เรียนกับเล่นให้เป็นเรื่องเดียวกัน


ผมว่านี่เป็นโจทย์ที่ย๊ากยาก ถ้าเล่นไปเรื่อยโดยไม่มีจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้สิ่งหนึ่งสิ่งใด แบบนี้ก็จะมีการเรียนรู้เกิดขึ้นน้อยมาก เด็กจะได้แต่ความสนุกความมันส์ในอารมณ์อย่างเดียว อืมห์คุณเคยเห็นเด็กที่นั่งเล่นเกมตามร้านคอมพิวเตอร์มั้ยครับ ถ้าคุณไปถามเด็กเหล่านั้นว่าสนุกมั้ย!..ไม่เบื่อบ้างรึไงนั่งเล่นอยู่ได้เป็นชั่วโมงๆ เด็กเหล่านั้นก็คงว่า "หนุกดิ" แน่ล่ะครับการเล่นมันก็ต้องสนุกแหงๆอยู่แล้ว


เรามาลองคิดดูกันเล่นๆนะครับ เราจะให้ลูกๆเล่นเกมยิงกันสนั่นจออย่างนั้นได้วันละกี่ชั่วโมง..ให้เล่นพอหอมปากหอมคอหรือไม่ให้เล่นเลย.... เอ! ผมไม่ขอเป็นกรรมการตัดสินว่าน่าจะทำอย่างนู้นหรืออย่างนี้จะดีกว่ากันหรอกครับ แต่ผมจะเล่าให้ฟังอย่างนี้ดีกว่า ผมเคยได้ดูรายการทีวีเค้าสัมภาษณ์คนไทยที่เก่งในเรื่องการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์จนได้รับทุนมากมายมาแล้วปัจจุบันทำงานที่วิลิคอนแวร์เล่ย์ คนๆนั้นเล่าให้ฟังว่า ตอนยังเด็กเค้าก็เหมือนเด็กคนอื่นๆส่วนมากที่เริ่มสนใจคอมฯโดยใช้เวลาส่วนมากอยู่กับเกมฯ ต่อมาเค้าก็สนใจต่อไปอีกว่าเกมที่เค้าเล่นอยู่นั้นทำขึ้นมาได้อย่างไร ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เค้าสนใจก็มาจากพี่ชายเขียนโปรแกรมสร้างเกมอย่างง่ายๆให้เค้าดูและให้หนังสือเล่มนึงให้เค้าได้ลองทำดูเองบ้าง ตั้งแต่นั้นมาเค้าก็ให้ความสนใจอย่างจริงจังกับการศึกษาโปรแกรมต่างๆโดยมีที่บ้านและครูที่โรงเรียนให้การสนับสนุน เค้าบอกว่ามันเป็นเรื่องสนุกที่ได้คิดและลองออกแบบให้คอมฯทำงานตามที่เค้าต้องการ.....


ที่บ้านของผมเป็นสมาชิกของubc(ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอกนะครับ) ลูกสาวของผมชอบดูรายการทีวีแชมป์เปี่ยนมาก เชื่อว่าคุณคงรู้จักรายการนี้ดีอยู่แล้วนะครับ สำหรับท่านที่ยังไม่ทราบว่ารายการนี้เป็นอย่างไรผมขออธิบายนิดนึงว่ารายการนี้เป็นรายการทีวีที่สุดฮิตของญี่ปุ่น เค้าจะเอาคนที่เก่งในเรื่องต่างๆมาแข่งขันกันเพื่อหาความเป็นสุดยอด(รายการเขาว่าอย่างนั้นน่ะครับ)เช่นสุดยอดช่างทำขนม,สุดยอดช่างตัดผม,สุดยอดนักทำโมเดลฯลฯ ในรายการเค้าก็จะถ่ายทำขั้นตอนและวิธีที่ผู้เข้าแข่งขันทำก่อนจะออกมาเป็นผลงาน สนุกครับผมเชื่อว่าคุณๆคงคิดเหมือนผม


สำหรับสายฝนนั้นชอบรายการนี้มากถึงเวลาต้องบอกให้ผมเปิดมาดูรายการนี้ทุกที พอดูจบก็จะเล่นเป็นผู้เข้าแข่งขันซะเอง ยกตัวอย่างเมื่อวานนี้สายฝนดูเค้าแข่งขันหาสุดยอดช่างทำผม..คุณคงเดาได้นะครับว่าพอจบรายการแล้วสายฝนจะเล่นอะไร แน่นอนล่ะครับจับเอาผมมาเป็นหุ่นซ้อมทำผมเวียจนผมบนหัวกระเจิงไปหมด ดีนะครับเค้าแค่ทำเป็นย้อมสีผมและดัดเล่นๆ ขืนทำจริงๆผมคงดูไม่จืดแน่...หุ หุ


สุดยอดอย่างอื่นๆก็มีนะครับ ช่างทำขนม,กุ๊กทำอาหาร,นักทำโมเดล,ช่างแต่งบ้าน-แต่งสวนลูกสาวผมเป็นมาหมดแล้วล่ะครับ จะมีอยู่อย่างที่ยังไม่ได้เป็น ก็เรื่องเป็นแชมป์กินเร็ว อันนี้สายฝนขอถอนตัว..ก้อลูกสาวฝนกินข้าวได้อืดเป็นเต่าออกอย่างนั้นนี้ครับ
ยังมีรายการทีวีที่สายฝนชอบดูอีกนะครับ เป็นรายการหนังยาวส่วนมากเป็นหนังเด็กๆ(ไม่ใช่หนังเด็กก็ชอบดูเป็นบางเรื่อง) เราชอบดูหนังก่อนนอนครับ เมื่อคืนก่อนก็ดูเรื่อง ร็อคกี้ พระเอกก็ซิลเวสเตอร์ สตราโลนพี่บึ๊กขวัญใจสายฝนเค้าล่ะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักมวยที่มุ่งมั่นคว้าตำแหน่งแชมป์ ดูจบก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสายฝนจะต้องเล่นเป็นนักมวยไปอีกหลายวัน ส่วนผมก็เป็นกระสอบทรายที่ช้ำแล้วช้ำอีกไปสิครับ


คุณรู้ไหมครับ..ตอนที่ทำบ้านเรียนใหม่ๆ สิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ที่เป็นพ่ออย่างผม(และเป็นครูของลูก)อย่างมากในตอนนั้นก็คือจะสอนอะไร ดังนั้นผมก็เลยไปเดินเลือกซื้อหนังสือแบบเรียนที่คิดว่าดีมาใช้เป็นแนวการสอนอยู่หลายเล่ม หนึ่งในนั้นเป็นแบบเรียนวิชาภาษาไทย มีบางบทเรียนในหนังสือเล่มนั้นที่ให้ผู้เรียนอ่านเนื้อหา(หรือให้ครูอ่านให้)แล้วจะมีคำถามท้ายบทถามเกี่ยวกับเนื้อหาที่ได้เรียนเมื่อครู่ว่าพูดถึงเรื่องอะไร และตอนที่เรียนสายฝนก็ตอบได้เป็นส่วนใหญ่แต่ผมก็สังเกตุว่าบางทีสายฝนก็ดูเหมือนจะคิดว่าเรื่องที่เรียนน่าเบื่อเป็นบางครั้ง ดังนั้นถ้าถึงตอนที่มีการสอนการอ่านเพื่อจับใจความแบบนี้ผมก็จะเว้นข้ามไปบ้างเป็นบางที คุณคงกำลังสงสัยอยู่ว่าแล้วมันเกี่ยวกับเรื่องที่ดูหนังทีวีกันอย่างไร...คืออย่างนี้ครับ

ส่วนใหญ่แล้วหนังที่สายฝนดูกับผมจะมีเสียงพูดเป็นภาษาต่างประเทศ ผมก็ต้องอ่านซับไตเติลให้สายฝนฟังจนจบเรื่อง คำศัพท์ไหนที่สายฝนไม่เข้าใจเค้าก็จะถามผม ฉากไหนที่ผูกเรื่องซับซ้อนเค้าก็จะถามอีกเช่นกัน พอดูจบเรื่องถ้าหนังที่ดูทำให้สายฝนเกิดการเรียนรู้ตรงไหนได้ผมก็จะพยายามชี้ให้เห็น ในความคิดของผมเวลาที่สายฝนดูหนังสายฝนจะเกิดการเรียนรู้ไปด้วย ไม่ว่าในเรื่องการใช้ภาษา,สังคม,วัฒนธรรม,การฝึกการใช้จินตนาการ,ศิลปะ,แง่คิดในการดำรงชีวิต ไม่รู้สิครับถ้าผมยังพิมพ์ต่อไปอีกก็คงไล่ไปจนครบทุกเรื่อง (การเรียนรู้แบบนี้น่าจะเหมือนกับวิชาสื่อสารมวลชนที่โรงเรียนจิตรดาใช้สอนนะครับ โดยทางโรงเรียนจะเปิดรายการทีวีที่เป็นหัวข้อสนใจในขณะนั้นให้นักเรียนดู แล้วก็ให้นักเรียนคิด,วิเคราะห์วิจารณ์ดูว่ามีความคิดอย่างไรเกี่ยวกับหนังที่ได้ดู) ถ้าอย่างนั้นการเรียนการฟังเพื่อจับใจความอย่างที่มีสอนในหนังสือ สายฝนก็สามารถเรียนรู้ได้โดยผ่านการดูทีวีแบบที่ผมเล่าให้ฟังได้เหมือนกันสิครับ เอาแล้วสิครับ "เรื่องเล่นกับเรียน"เริ่มเป็นเรื่องเดียวกันแล้วล่ะครับ


เฮ้อยาวจริงๆ แล้วผมจะขมวดให้เข้าเรื่องได้หรือยังเนี่ย เอาเลยนะครับ....เรื่องเล่นกับเรียนที่ผมตั้งมาเป็นหัวข้อคุยกันในวันนี้ก็มีที่มาจากกระทู้ของแม่แจงนั่นแหละครับ นั่งคิดนอนคิดมาหลายวันว่าจริงๆแล้วบ้านเรียนที่ผมทำอยู่เนี่ยผมสอนอะไรลูก
ผมก็มีชั่วโมงที่สอนวิชาการล้วนๆเหมือนที่โรงเรียนนะครับ แต่เป็นการสอนแบบตามใจผมหรือสายฝนบางวันผมก็สอนทุกวิชาที่คิดว่าสายฝนควรจะรู้ บางวันผมก็สอนบางวิชาที่สายฝนกำลังเกาะติด(สนใจ)อยู่ บางวันผมก็ไม่ได้สอนจากแบบเรียนที่ซื้อมาเลย


โธ่เอ๊ย! .....สอนอย่างนี้มันจะได้เรื่องได้ราวอะไร...อาจจะมีเสียงโวยวายมาอย่างนี้


ใจเย็นๆครับฟังผมก่อน

เท่าที่ผมประเมินการเรียนของสายฝน(ผมจะทำแฟ้มผลงานการเรียนของสายฝนไว้ครับ) ตอนที่สายฝนเริ่มเรียนกับผมเมื่อปิดเทอมหน้าร้อนที่เพิ่งผ่านมา สายฝนยังอ่านเขียนตัวอักษรไทยไม่ได้คล่อง เมื่อเรียนจนถึงวันนี้สายฝนอ่านนิทานเองได้แล้ว(ถ้าอยากอ่านและไม่มีคำยากๆที่ไม่ค่อยได้เจอ)แม้จะไม่ค่อยเร็วนัก เรามาดูเรื่องเลขกันบ้างครับ ตอนที่เพิ่งเริ่มเรียนสายฝนยังนับเลขต่อจาก59เป็น70(ยกตัวอย่างครับ)..วันนี้สายฝนบวกลบได้เกือบดีแล้วและกำลังจะทำความเข้าใจกับการคูณแบบง่ายๆ ผมว่าก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นก้าวเดินของการเรียนรู้ที่น่าจะพอใจได้นะครับ ส่วนในด้านการพัฒนาของสมองซีกขวา ผมคงไม่ต้องหาตัวอย่างมายืนยันเพิ่มเติม มีอยู่เป็นภาพประกอบในเว็บนี้แล้วครับ ความก้าวหน้าที่เห็นอีกขั้นหนึ่งเมื่อเร็วๆนี้สายฝนเพิ่งจะพัฒนาตัวการ์ตูนของเค้าให้แสดงท่าทางได้หลากหลายแบบขึ้น สองสามวันถัดมาเค้าก็เขียนเป็นการ์ตูนต่อเนื่องและทำเป็นเล่มขึ้นมา และใช้วิชาภาษาไทยเขียนคำบรรยายของเค้าเอง ตอนที่ผมกำลังพิมพ์อยู่นี่ก็ได้ยินสายฝนถามแม่ของเค้าว่า "กำลัง"ใช้ตัวลอลิงหรือรอเรือ สายฝนกำลังเรียนรู้โดยผ่านการเล่นครับ


ผมว่าการเล่นที่หลากหลายและสอดแทรกการเรียนรู้ไปด้วยนี่แหละครับที่สามารถทำให้เด็กๆค้นหาตัวตนที่เค้าอยากเป็นได้ในที่สุด ดูอย่างนักพัฒนาโปรแกรมคนนั้นสิครับตัวตนที่เค้าเป็นในปัจจุบันก็เริ่มมาจากการเล่นที่เป็นการเรียนรู้แฝงอยู่ด้วย คำถามที่น่าคิดก็คือเรามีเด็กที่เล่น(เกม)คอมอยู่มากมายแล้วทำไมผลจากการเล่นจึงได้คนที่มีคุณภาพอยู่น้อยมาก อีกคำถามนึงก็คือถ้านักพัฒนาโปรแกรมคนนั้นไม่ได้รับการสนับสนุนให้ได้รู้จักเล่นคอมฯวันนี้เค้าจะมีอนาคตที่ก้าวหน้าเช่นนี้หรือไม่


กิจกรรมที่ให้ความเพลิดเพลิน(การเล่น)บางอย่างของเด็ก บางอย่างก็เป็นเรื่องสามัญที่ทำกันอยู่เป็นกิจวัตร บางอย่างก็เป็นเรื่องไร้สาระเสียเวลาเล่าเรียนในสายตาของผู้ใหญ่ วันนี้เราต้องช่วยเค้าทำให้การเล่นเหล่านั้นได้เปลี่ยนเป็นการเรียนรู้อย่างสนุกสนานครับ

(ภาพด้านบนเป็นตัวอย่างที่สายฝนเล่นตัดชุดให้ตุ๊กตาของเค้าจากเศษผ้าที่มี หลังจากที่ได้ดูรายการทีวีแชมป์เปี่ยนในการค้นหาช่างดัดแปลงเสื้อผ้าจากเสื้อผ้าเก่า อยากให้สังเกตุตรงคอเสื้อครับ ตรงนี้บอกเราได้ว่าเค้ามีการวางแผนเลือกใช้ตะเข็บและชายผ้าให้เป็นประโยชน์ ถ้าสายฝนไม่ได้ดูรายการทีวีที่ดีแบบนี้ สายฝนคงจะเล่นอะไรแบบเดิมๆ ขาดโอกาสการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆไปอย่างน่าเสียดาย ตรงนี้น่าจะตอบคำถามที่ว่าเด็กในโรงเรียนจะใช้วิธีการเรียนแบบบ้านเรียนอย่างไรได้บ้างนะครับ)