The Rainbow LOVER

 

vol11

***************************

เมื่อจุนโนะออกมาจากห้องน้ำ เขาก็เห็นคาเมะนั่งพับเพียบอยู่ข้างผนังที่เดิม เนื้อตัวเปียกปอนนั้นทำให้พื้นเสื่อชื้นกระจายเป็นวงกว้าง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมองจุนโนะ หน้าแดงระเรื่อแทบจะปิดไม่มิด
“ไปอาบน้ำซิ ฉันจะให้คนหาชุดใหม่มาให้เราเปลี่ยน” จุนโนะบอก
“อือ......ห้องนั้นเงียบไปแล้วล่ะ” คาเมะรายงาน ทำเอาจุนโนะอดหัวเราะไม่ได้ นี่คงจะแอบดูทุกขั้นตอนเลยล่ะซิเนี่ย
“ตัวนายร้อนนะ” จุนโนะสัมผัสท่อนแขนที่ควรจะเย็นของคาเมะแล้วแซว ก็เนื้อตัวร้อนผ่าว รวมทั้งหน้าตาที่บ่มแดงนั่นก็อีก
“ไป...อาบน้ำไป ถ้าอยากทำอย่างห้องข้างๆ เดี๋ยวจะสอนให้เอามั้ย?”
“บ้าเด่ะ...อย่ามาแตะตัวฉันแบบนั้นนะ” คาเมะทำปากยื่น เงื้อหมัดเข้าใส่ แต่พอจุนโนะสืบเท้าเข้าหา คาเมะก็รีบงุดตัววิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำไปแล้ว

....................

จุนโนะได้ยินเสียงประตูเลื่อนเปิดจากห้องข้างๆ เขาจึงออกมาจากห้องพักบ้าง
สองพ่อลูกออกมายืนเผชิญหน้ากันนอกห้องตรงระเบียงด้านนอก มองออกไปเห็นสวนเขียวขจี คนเป็นพ่อเลิกคิ้วขึ้นสูงมองลูกชายไม่วางตา
“อ้าว.....นึกว่าออกไปข้างนอกเสียอีก”
“แล้วไง เห็นแล้วตกใจหรือเปล่า...นี่พ่อพาใครมาฟัดกันที่นี่ล่ะครับ?” จุนโนะพูดเสียงยียวน
พ่อไม่ตอบได้แต่หัวเราะหึๆ ซิการ์ราคาแพงกลิ่นหอมอ่อนๆ ถูกจรดสู่ริมฝีปากหยัก ผู้สูงวัยกว่าปรายตามองลูกชาย แล้วถามขึ้น
“ว่าแต่จุนโนะเหอะ...พวกนั้นบอกว่า พาหนุ่มน้อยที่ไหนมาด้วย แฟนหรือเปล่า?”
“เห?.....ใครเค้าจะเหมือนตัวเองล่ะ ...ผมไม่เหมือนพ่อหรอกน่า”
“งั้นเหรอ? เพื่อนซินะ?” คำถามนี้ของพ่อจี้ใจจุนโนะอย่างแรง

...คาเมะเป็นแค่เพื่อนเหรอ? ....

ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ เพราะอยู่ใกล้เจ้าหมอนี่มากขึ้นเท่าไร หัวใจก็ชักจะปรวนแปรซะทุกที ตอนนี้ถ้าให้ปล้ำคาเมะได้เขาก็คงไม่ขัดข้อง
แต่พ่อจะหัวเราะเยาะเอาน่ะซิ ก็ว่าพ่อเอาไว้ซะเยอะ
จุนโนะกอดอกขณะมองพ่อตัวเอง
“ฮื่อ....แค่พี่ชายของแฟน ไม่ใช่คู่รักซะหน่อย” จุนโนะยักไหล่ ได้ยินเสียงพ่อหัวเราะหึๆ
“แล้วมีเหตุผลอะไรที่เอาพี่ของแฟนมาค้างด้วย” พ่อถาม?
“โฮ้ย.....ใครว่าค้าง พามาถ่ายรูปเท่านั้นแหล่ะ เดี๋ยวก็พาไปส่งบ้านแล้ว พ่อไม่ต้องห่วงหรอกน่า ผมไม่เหมือน.......”
“.....ไม่เหมือนพ่อ.....” คนสูงวัยต่อประโยคที่ลูกชายสุดสวาทชอบพูดเป็นประจำให้
“เงินหมดหรือยัง?” พ่อเปลี่ยนเรื่องคุย ซึ่งจุนโนะเองก็ค่อยโล่งใจขึ้นมา ชายหนุ่มส่ายหน้า
“หมดแล้วจะไปเอา” จุนโนะว่าแล้วก็เงียบ เมื่อเห็นว่าคู่ขาของพ่อออกมายืนเมียงมองอยู่หน้าประตู
“ลูกชายน่ะ” เสียงพ่อบอกชายคนนั้น
จุนโนะก้มหัวให้ ทำให้ชายแปลกหน้าคนนั้นรีบก้มหัวตอบ
“ไปก่อนนะ ยังไงก็พาพี่ของแฟนไปส่งบ้านอย่างปลอดภัยล่ะ อย่าซิ่งให้มากนัก พ่อไม่อยากผลิตลูกใหม่โว้ย...” คนเป็นพ่อตบบ่าจุนโนะแรงๆ ก่อนที่จะหายลับเข้าห้องส่วนตัวไป

****************

“จะพาไปส่งบ้านฉันเหรอ?” คาเมะอุทานออกมาเสียงแหลม เมื่อได้ยินจุนโนะบอกว่าจะพาคาเมะไปส่งให้ที่บ้านคาเมนาชิในตอนนี้
“ยัง...ยังไม่ครบอาทิตย์หนึ่งเลย” คาเมะเริ่มทำเสียงอ่อย
“อือ.....ไม่จำเป็นต้องให้ครบนี่”
“แล้ว....ไม่ค้างนี่เหรอคืนนี้ง่ะ?”
“ไม่.....จะพานายไปส่งบ้านไง ก่อนครบกำหนด ไม่อยากกลับหรือไง หรืออยากจะโดนฉันปล้ำอยู่นี่” จุนโนะถาม หมายความตามนั้นจริงๆ
“ฮึ....ฉันได้ยินแล้วล่ะ ที่นายพูดกับพ่อของนายน่ะ......ฉันมันแค่พี่แฟนนี่นะ จะอยากค้างด้วยทำไม?”
“เอ๋?? ทำเสียงแบบนี้ กำลังน้อยใจอยู่หรือเปล่าเอ่ย?” จุนโนะถาม
“เปล่านี่....เรื่องอะไรจะไปน้อยใจ เป็นไรกันง่ะ? ดีเหมือนกันจะได้กลับบ้านแล้ว ดีใจชะมัดเลย โคตรดีใจเลย ไม่อยากเห็นหน้านายอีกต่อไปแล้วด้วย” คาเมะว่า พลางจะเดินไปเก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่ตากไว้ในห้องน้ำ แต่ว่าเอวบางกลับถูกอ้อมแขนแกร่งของจุนโนะกระชากเอาไว้
“อ๊ะ??”
“อยากไปมากใช่มั้ย?” เสียงจุนโนะแหบพร่าถามขึ้นข้างหู
“ก็นายจะไปส่งฉันนี่ ฉันไม่ได้เสนอเองซะหน่อย ฉันน่ะรักษาสัญญานะ ว่าจะอยู่เป็นสัตว์เลี้ยงแก้เหงาให้นายหนึ่งอาทิตย์ นายจะให้ฉันเป็นอะไรก็เป็นให้แล้วไง แต่นี่อยากเสนอจะไปส่งฉันที่บ้านเอง ฉันก็ตามใจง่ะนะ จะเอายังไงกับฉันอีก”
“แล้วนายอยากไปจริงๆ มั้ยล่ะ?”
“ก็............” คาเมะก้มหน้างุด ใจสั่นระรัวเมื่อรู้สึกว่าจุนโนะกระชับอ้อมแขนแน่นเข้า ร่างบางไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมอง เพราะรู้ว่าถ้าเงยขึ้นมา ต้องถูกอีกฝ่ายเอาเปรียบแน่ๆ เพราะตอนนี้จากหางตา เขาเห็นริมฝีปากของจุนโนะลอยต่ำเข้ามาแล้ว
“อือ......”
“คาเมะ.......??” เสียงจุนโนะใกล้เข้ามาแล้ว ถ้าคาเมะเพียงแต่จะเงยหน้าขึ้น ก็จะพบกับ......ริมฝีปากเซ็กซี่คู่นั้นแล้ว
“อืมมม.....”
“คาเมะ.....อยากไปจากฉันจริงๆ หรือ?”
“ก็นายเป็นคนพูดเองว่าจะพาฉันไปส่งบ้าน”
“แล้วอยากไปหรือเปล่าล่ะ?”
“อืมมม....เอ่อ.....มะ....”
คาเมะเงยหน้าขึ้นเพื่อจะตอบ แต่ว่าริมฝีปากของเขากลับถูกจุนโนะจูบประทับแนบแน่นซะแล้ว

เต่าน้อยตัวสั่น นึกอยากจะให้ร่างกายของตัวเองมีกระดองจริงๆ จะได้มุดความอายไปอยู่ในนั้น แต่ว่าลำตัวของเขานั้นน่ะคงจะนุ่มนิ่มเพราะจุนโนะจิกนิ้วที่บั้นเอวของเขาจนตัวแอ่น มาแนบกับอกกว้าง
ริมฝีปากที่เจ่อแดงระเรื่อถูกดูดกลืนหายเข้าไปในริมฝีปากของจุนโนะ ถ้อยคำที่อยากจะเอื้อนเอ่ยดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์
“อืมมม......”
จุนโนะสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่ม สัมผัสถึงลิ้นชุ่มชื้นและอุ่นลึก เขาจูบลมหายใจของคาเมะจนหมดสิ้น แนบชิดสนิทสนมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ฝ่ามือรั้งเอวของร่างบางให้แนบแน่น เนื้อตัวเบียดเสียดจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
มือเรียวขาวของร่างเล็กสอดเข้าใต้ท้ายทอยของจุนโนะ เพื่อจะรั้งให้ใบหน้าแนบชิดเป็นเสมือนรอยประทับแบบเดียวกับริมฝีปากที่ยังแนบสนิท

........ภาพภายในห้องข้างๆ ที่คาเมะแอบดูเมื่อครู่ ลอยวนเข้ามาในห้วงความคิด ...ความรู้สึกแบบนั้นคงจะเหมือนกับที่เขากำลังจะได้รับในขณะนี้ใช่มั้ย?.....

เท้าสองข้างแทบจะลอยพ้นพื้น คาเมะไม่รู้สึกตัวเองเลยว่า ร่างกายของตัวเองเหมือนปุยนุ่นตั้งแต่เมื่อไร มาสัมผัสได้ถึงฟูกอันอ่อนนุ่มใต้แผ่นหลัง ...และท่อนแขนที่รับร่างของเขาเอาไว้ ในขณะที่ลำตัวของจุนโนะแนบประทับลงมา

ริมฝีปากอ่อนนุ่มถูกละออก เมื่อฝ่ายร่างสูงก้มลงดูดไซร้กับซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นสบู่ คาเมะบิดตัวเร่าๆ เมื่อฝ่ามือของจุนโนะลูบไล้สอดเข้าไปใต้เสื้อคลุมสีขาว กุมแนบสนิทเหนือหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ นิ้วเรียวเคล้าคลึงยอดอกจนแข็งเป็นไต ชายหนุ่มลากปลายนิ้วต่ำลงเรื่อยๆ เมื่อพบกับสายรัดเสื้อคลุมที่ขวางกั้นเรือนกายท่อนล่างอยู่ จุนโนะก็กระตุกทีเดียวมันก็หลุดออก เผยให้เห็นถึงเรือนกายสวยงามของหนุ่มน้อยใต้ร่าง
“อืมมม.....คาเมะ......” จุนโนะกระซิบเสียงแหบพร่า พร่างพรมจุมพิตลงมาอีกเหนือเนินหัวใจและทำท่าจะไซร้ต่ำลงไปเรื่อยๆ โดยมีมือของคาเมะซุกอยู่ในเรือนผมของเขา...แบบว่าไม่มีการผลักไสเลยล่ะ
“จ...จุนโนะ.....อื้อ....” คาเมะคราง เมื่อมือแข็งแรงกุมแนบชิดกับส่วนอ่อนไหวกลางลำตัว
“อ๊ะ.....เราจะ...จะทำ...แบบคนในห้องนั้นเหรอ?” คาเมะถามเสียงกระท่อนกระแท่น
“ถามทำไม?” จุนโนะถามชิดขอบปาก
“ถ้าทำ จะได้ยอม...” คาเมะพูดซื่อ เพราะอารมณ์พาไป คิดไปอย่างที่ใจคิด ซึ่งเป็นนิสัยที่แก้ไม่หาย และนั่นมันก็ทำให้คนฟังยิ่งเพิ่มความหลงใหลในตัวเต่าน้อยคนนี้ขึ้นอีก
“นายอยากรู้ใช่มั้ยว่ามันจะเป็นอย่างไร?” จุนโนะถาม คาเมะพยักหน้าด้วยสีหน้าแดงซ่าน มือบางยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าของจุนโนะแผ่วเบา
“นายรักฉันใช่มั้ย จุนโนะ?” คาเมะถามเสียงต่ำ ดวงตาหรี่ปรือบอกความรัญจวนเต็มที่เมื่อยังได้รับเอาความรู้สึกปะทุไหวหวั่นที่ร่างกายท่อนล่าง
จุนโนะไม่ตอบได้แต่ซุกหน้ากับทรวงอกแบนราบ มือก็ยังทำหน้าที่ให้ความสุขกับคาเมะอยู่เช่นเดิม

คาเมะสะดุ้งสุดตัวเมื่อความรู้สึกรุนแรงเข้ามาปะทะความอ่อนไหว คำถามถูกลืมเลือน และแม้จะไม่ได้รับคำตอบจากจุนโนะ เขาก็คงไม่สนใจ นอกจากการปลดปล่อยอันแสนหวานเต็มอุ้งมือของจุนโนะ
“อา...า....า....า...” คาเมะหอบหายใจสะท้านอยู่กับอกแกร่ง มือไขว่คว้าร่างสูงมากอดเอาไว้
“ฉัน......ฉัน....ชะ....ชอบ...อื้อ.....” พูดไม่จบ ริมฝีปากถูกปิดแนบสนิท คาเมะกลืนคำนั้นลงคอ ดูเหมือนจุนโนะจะไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดเสียแล้ว
เมื่อจูบจนหนำใจแล้ว จุนโนะก็ถอนริมฝีปากออก มองร่างสั่นสะท้านของคาเมะนิ่งนาน

...............................

“ใส่เสื้อผ้าซะ เราจะกลับบ้านนายกัน” จุนโนะพูดขึ้น หลังจากที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่ง มองร่างระทดระทวยของคาเมะ แม้ว่าจะไม่มีอะไรจนถึงขั้นลึกซึ้ง แต่มันก็ทำให้คาเมะสุขจนเรือนกายสะท้าน
คาเมะลุกขึ้นนั่ง รู้สึกอยากลาตาย ณ ตรงนั้น นี่จุนโนะไม่ได้ทำอะไรมากกว่านี้ ...
และคำพูดนั้น ดูเหมือนจะไร้เยื่อใยโดยสิ้นเชิง

มันไม่มีความหมายอะไรเลยใช่มั้ย...
แค่จับๆ จูบๆ ลูบคลำแล้วก็แค่นั้น ให้เขารู้สึกหวั่นไหวไปเพียงคนเดียว ส่วนตัวร่างสูงเองก็ลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าที่ทางวิลเลจเตรียมเอาไว้ให้หน้าตาเฉยเลย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นแหล่ะ
“ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ” คาเมะอดพูดด้วยความน้อยใจไม่ได้
“ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ น่ะซิ นอกจากให้ความสุขแก่นาย”
“ความสุขเหรอ? อะไรคือความสุข” คาเมะถามกลับ
“ก็เห็นครางหงิงๆ แบบนั้นไม่เรียกว่าสุขหรือไง?” จุนโนะพูดน้ำเสียงที่ฟังดูราบเรียบ แต่จริงๆ แล้วมันแฝงความอดกลั้นไว้มากมายพอดู
“ฉันว่าแล้ว...ว่านายต้องพูดทำนองนี้ นายน่ะมันคนเย็นชาชะมัดเลย” คาเมะทำหน้ามุ่ยและลุกขึ้นแต่งตัวอย่างกระแทกกระทั้น

***********************

คาเมะซ้อนมอเตอร์ไซค์แนบหลังจุนโนะออกไปจากวิลเลจ เขาแนบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง ความรู้สึกอ่อนไหวเมื่อสักครู่ตรึงตราในจิตใจเหลือเกิน นี่จุนโนะยังไม่ได้บอกเลยว่ารู้สึกกับเขาอย่างไร.....นอกจากความเย็นชาที่คาเมะคิดว่า มันเพิ่งจะเกิดขึ้นเพราะจุนโนะต้องการสร้างมันขึ้นมาให้เป็นเกราะป้องกันความรู้สึกของตัวเองมากกว่า
....ชอบหรือไม่ชอบ ...
....รักหรือไม่รัก....
ก็ไม่ยอมบอก...หรือว่าอารมณ์พาไป
.....จริงด้วยซิ...ก็เจ้าหมอนี่มันเป็นแฟนน้องสาวนี่หว่า คงจะเห็นพี่ชายแฟนเป็นแค่ของเล่นเท่านั้นเอง

....แต่ว่า บทบาทเมื่อตะกี้นี้มันช่างสมกับชวนให้มอบกายถวายใจให้เลยจริงๆ พับผ่าซิ

...อ๊ะ...ไม่ได้นะคาเมะ นี่นายจะหลงรักเจ้าหมอนี่ไม่ได้เด็ดขาด

“ไอ้ตัวอันตราย...” คาเมะพึมพำออกมา ก่อนที่จะแนบหน้าซบกับแผ่นหลังนั้นต่อ หลับตานิ่งนาน...

จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านของเขา....บ้านคาเมนาชินั่นแหล่ะ
จุนโนะมาส่งที่บ้านของเขาจริงๆ ด้วย ไม่ได้กลับไปที่คอนโดฯ จุนโนะอีกเลย

“ลาก่อนนะ คาเมะ...เอาไว้ว่างๆ จะมาหาน้องสาวของนายได้มั้ย?” เสียงจุนโนะกลับมายียวนอีกครั้ง
คาเมะเผลอกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ
มาหาน้องสาวเรอะ....
...ใช่สิ...ความสัมพันธ์ของเขากับจุนโนะคงจะหมดหวานกันก็วันนี้เองซินะ
“อือ....” คาเมะรับคำ ก่อนที่จะหันหลังเดินเข้าบ้าน เขาก็ต้องหยุดเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อจากทางด้านหลัง
“คาเมะ...”
“อะไร?”
“เรื่องจูบเมื่อกี้นี้น่ะ...ฉันชอบมันจริงๆ นะ” จุนโนะว่า
“แล้วนายจูบฉันอย่างเดียวซะเมื่อไร ...นายจับไอ้นั่น.......เอ้อ....นายทำมากกว่าจูบอีก ทำไมนายไม่พูดว่าชอบมั่งล่ะ”
“หึ...หึ...ฉันก็อยากให้นายมีความสุขแบบห้องข้างๆ บ้าง มากกว่าจะพูดว่า..ชอบ...” จุนโนะพูดหน้าตาเฉย จนคนฟังหมั่นไส้ เดินฉับๆ มาหา แถมยังกระแทกหมัดใส่ทรวงอกของชายหนุ่มดังปึก เล่นเอาจุนโนะแทบกระอัก
“หมายความที่นายทำฉันแบบนั้นน่ะ นายไม่รู้สึกอะไรเลยใช่มั้ย ...ไอ้บ้า....นายนี่มันเลวสุดๆ ไปเลย ฉันอยากอัดหน้านายให้แหกจริงๆ” คาเมะเงื้อกำปั้นหรา ในขณะที่กำลังจะกระแทกหน้าจุนโนะนั้น ประตูบ้านก็เปิดออก พร้อมกับเสียงสาวน้อยคนหนึ่งตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
“พี่คาเมะ....”
“ยูกิเอะ.....” จุนโนะเรียกชื่อนั้น.... ส่วนคาเมะก็เงื้อหมัดค้างเติ่งเอาไว้แบบนั้น จนน้องสาวสุดเปรี้ยววิ่งเหยาะๆ เข้ามาหานั่นแหล่ะ มือที่กำหมัดอยู่จึงลดลง กดเอาไว้แนบตัว
“โหย.....นี่มีเรื่องอะไรกับแฟนฉันหรือไง ถึงจะต่อยกันน่ะ” ยูกิเอะว่า แล้วตรงรี่กอดเอวจุนโนะทันที ชนิดที่พี่ชายคงไม่กล้าเหลือบตาขึ้นมอง
“ไม่มีอะไรหรอก...พี่เธอคงหมั่นไส้ฉันละมัง” จุนโนะตอบ แล้วยิ้มตาหยีให้แฟนสาว
“แล้วนี่มาด้วยกันเหรอ?” ยูกิเอะถาม
“เปล่าหรอก ...เห็นเขาเดินอยู่หน้าปากซอยก็เลยให้ซ้อนรถมาด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าจะต่อยฉันเป็นการตอบแทน” จุนโนะโกหกเห็นๆ
เล่นเอาคาเมะอึ้ง นี่คงจะเกรงใจน้องสาวของเขาล่ะซิใช่มั้ยถึงไม่ได้บอกออกมาตรงๆ
นึกอยากจะบอกแม่น้องสาวตัวดีตามความเป็นจริง ดูซิว่าถ้ารู้เรื่องแท้จริงแล้ว ยังจะคบกับเจ้าหมอนี่อีกมั้ย
แต่สิ่งที่คาเมะทำก็คือ หันหลังแล้วเดินชนิดไม่เหลียวหลังจากไป

จุนโนะมองตามแผ่นหลังที่ตั้งตรงเข้าบ้านไปนั่นแล้วก็แอบถอนหายใจเฮือก....หันกลับมามองสาวน้อยหน้าสวยตรงหน้า ยูกิเอะยิ้มให้อย่างร่าเริง เธอขยับเข้าใกล้ชายหนุ่ม เขย่งขึ้นจูบปลายคางเขาแรงๆ แล้วบอกว่า
“จุนโนะหายเงียบไปเลย ไม่ยอมโทรฯ มาหาด้วยนะ เมื่อคืนน่ะ”
“ก็เธอไปกับเขา” จุนโนะเอ่ยเสียงเครียด ผิดกับเมื่อกี้
“โทมะง่ะเหรอ?”
“ค้างกันด้วยล่ะซิ ใช่มั้ย?” จุนโนะชี้ไปที่รอยแดงเป็นปื้นที่ซอกคอ ซึ่งยูกิเอะก็หน้าแดงก่ำ รู้ดีทีเดียวว่าเป็นร่องรอยอะไร ก็ไม่คิดว่าจะเจอจุนโนะในวันนี้ เธอจึงไม่ได้ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดเท่าใดนัก
“ก็..แหะ..แหะ...รอยคิสมาร์ก” สาวน้อยได้แต่ก้มหน้านิ่ง
“รู้แล้ว!! ฉันรู้จัก...สงสัยว่าเราสองคนคงมีเรื่องต้องพูดกันอีกยาวเลยละมัง” จุนโนะตบที่เบาะท้าย เป็นความหมายให้ยูกิเอะปีนขึ้นไปนั่ง สาวน้อยมองเข้าไปในบ้าน เห็นพี่ชายยืนมองอยู่ด้านในของหน้าต่าง เธอก็พยักหน้าและโบกมือให้คาเมะเป็นทำนองว่า จะไปข้างนอกกับจุนโนะ และไม่รอฟังคำตอบ เธอก็ซ้อนท้ายจุนโนะออกไปด้วยทันที

**************************

คาเมะผละจากหน้าต่างห้องนั่งเล่น แหงนหน้าเป่าปากอย่างละเหี่ยใจ
ทำไมนะ เวลาที่เห็นจุนโนะพายูกิเอะซ้อนรถมอเตอร์ไซค์จากไป เขาถึงได้ปวดหนึบที่หัวใจแบบนี้นะ

....หรือว่า..เขาคงจะตกหลุมรักจุนโนะจริงๆ อย่างที่เจ้าหมอนั่นบอก....

“โอย...ตายแน่ฉัน..” คาเมะหน้ามุ่ย เดินลากขาขึ้นไปยังห้องของตัวเอง
ไม่อยู่บ้านเสียห้าหกวัน ทุกอย่างยังวางเป็นที่เป็นทางเหมือนเดิม มีแต่เจ้าของห้องเท่านั้นที่กลับมาอยู่ด้วยหัวใจที่แปลกไปจากเดิม
“ไม่น่ารนหาที่เล้ยเรา” ร่างเล็กนอนคว่ำหน้าบนเตียง นึกทบทวนเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ไปบ้านงานเลี้ยงของทักกี้ โดนจุนโนะซิวตัวไปอยู่ด้วย เป็นเต่า เป็นแมว เป็นเด็กสามขวบ จนกระทั่งที่ทะเลาะกันและหนีออกมาจากคอนโดฯ ใครจะไปคิดล่ะว่า เขาจะไม่ได้กลับไปอยู่ที่คอนโดฯ สุดหรูของจุนโนะอีก

จะว่าไป ถ้าตอนนี้ให้เขาโดนกักขังแบบนั้นอีกก็คงจะยอม...เพราะหัวใจมันสั่งให้ทำตามที่ร่างสูงบ้าบอคนนั้นบอกทุกอย่างไปแล้วนี่ ....

แล้วนี่จุนโนะซิวตัวน้องของเขาไปไหน ...ไปค้างคืนหรือเปล่า
เรื่องพิศวาสเมื่อกลางวันระหว่างเขากับจุนโนะ จะทำให้ร่างสูงอารมณ์ค้าง ถึงกับพายูกิเอะออกไปปล่อยอารมณ์หรือเปล่านะ ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวใจ
“เฮ้อ....จะตัดใจได้มั้ยน้า.....” คาเมะใช้หมอนปิดหน้าตัวเอง อยากจะร้องไห้จริงๆ
นี่เขาคงจะกลับมาสู่สภาพเดิมแล้วซินะ ต้องเล่นบทพี่ชายหวงน้องสาวต่อไป
ทั้งๆ ที่ เกือบจะมีอะไรกับแฟนของน้องสาวไปแล้ว......
แล้วนี่จุนโนะจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร.....จะมองหน้ากันได้สนิทเหรอ? ถ้าหากวันหนึ่งวันใดที่จุนโนะเข้ามาเป็นเขยของที่นี่อย่างเต็มตัว
......แต่หมอนั่นคงไม่แคร์อะไรหรอกมั้ง...เย็นชาเหลือขนาดนี่น่ะ
......เห็นเขาเป็นของเล่นแก้ขัดแน่ๆ เลย......

***********************

ยามะพีกำลังจะปิดร้านในตอนค่ำ เขาใส่กุญแจประตูเหล็กเสร็จ ก็ได้ยินเสียงกระแอมไอจากทางเบื้องหลัง หนุ่มน้อยหันไปมอง ก็เห็นยูอิจิยืนเอามือไพล่หลัง ยิ้มแป้นให้เขาอยู่ก่อนแล้ว
“มาได้ไง?” ยามะพีเป็นฝ่ายถามขึ้นมาก่อน แต่ยูอิจิส่ายหน้า และแอบเอาช่อดอกไม้ช่อขนาดกลางออกมาจากด้านหลัง
“อ่ะ...นี่สำหรับซุปที่แสนอร่อยเมื่อกลางวัน”
“เอาดอกไม้มาให้ฉัน บ้าเป๊า?...ฉันเป็นผู้ชายนะ ดูผิดเพศหรือเปล่า หรือว่านายเป็นเกย์” ยามะพีทำปากยื่นใส่ช่อดอกลิลลี่สีชมพูที่ลอยอยู่ตรงหน้า แต่ไม่ได้เอื้อมไปหยิบแต่อย่างใด
“เมื่อก่อนไม่อยากเป็น และไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้เป็น แต่เมื่อมาเจอนาย ฉันก็อยากเป็นนะ”
“บ้าเด่ะ...” ยามะพีปัดดอกไม้ออกไปให้พ้นทาง เขาควงกุญแจรถในมือ เดินไปที่มอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ข้างร้านในตรอก แต่ยูอิจิก็ยังทู่ซี้จะยื่นช่อดอกไม้ให้เขาจนได้
“นี่นายยูอิจิ อย่าเอาของพรรค์นี้มาให้ฉันได้มั้ย ฉันอายนะ”
“นายก็รับไปซะทีสิ แล้วก็นี่...เอารถมารับไปทานอาหารค่ำด้วย เดี๋ยวมาส่ง” ยูอิจิผายมือไปที่รถยนต์คันโก้ที่จอดอยู่เยื้องๆ กันในซอย ยามะพีส่ายหน้าแล้วก็ผลักไหล่ยูอิจินิดหนึ่งเพื่อเป็นการเปิดทางให้เขาขึ้นนั่งคร่อมรถของตัวเอง แต่ว่าแขนแกร่งของยูอิจิกลับสอดรั้งเอวของเขา ยกทีเดียว ยามะพีก็ลงมายืนบนพื้นถนนอีกครั้ง ยูอิจิยัดช่อลิลลี่ใส่มือพรวด และยามะพีก็วางมันลงบนอานรถมอเตอร์ไซค์อย่างไม่ใส่ใจนัก

ยูอิจิปรายตามอง นึกน้อยใจขึ้นมานิดๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ใส่ใจกับดอกไม้ที่เขาซื้อมาให้ เขาจึงฉวยแขนของยามะพีเอาไว้
“เอ๊ะ?” ร่างบางอ้าปากค้าง ขณะที่อีกฝ่ายดึงแขนของเขาให้เดินลิ่วๆ มาที่รถยนต์
“แหมนายนี่ เดินเหินไม่เหมือนคนเคยขาเดี้ยงมาก่อนเลยนะ” อดค่อนไม่ได้ ทำให้ยูอิจิตบขาตัวเอง
“ค่อยยังชั่วแล้ว แต่ยังเดินเร็วมากไม่ได้ ฉันแค่เดี้ยงไม่ใช่ขาหักน้า...ยามะจัง”
“เรียกแบบนั้นมันไม่สนิทเกินไปเรอะ?”
“ก็อยากจะสนิทด้วย”
“ฉันไม่อยากจะสนิทกับพวกของทักกี้” ยามะพีหยุดเดินเมื่อมาถึงรถของยูอิจิ ชายหนุ่มเปิดประตูให้เขา แต่ยามะพีตวัดดวงตากลมโตขึ้นมองหน้า
“ใครบอกว่าฉันจะไปกับนายหา?”
“อ้าว...ก็เห็นเดินมาด้วย ไม่มีขัดขืน”
“นายฉุดฉันมาไม่ใช่เหรอ?”
“เออ...จริงแฮะ...” ยูอิจิยิ้มกว้าง ตอนนี้เขาปล่อยแขนของยามะพีแล้วนี่ แล้วทำไมหนุ่มหน้าสวยคนนี้ถึงไม่เดินหนีไปล่ะ
“ไปทานข้าวกันนะ ให้ฉันเลี้ยงนายเป็นการตอบแทนได้มั้ย?”
“เอ้อ.....” ยามะพีอึกอัก เอาล่ะซิ ก็สายตาแน่วแน่เด็ดเดี่ยวคู่นี้แท้ๆ ทำให้เขายังไม่อาจปฏิเสธได้
“นะ....” ยูอิจิยังทำเสียงอ้อนวอน
“ก็...เดินมาถึงรถนายแล้วนี่นะ จะปฏิเสธก็เดี๋ยวจะหาว่าไม่มีน้ำใจ ..ไปก็ได้ฟะ” ว่าแล้วร่างบางก็มุดเข้าไปนั่งด้านข้างของคนขับ

ยูอิจิมัวแต่ยิ้มแก้มปริ ยืนเก้อเขินอยู่ตรงนั้น จนยามะพีต้องมุดหัวออกมามองอีกที
“อ้าว...จะยืนบื้ออะไรอีกล่ะ ไม่ไปหรือไง...”
“คร้าบบบ...” ยูอิจิกระวีกระวาดไปนั่งประจำที่คนขับ ก่อนออกรถ ได้ยินเสียงยามะพีสั่งการว่า
“หาร้านที่แพงๆ หน่อยนะ กระจอกๆ ข้างถนน ฉันไม่กิน...”
“คร้าบบบ...”

ยูอิจิใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะตระเวณหาที่กินได้ เพราะพอยูอิจิเลี้ยวรถเข้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง ยามะพีก็โวยลั่น
“โอย.....ไม่เอา...ไม่กินในโรงแรมนะ เสียภาพพจน์หมด”
“เป็นภัตตาคารในนั้นน่ะ”
“ไม่เอ๊า...ไปที่อื่น”
“ครับ ...ครับ...” ยูอิจิกลับรถแทบไม่ทัน

พอมาถึงภัตตาคารจีนที่ย่านไชน่าทาวน์ปั๊บ ยามะพีก็ถอนหายใจเฮือก
“ไม่ชอบกินอาหารจีน มันเลี่ยน”
“ครับ..ครับ...”
ทั้งสองตระเวณไปอีกจนถึงร้านเนื้อย่างที่มาจากโกเบ
“อืมมม..ดีนะ..ร้านนี้เขาเอาเนื้อมาจากโกเบ เขาให้วัวกินเบียร์สดด้วย เนื้อมันถึงนุ่มและแพงเป็นบ้าเลย”
“เออ.....ฉันจะกินเนื้อโกเบย่างที่นี่แหล่ะ” ยามะพีชี้มือที่ร้านนั้น

แต่ว่าคิวจองเข้าร้านยาวเหยียด จนท้องของสองหนุ่มร้องแล้วร้องอีก จนกระทั่ง
“หิวแล้วนะ...ไม่กินแล้ว ไปที่อื่นดีกว่า” ยามะพีโอดครวญ
“ครับ...ครับ...”

จนท้ายสุด ก็ยังตกลงกันไม่ได้ ขณะนั้นเป็นเวลาสามทุ่มแล้ว
“กินโคะรกเกะไม๊” ยูอิจิแกล้งชี้ไปที่ร้านเพิงข้างถนน ที่เป็นร้านขายหมูสับใส่หัวหอมผสมมันฝรั่งบด ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ลูกใหญ่ทีเดียว เขานึกว่ายามะพีจะโวยวายหาไอ้ที่แพงกว่านี้กินเสียอีก แต่ก็ผิดคาดเมื่อร่างบางพยักหน้างึกๆ
“นี่แหล่ะที่อยากกินจะแย่แล้ว”
“อ้าว!!”
“ฉันแกล้งนายเล่นน่ะ จะลองใจดูว่านายจะดั้นด้นหาร้านที่แพงๆ ให้ฉันหรือเปล่า แต่ความจริงแล้ว ฉันอยากกินโคะรกเกะมากกว่า ไปกันเหอะ...” ยามะพียิ้มให้ยูอิจิ
เป็นครั้งแรกละมังที่ยูอิจิเห็นหนุ่มน้อยคนนี้ยิ้มให้อย่างจริงใจ
รอยยิ้มนี้น่ะมันทั้งสวย ทั้งหวาน และน่ารักนักหนา
“กินให้หมดร้านเลยดีมั้ย...หอมชะมัดเลย” ว่าแล้วยูอิจิก็แตะข้อศอกยามะพีพาเดินเข้าเพิงร้านนั้นไปอย่างมีความสุข
..................

ขากลับ ยูอิจิพายามะพีกลับมาส่งที่ร้าน และเดินเป็นเพื่อนเอารถมอเตอร์ไซค์สีชมพู
“เอ๊ะ?” ยามะพีอุทานออกมาเมื่อถึงรถตัวเอง
“อะไรหรือ?” ยูอิจิถาม
“ก็ช่อดอกไม้ของนายน่ะซิ มันหายไปแล้ว”
“อ้าว.....!!”
ยามะพีชี้ไปที่อานรถ บัดนี้มันว่างเปล่า ไม่มีอะไรวางอยู่เลย ร่างบางเดินวนรอบรถเผื่อดอกไม้ช่อนั้นจะตกหล่นอยู่ แต่ก็ไม่พบอะไร
“ใครซิวไปฟะ?” บ่นอย่างหัวเสีย ทำเอายูอิจิหัวเราะออกมา
“ไหนว่าไม่อยากได้ไง”
“ก็ใช่ว่าจะอยากได้นี่หว่า แต่มันหายไปใช่มั้ย....เห็นมั้ยว่ามันมีขโมยอยู่แถวนี้ อะไรฟะ ไม่ใช่ของตัวเองซะหน่อยหยิบไปได้ไง ขโมยน่ะขโมยน่ะรู้จักเป๊า?” ยามะพีทำแก้มป่อง หน้างอหงิก
“แล้วจะซื้อให้ใหม่นะ”
“ไม่ได้อยากให้ซื้อใหม่นะ แต่ว่า....เอ้อ...มันเสียดายน่ะ”
“ชอบดอกอะไรล่ะ....?” ยูอิจิถาม
“บอกว่าไม่ต้องซื้อให้ไง...”
“แหม....ตัดรอนกันเสียจริง”
“....ดอกมอร์นิ่งกลอรี่” ยามะพีโพล่งออกมา
“หึ...หึ...” เสียงยูอิจิหัวเราะแบบกลั้นไม่อยู่ ....โอย.....ยามะจัง...

ยามะพีสตาร์ตรถกระหึ่ม เขาเร่งเครื่องจนเสียงดังก้องไปทั่วตรอก หมวกกันน็อคสีชมพูถูกบรรจงครอบลงบนศีรษะได้รูป ยูอิจิถอยหลังหลบทางให้สองสามก้าว ก่อนที่ยามะพีจะไป เขาก็บอกว่า
“ฉันว่านายเหมาะกับการขับรถคันนั้นมากกว่ามอเตอร์ไซค์นะ ยูอิจิ”
“งั้นหรือ?”
“อื้อ.....ไปล่ะ....” ยามะพีกำลังจะไป แต่ยูอิจิยกแขนขวางทางเอาไว้
“อะไรอีกล่ะ?”
“พรุ่งนี้จะรับไปกินเนื้อย่างโกเบเอามั้ย ฉันจะได้จองที่ล่วงหน้าเอาไว้ให้” ยูอิจิชวน แต่ร่างบางกัดปากนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก็ส่ายหน้าเร็วๆ
“อย่าเลย ฉันชอบกินโคะรกเกะอย่างวันนี้มากกว่า....ไปล่ะ...”

ยามะพีจากไปแล้ว ทิ้งให้เขายืนยิ้มอยู่เดียวดายในตรอกเปลี่ยว ร้านรวงปิดไปหมดแล้ว ชายหนุ่มจึงเข้าไปนั่งหัวใจเบิกบานในรถ สักพักก็มีเสียงเรียกเข้าจากมือถือ
.....เป็นคาเมะนั่นเอง...
“ไอ้เมะ.....กลับมาบ้านแล้วเรอะ?”
“เออ.....” เสียงคาเมะอู้อี้เหมือนคนง่วงนอน
“มีเรื่องจะบอกว่ะ มันเก็บไว้ไม่ไหว พรุ่งนี้นายว่างมั้ย?” คาเมะถาม
“ตอนไหนง่ะ ถ้าเย็นล่ะไม่ว่าง”
“พรุ่งนี้วันเสาร์นะ ไม่มีเรียนนี่นา”
“มีเดทเว้ย....” ยูอิจิพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“ฟังซุ่มเสียงรู้สึกจะมีความสุขดีนะเพื่อนฉัน” คาเมะอดค่อนไม่ได้
“แหงล่ะ แต่ฉันจะไปหานายตอนเช้าดีมั้ย เตรียมอาหารเช้าให้ทานด้วยล่ะ อยากรู้เหมือนกันว่าจุนโนะสุเกะน่ะมันปู้ยี่ปู้ยำนายเละยังไงบ้าง”
ยูอิจิไม่ได้ตั้งใจหมายความอย่างนั้นจริงๆ แต่คำกล่าวนั้นก็กระทบใจคาเมะจนพูดไม่ออก ดังนั้นสิ่งที่ยูอิจิได้ยินต่อมาไม่ใช่คำโวยวายปฏิเสธอย่างที่มันควรจะเป็น....แต่มันคือเสียงทอดถอนใจของเพื่อนรักเท่านั้นเอง
“เฮ้อ...ฉันคิดว่า ฉันหลงรักเจ้าหมอนั่นแล้วว่ะ.....เฮ้อ...”
“เฮ้ย!! ไอ้เมะ!!”

********************************

 

to be con

เม้นต์ที่นี่จ้า