ศิลปะกับจินตนาการ

...............ผมทำอย่างไรให้สายฝนชอบวาดรูปน่ะหรือ ไม่ยากเลยครับ เด็กส่วนใหญ่แล้วมักจะเลียนแบบพ่อและแม่ใช่ไหมครับ ผมก็ใช้หลักง่ายๆอันนี้แหละ เริ่มจากการที่วาดรูปอะไรก็ได้ให้เค้าดูบ่อยๆ ไม่นานเค้าก็จะมีความรู้สึกอยากจะขีดเขียนตามคุณบ้าง

.................ขณะที่สายฝนโตพอที่จะจับดินสอขีดๆเขียนๆได้แล้ว เวลาที่ผมอ่านนิทาน ผมมักจะวาดภาพประกอบง่ายๆระหว่างที่ผมเล่าเรื่องไปด้วย ผมทำเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อทำได้ ไม่นานสายฝนก็อยากวาดรูปบ้าง คราวนี้ผมจะเตรียมอุปกรณ์วาดรูปนานาชนิดที่เหมาะกับวัยของเค้าเอาไว้ และที่สำคัญ"กระดาษ"ครับกระดาษผมจะเตรียมไว้ไม่อั้น ที่บ้านของผมจะซื้อกระดาษขนาด a4เอาไว้เป็นรีมเลย สายฝนจะหยิบมาใช้ได้ทุกครั้งที่เค้าอยากจะวาด (เรามีข้อตกลงกันก่อนครับว่า จะต้องใช้กระดาษอย่างไม่สิ้นเปลือง ตรงไหนที่ยังมีที่ว่างพอจะเขียนได้ก็อย่าเพิ่งไปหยิบแผ่นใหม่มา)

.................หลังจากที่ใจพร้อม เครื่องมือพร้อม คราวนี้สายฝนก็เหมือนเครื่องยนต์ติดเทอร์โบแหละครับ เค้าจะสนุกกับการทำงานศิลปะได้เป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

.................ตรงนี้มีเก็บตกอีกนิดนึงครับที่อยากจะฝากเอาไว้ ..ศิลปะเป็นสิ่งที่สร้างความสุนทรีย์,การมีจินตนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี และทั้งสองอย่างนั้นไม่อาจสร้างได้จากการสอนหรือการจับมือเด็กให้ทำตาม แต่จะเกิดขึ้นได้จากการมีสมาธิในการปฏิบัติแล้วเด็กจะค่อยๆซึมซับสุนทรียะในความงดงามของการลงตัวในเส้น,สี,เงาและมิติที่เค้าได้ใช้จินตนาการสร้างสรรค์ขึ้นมา การเพาะบ่มความมีสุนทรียะและการมีจินตนาการนี้จะค่อยเกิดการพัฒนามากขึ้นตามลำดับ ที่สำคัญก็คือเราต้องคอยสังเกตให้คำแนะนำและให้กำลังใจเค้าอยู่ห่างๆ การเข้าไปจู่จี้ชี้แนะในทุกเรื่องที่เค้าทำจะเป็นการปิดกั้นการต่อเนื่องทางพัฒนาการของเค้าเสียเปล่าๆ คำสอนที่หวังดีอย่างเช่น สีรุ้งต้องเป็นอย่างนี้สิลูก หรือคนที่ไหนมีสามขาสี่หัว มาพ่อจะวาดให้ดู ฯลฯ คำสอนอย่างนี้ต้องใช้ให้เหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์นะครับ อย่างสุดท้ายที่อยากฝากเอาไว้ก็คือ พัฒนาการทั้งสองสิ่งนี้มันมีเสื่อมถอยลงได้ ถ้าหากไม่ได้ปฏิบัติบ่อยๆ มีตัวอย่างจริงจะเล่าให้ฟังครับ ในช่วงที่สายฝนเข้าโรงเรียนอนุบาลนั้น ที่โรงเรียนไม่มีชั่วโมงศิลปะที่สอนประจำ สายฝนจึงเว้นช่วงจากการวาดเส้นเขียนรูปอย่างที่เคยทำเหมือนเมื่อก่อนที่เรียนที่บ้าน ปีครึ่งผ่านไป เมื่อสายฝนกลับมาเรียนที่บ้านอีกหน สายฝนต้องใช้เวลาอยู่เป็นเดือน ถึงจะได้จินตนาการและลายเส้นที่มีอิสระและเฉียบคมเหมือนเดิม...อย่างที่หนังสือหลายๆเล่มเค้าบอกกันเอาไว้แหละครับ การพัฒนาสมองซีกซ้ายและขวาต้องไปพร้อมๆกันถึงจะดี.........ผมก็ว่ามันก็น่าจะจริงนะครับ หรือคุณคิดว่าอย่างไร

 

ภาพนางเงือกเวอร์ชั่นที่1(พ่อวาด)และ เวอร์ชั่นที่2(ลูกวาด) เป็นนางเงือกที่มีลูกสมุนแอบอยู่หลังก้อนหิน(เห็นแต่หัวกลมๆชูหน้ากันสลอน