝนก็ได้รับสิทธิพิเศษให้หยุดเรียนได้หนึ่งวัน

พ่อซึ่งนอนค้างเพื่อเฝ้าสวนแทนปู่มาได้หลายวันแล้ว ก็ขับรถออกมารับสายฝนเข้าไปเล่นในสวนแต่เช้า บอกด้วยว่าวันนี้สายฝนจะได้เรียนหนังสือกับพ่ออีกครั้ง


"จริงๆนะพ่อ"สายฝนรีบถามขึ้นอย่างดีใจ

- - - นานแล้วที่พ่อไม่ได้สอนหนังสือให้สายฝน พ่อเคยสอนวาดรูป,เขียนกอไก่ขอไข่และอะไรอื่นๆอีกเยอะแยะ แต่นั้นมันก่อนที่สายฝนจะเข้าโรงเรียน

ถึงแม้นั่นมันจะนานมาแล้วแต่สายฝนก็ยังจำได้ว่า มันสนุกสุดๆ สนุกกว่าไปโรงเรียนเสียอีก!!!


"อือห์ แน่นอน ก้อวันนี้พ่อไม่ต้องขายขนม มีเวลาเหลือเฟือ" พ่อพูดอย่างใจดี


"ดีจัง! หนูรักพ่อมากที่สุดเล้ย เรารีบเข้าสวนกันเถอะนะ"


สวนของพ่อกว้างมาก มีแต่ต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด เป็นต้นไม้ที่สายฝนกินลูกของมันได้ซะด้วย และสายฝนก็ชอบหน้าร้อนอย่างเดือนนี้ เพราะอีกไม่นานมะม่วงที่ต้นก็จะสุกให้ได้กินกับข้าวเหนียวหวานๆ ราดหน้าด้วยน้ำกะทิที่พ่อมักจะทำให้กินเมื่อถึงหน้ามะม่วง ความจริงสายฝนก็ไม่ชอบข้าวเหนียวที่พ่อทำซักเท่าไรนักหรอก ที่ชอบจริงๆก็เห็นจะเป็นถั่วกรอบๆ สีเหลีองที่โรยหน้ามากับข้าวเหนียวนั้นต่างหาก กินกรอบๆกับมะม่วงสุกแล้วอร่อยดี


หนังสือและสมุดเรียนทั้งที่ซื้อจากโรงเรียน และจากที่ซื้อมาอ่านเล่นที่บ้าน พ่อนำมาเตรียมไว้เป็นกองใหญ่ ดูเหมือนพ่อที่เคยพูดว่า เด็กตัวแค่นี้จะต้องรีบร้อนหัดเขียนหัดอ่านกันไปถึงไหน กำลังจะยอมจำนนต่อระบบการศึกษาที่มีแต่การแข่งขันไปเสียแล้ว
พ่อเริ่มบทเรียนด้วยตัวอักษรภาษาไทย โดยพ่อบอกให้สายฝนเขียนตัวอักษรทีละตัว ตัวไหนที่เขียนไม่ได้พ่อก็จะจดเอาไว้ พ่อไม่รู้หรอกว่าสายฝนจำตัวอักษรได้หมดทุกตัวแล้ว มีบางตัวเท่านั้นที่เขียนไม่ได้ก็เป็นเพราะตอนนั้นเกิดลืมไปชั่วขณะ เดี๋ยวถ้าได้เล่นนู่นเล่นนี่สักพักก็จะนึกออกได้เอง

พ่อถามไปเรื่อยๆจนถึงตัวสระ แล้วพ่อก็ให้เล่นเกมใหม่ เป็นเกมที่สายฝนยังไม่เคยได้เล่น โดยพ่อจะวาดรูปแล้วให้สายฝนเขียนคำที่สายฝนนึกออกลงไป พ่อเขียนเป็นรูปนก สายฝนก็เขียนคำว่านก พ่อเขียนเป็นรูปงูสายฝนก็เขียนคำว่างูอนาคอนด้าที่สายฝนจำมาจาก ในหนังช่องดิสคัพเวอรี่

มีบางครั้งที่พ่อเขียนไม่เหมือนเลย สายฝนนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่ พ่อก็จะกระซิบบอกคำใบ้ให้ เกมนี้สนุกมาก! สายฝนชอบเพราะไม่น่าเบื่อเหมือนต้องให้คัดคำ ตาสี มาตี อีกา เหมือนในสมุดการบ้าน

ก้อสายฝนไม่รู้จักใครที่ชื่อตาสีเลยนี่นา และไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมตาสีถึงต้องมาตีอีกาด้วย รึว่าอีกามันไปจิกตาสีก่อน สายฝนนั้นอยากถามครูแต่ก็ไม่กล้าถาม เลยต้องมาถามพ่อ พ่อก็ตอบว่ามันแค่นิทานที่ให้หนูหัดอ่านน่ะลูก แต่สายฝนก็ยังนึกถึงอยู่เสมอเวลาที่ต้องหัดอ่านว่า กามันไปทำอะไรให้ตาสีโกรธกันนะ?


"เขียนอีกซีพ่อ.ออ"สายฝนทวงรูปภาพที่อยากให้พ่อเขียน
"ไม่เอาละ เมื่อย!! ไปผจญภัยกันดีกว่า"
"เย้ ! ดีพ่อดี ไปกันเล้ย" - - -

พูดจบก็บอกพ่อให้หยิบปากกาดินสอแล้วก็กระดาษไป ส่วนตัวเองก็ทูนเก้าอี้ตัวเล็กไว้บนหัวรีบเดินนำไปทันที


"เอาตรงนี้แหละพ่อ"- - - สายฝนชี้บอกให้พ่อวางเก้าอี้นั่งลงบนทางเดิน พ่อซึ่งต้องรับหน้าที่หิ้วเก้าอี้แทนสายฝนมาตั้งแต่เริ่มเดินขึ้นเนิน ก็วางเก้าอี้ให้เป็นไปตามความต้องการของเจ้านายตัวน้อย

...................และนี่คือรูปวาดแลนด์สเคป รูปแรกในชีวิตของสายฝน.........................

วาดเสร็จสายฝนก็เริ่มระบายสีด้วยสีไม้ พร้อมกับร้องเพลงคลอไปด้วยอย่างมีความสุข
"ตามด้วยสีเขียวขจี แล้วต่อด้วยสีชมพูสดใส แล้วก็วิบพะวิ่ว วิบพะวิ่ว กระโดดขึ้นไป..."สายฝนร้องเพลงพลางโยกตัวเบาๆ พลางตวัดมือที่จับดินสอสีสวยๆพลิ้วรับกับจังหวะเพลงที่ร้องอย่าง น่าอิจฉาในความสุข

เอ!โตขึ้นสายฝนจะยังคงมีความรู้สึกสนุกกับงานที่ตัวเองทำ เหมือนตอนนี้มั้ยนะ พ่อที่ดูอยู่นึกสงสัย


"เสร็จแล้วพ่อ..อ สวยมั้ย ไปต่อกันเหอะ" สายฝนซึ่งพูดต่อกันรวดเดียวทั้งสามประโยค กลับไม่รอคำตอบจากพ่อรีบคว้ามือพ่อชวนเดินทางกันต่อ
.................นี่เป็นรูปที่สองที่สายฝนวาด เป็นรูปต้นมะขามที่มีรังนกอยู่บนต้นด้วย

สายฝนเขียนรูปให้มีลูกนกและไข่นกอยู่ด้วยหลายฟอง


"นี่อะไรน่ะ" พ่อถามชวนคุย "ก้อ ลูกนกไงพ่อ"

"เอ้า! แล้วทำไมมันมีแต่หัว"
"ก้อ รังมันบังอยู่นี่พ่อ"

สายฝนยิ้มกว้างและนั่งแกว่งขาไปมาเร็วขึ้น เป็นอาการที่สายฝนมักทำบ่อยๆเวลาที่สายฝน คิดว่ารู้เรื่องอะไรมากกว่าพ่อ

- - - พ่อยิ้ม
"อ้าว! แล้วนั่นหนูไปจูบกระดาษทำไม"
"ก้อ ลูกนกมันน่ารักนี่พ่อ" - - - พ่อยิ้มกว้างกว่าเดิม


แล้วพ่อก็เดินตามสายฝนไปวาดจอมปลวก ดอกไม้ ภูเขา แล้วก็อะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะ เดินกันจนเหนื่อย สายฝนก็พูดขึ้นมาลอยๆว่า" พ่อ สวนเรากว้างเนอะ"
"ใช่" พ่อรีบเห็นด้วยจนสายฝนต้องเหลียวมามองเพราะพ่อตอบ คำถามของสายฝนได้เร็วกว่าทุกที


เมื่อกลับมาถึงที่พัก สายฝนก็ได้กินแตงโมที่เป็นผลไม้ที่สายฝนชอบ สายฝนกินแป๊ปเดียวก็หมด จนพ่อต้องเอ่ยปาก
"หมดแล้วเหรอ ไม่เห็นแบ่งให้พ่อบ้าง"
"เห็นฝีมือเด็กมั้ยพ่อ" สายฝนพูดอย่างภูมิใจ
"ใช่! ฝีมือเด็กอ้วน" พ่อพูดย้อนและสายฝนได้แต่ยิ้ม


พักท้องได้ซักแป๊ป พ่อก็บอกว่าจะอ่านนิทานให้ฟัง ถึงสายฝนจะอายุห้าขวบและมักจะอวด ให้พ่อรู้บ่อยๆว่าสายฝนโตแล้ว แต่ก็ยังชอบฟังนิทานอยู่และอยากให้พ่ออ่านให้บ่อยๆ เพราะบางทีพ่อก็มักจะแกล้งทำเป็นลืม

พอพ่ออ่านจบ พ่อกลับให้สายฝนอ่านคำในหนังสือนิทานที่พ่อคิดเอาเองคนเดียวว่าง่าย แต่สายฝนไม่ยักกะคิดอย่างงั้น พ่อก็ปลอบใจว่า"ไม่เป็นไรหรอกลูก อ่านไม่ได้ไม่เป็นไรพ่อจะช่วย หัดเอาไว้อีกหน่อยหนูก็อ่านได้เองแหละ"
"ใครว่าหนูอยากจะอ่านนิทานเองล่ะพ่อ หนูจะให้พ่ออ่านให้ไปตลอดชีวิตเลยตะหาก" สายฝนนึกในใจ


พอหัดอ่านจบ สายฝนก็นึกเกมใหม่ขึ้นมาได้ โดยจะให้พ่อบอกตัวกอ ไก่ หรือขอ ไข่แล้วให้สายฝนเขียนวงกลมที่ตัวอักษรที่พ่อถามลงในหนังสือ แต่พ่อไม่เห็นด้วยบอกว่า เดี๋ยวหนังสือเรียนจะเสีย ถ้าสายฝนอยากจะเล่นเกมนี้ สายฝนต้องคัด ก-ฮ ลงในกระดาษเอาเอง
"ถ้าตัวไหนหนูเขียนไม่ได้ พ่อบอกหนูด้วยนะ" สายฝนอยากเล่นเกมนี้มาก จึงลงมือเขียนตัวอักษรทั้งสี่สิบสี่ตัวลงในกระดาษอย่างไม่รีรอ
"เอ้า พ่อเสร็จแล้ว เล่นกันได้เล้ย"เสียงใสๆของสายฝนแสดงอาการ ดีใจเพราะเขียนเสร็จแล้วและจะได้เล่นซะที


พ่อไม่พูดอะไรซักคำและไม่ได้ถามคำถามอย่างที่สายฝนนึกด้วย แต่ในมือพ่อมีปากกาแล้วพ่อก็ลงมือวาดภาพ อะไรซักอย่างขยุกขยิกอยู่ มันมองดูคล้ายโอ่ง!
สายฝนเข้าใจเกือบจะทันทีว่า เกมนี้มันต้องเล่นกันอย่างไร แล้วสายฝนก็หยิบดินสอที่ใช้เขียนตัวอักษร เมื่อครู่มาวงกลมที่ตัว ออ อ่าง


"ตัว ออ อ่างใช่มั้ยพ่อ" สายฝนรู้ใจพ่อที่มักจะให้สายฝนคิดเกมใหม่ๆเองอยู่บ่อยๆ
"พ่อว่า ถ้าหนูเปลี่ยนจากดินสอสีดำมาเป็นดินสอสี จะสนุกกว่านะ"พ่อแนะนำ


"เออ ดีพ่อดี" สายฝนเผลอตัวพูดคำที่ไม่น่ารักออกมาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้พ่อดูจะทำเป็นไม่ได้ยิน พ่อคงรู้ว่าเมื่อไรที่สายฝนดีใจที่จะได้ทำอะไรสนุกๆ สายฝนต้องเผลอพูดคำอย่างนี้มาทุกที


พอเกมจบ กระดาษของสายฝนก็มีสีสวยๆระบายอยู่บนทุกตัวอักษร ส่วนกระดาษของพ่อก็เต็มไปด้วยรูปวาดเยอะแยะ ซึ่งบางรูปก็ดูไม่ออกว่าเป็นอะไร จนพ่อต้องร้องโฮกๆบ้าง ทำเสียงดังฉิ่งฉับบ้าง สายฝนถึงนึกออก แต่ไม่ใช่ความผิดของสายฝนหรอกที่สายฝนนึกไม่ออก พ่อต่างหากที่วาดไม่เหมือน
"พ่อเล่นเกมอะไรไม่เคยชนะหนูได้หร้อก" สายฝนบอกพ่อกับในตอนท้ายที่สุด


คืนนั้นก่อนที่สายฝนจะเคลิ้มหลับไป สายฝนยังนึกสงสัยในใจว่า "พรุ่งนี้พ่อจะมีเวลาเปิดโรงเรียนสอนหนูอีกมั้ยน่ะ"


*****************************************************