..............ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กปฐมวัยที่ดีมากอยู่เล่มหนึ่งเสียดายที่จำชื่อหนังสือและชื่อผู้แต่ง ไม่ได้แล้ว มีอยู่บทหนึ่งผู้แต่งได้บอกว่า ให้ลองสังเกตุเด็กเล็กๆดู เด็กจะพูดได้เร็วกว่าเด็กคนอื่นถ้าผู้ที่เลี้ยงดูเขา หมั่นที่จะพูดกับเขาอยู่สม่ำเสมอถึงแม้เขาจะยังพูดไม่ได้ก็ตาม
..............จากความรู้ที่ได้ ผมและภรรยาได้ลองทำตามคำแนะนำดังกล่าว ผลที่ได้แม้ว่าสายฝนจะไม่ได้แสดงความ สามารถในการพูดที่เร็วก่อนวัย แต่เราก็ยังคงให้ความสนใจกับการพูดคุย,เล่นด้วย,อ่านนิทานให้สายฝนฟัง น่าแปลกนะครับ ตอนที่สายฝนอายุได้สามขวบเค้าก็มีแววเป็นเด็กช่างพูดช่างถามเกินวัย ดูเหมือนว่าทักษะ การฟัง และพูดที่สั่งสมมาแต่เด็กได้แสดงออกมาแล้ว
...............ที่น่าสังเกตุอยู่นิดนึงคือ ตอนที่สายฝนอายุได้สามขวบนั้น สายฝนยังไม่ได้เข้าโรงเรียนอนุบาล ครอบครัว ของเราใช้วิธีเตรียมความพร้อมให้สายฝนอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าเวลาไหนที่สายฝนต้องการคุย ก็จะมีพ่อ-แม่ที่พร้อม จะคุยกับเค้าด้วย และเวลาไหนที่สายฝนเกิดสงสัยอะไรก็จะมีพ่อ-แม่คอยตอบข้อสงสัยให้ เป็นไปได้หรือไม่ครับว่า ถ้าในช่วงวัยที่เด็กกระหายที่จะเรียนรู้ในเรื่องใด แล้วเราสามารถส่งเสริมกระบวนการให้เกิดการเรียนรู้ในสิ่งนั้นได้ ก็จะเป็นการกระตุ้นให้เกิดพัฒนาการเรียนรู้ให้มีมากขึ้น ตรงกันข้ามถ้าเราละเลยความอยากรู้ของเด็กเหล่านั้น ในที่ สุดแล้วความอยากรู้ของเด็กจะเลือนหายไป ทักษะความสามารถที่อาจเป็นความโดดเด่นของเด็กคนนั้นก็จะถูก ละเลยไปอย่างน่าเสียดาย
...............หลังจากที่สายฝนอายุครบสี่ขวบแล้ว สายฝนก็เข้าโรงเรียนอนุบาลเพื่อที่จะได้ลองสัมผัสสังคมอีกสังคม หนึ่งนอกบ้าน ด้วยความเข้าใจว่าทักษะการพูดและฟังของสายฝนเป็นสิ่งสำคัญที่ควรให้การส่งเสริมนอกเหนือจาก การเรียนรู้ที่โรงเรียน ดังนั้นเมื่ออยู่ที่บ้านผมก็พยายามให้เวลากับการสนทนากับสายฝนอยู่เสมอเวลาที่ดีที่สุดที่จะฝึกการพูด,การเล่าเรื่อง, การบอกเล่าแสดงความรู้สึกของสายฝนก็คือเวลาก่อนเข้านอน ผมจะให้เวลากับสายฝนที่จะเล่นบทบาทสมมุติ(เช่นเป็นหมอกับคนไข้,เล่นละคร)ด้วยกันและปิดท้ายด้วยการ ให้สายฝนเล่าถึงสิ่งที่สายฝนทำที่โรงเรียนในวันนั้น
...............ทุกวันนี้สายฝนก็ยังเป็นเด็กร่าเริงช่างพูดช่างคุยเหมือนเดิม ขณะที่ผมกำลังพิมพ์ข้อความอยู่นี่ ผมก็ยังได้ ยินเสียงแจ้วๆของสายฝนที่คุย(อยู่เกือบฝ่ายเดียว)กับปู่อยู่บนบ้าน คุณว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของนิสัยที่ติดมาก่อนเกิดหรือเป็นเรื่องของ นิสัยที่ได้จากการกระทำอย่างต่อเนื่องครับ
...............การที่สายฝนเรียนแบบบ้านเรียนที่บ้าน ทำให้ผมสามารถสังเกตการพัฒนาในการเรียน ความสนใจ หรือไม่สนใจในสิ่งใดเป็นพิเศษและสามารถกระตุ้นความสนใจอันนั้นและต่อยอดความรู้ ในเวลาและปริมาณที่ พอเหมาะพอดีได้ตลอดเวลา ลองสังเกตดูนะครับว่าลูกของคุณกำลังให้ความสนใจกับอะไรอยู่ในตอนนี้ และทำอย่างไรให้ ความสนใจ นั้นเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์หรือเชื่อมโยงกับองค์ความรู้อื่นๆได้