The Rainbow LOVER

 

vol17 (end)

***************************

สักพักใหญ่ต่อมา
จุนโนะก็พาคาเมะมาที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ดูหรูหราและสูงตระหง่านจนร่างเล็กต้องแหงนคอมองตั้งบ่า แล้วคาเมะก็หันมาทำหน้าตาเหมือนมีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่กลางหน้าผาก แต่ก็ไม่ได้พูดว่าอะไร จุนโนะก็เลยบอกว่า
“แมนชั่นของอิคุตะ โทมะ”
“อ๋อ....อ๋อ.....” คาเมะพยักหน้า และพอถูกจุนโนะแตะข้อศอก เขาก็เดินตามร่างสูงไปแต่โดยดี

ภายในลิฟต์ของแมนชั่นสุดหรูซึ่งเป็นที่อยู่ของโทมะนั้น แสงไฟแดงสว่างวาบที่ชั้น 15 เมื่อประตูลิฟต์เปิด จุนโนะก็คว้าข้อมือคาเมะให้เดินลิ่วๆ ตามมาจนสุดห้อง พวกเขามาหยุดยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่ง จุนโนะดูจะช่ำชองมากกับสถานที่แห่งนี้ และคาเมะเองก็อดแแปลกใจไม่ได้...สงสัยคงจะมาบ่อย
“มาบ่อยซินะ?” เขาอดถามไม่ได้ ซึ่งจุนโนะก็พยักหน้ายิ้มๆ
“ใช่ มาบ่อยเลยล่ะ”
“แล้วเรามาที่นี่เพราะ.....”
“มาเพื่อให้เรื่องกระจ่างเสียทีน่ะซิ ตอนนี้น้องของนายอยู่ที่ห้องนี้”
จุนโนะบอกและเคาะประตูห้อง สักพักก็มีคนเดินมาเปิด เผยให้เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนผมเผ้ายุ่งอยู่หน้าประตู เขาใส่แต่ผ้าขนหนูท่อนล่างเท่านั้นเอง ข้างบนเปลือยเปล่า

.........อิคุตะ โทมะนั่นเอง.......

คาเมะอ้าปากค้าง เจ้านี่เกือบเปลือย แล้วน้องของเขาล่ะ อยู่ด้วยหรือเปล่า ถ้าอยู่จะไปเหลืออะไร เขาเงยหน้ามองจุนโนะ นึกว่าจุนโนะจะโมโหและกระแทกหน้าเจ้าหมอนั่น แต่ที่ไหนได้ ร่างสูงกลับรุนหลังเขาให้เข้าไปในห้อง ในขณะที่โทมะยืนนิ่งขึง
“น้องฉันอยู่ไหน?” คาเมะถามเป็นประโยคแรกเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องแล้ว เขากวาดตามองไปรอบๆ ภายในห้องที่เห็นนั้นมีแต่โซฟาและทีวีตั้งอยู่ แต่ก็ยังเห็นบานประตูอีกบานหนึ่งซึ่งปิดเงียบ เขาเดินไปที่นั่นและไม่ลังเลที่จะเปิดออก
“ยูกิเอะ!!” คาเมะร้องเสียงดังเมื่อเห็นสภาพภายในห้อง

ภายในห้องนั้น น้องสาวของเขานั่งเอนๆ พิงขอบหัวเตียง ร่างบอบบางซุกอยู่ในผ้านวมผืนใหญ่ โผล่แต่ดวงหน้าจนถึงลาดไหล่ขาวเปลือย แต่ใบหน้าที่เห็นนี่ซิ นอกจากจะไม่ซีดสลดเพราะถูกพี่ชายบุกมาถึงห้องแล้ว ยังกลับทำหน้ายิ้มระรื่น ไม่แคร์ใครอีกต่างหาก ...
....ไม่แคร์แม้กระทั่งร่างสูงของจุนโนะที่เดินตามเข้ามาด้วย...
“ไฮ...พี่ชาย” สาวน้อยร้องทัก เธอเสยผมไปด้านหลัง กระชับผ้าห่มขึ้นมาอีกนิด ริมฝีปากสีสดอ้าปากหาว
“ไฮ...จุนโนะ...” ยูกิเอะไม่ลืมทักทายจุนโนะสุเกะด้วยอีกคน
“หวัดดียูกิเอะ...ท่าทางจะสบายดีนะ” ร่างสูงพูดกลั้วหัวเราะ
“จุนโนะพาพี่ฉันมาถึงนี่เชียว?”
“ฮื่อ...ก็เขาอยากจะมา ฉันก็เลยสนองตอบ พามาซะเลย ดีเหมือนกันจะได้เข้าใจกันเสียที” จุนโนะว่าแบบนี้ ทำให้คาเมะมองแบบงงๆ
“เอ่อ...ผมอธิบายได้” โทมะพูดอยู่ทางเบื้องหลัง ทำให้คาเมะหันขวับมา อ้าปากหวอ มองคนโน้นทีคนนี้ที พอจะหันไปหาจุนโนะก็ถูกฝ่ายนั้นพูดใส่หน้า
“เป็นไงล่ะ เจ้าเต่า รู้สึกว่าเราจะมาขัดเวลาอันสำราญของพวกเขาอยู่นะ เข้าใจหรือยัง เรื่องที่ยูกิเอะจะมาขอคืนดีกับฉันน่ะ เห็นทีจะยากนะ”

อิคุตะ โทมะเดินอ้อมเตียงมายืนอยู่ทางยูกิเอะ เขาทำหน้าเขินๆ ขณะก้มหัวให้คาเมะ
“ผมเป็นแฟนคนปัจจุบันของยูกิเอะครับ”
“ฉันรู้แล้ว!!”
“...ฝากเนื้อฝากตัวด้วยฮะ”
“โอย...อยู่ด้วยกันแบบนี้มานานเท่าไรแล้วเนี่ย?” คาเมะถาม แล้วชี้ไปที่ร่างเกือบเปลือยของน้องสาวสุดสวย
“อาทิตย์กว่าๆ แล้วล่ะครับ...โดยมีทางุจิคุงเป็นคนมอบยูกิเอะคืนมาให้ผม” น้ำเสียงของโทมะภูมิอกภูมิใจนักหนา เขาส่งผ้าคลุมให้ยูกิเอะ เด็กสาวมุดไปใต้โปงและขยุกขยิกอยู่ชั่วครู่ก็โผล่ออกมาพร้อมกับใส่เสื้อคลุมเรียบร้อยแล้ว
“จุนโนะเป็นคนส่งมอบให้งั้นเหรอ ...อ้อ...มีการส่งมอบผู้หญิงให้กันด้วย” คาเมะชำเลืองไปทางร่างสูงที่ยืนยิ้มแต้อยู่ไม่ห่าง
“ฉันพายูกิเอะมาส่งให้โทมะบ่อยๆ ตอนที่ไปรับเขามาจากบ้านนายนั่นแหล่ะ ไม่ได้พาไปไหนหรอก” จุนโนะสารภาพ

ยูกิเอะยกมือขึ้นทันทีหลังร่างสูงจบประโยค
“พี่คาเมะ...คาเมะผู้ไร้เดียงสา...ยูกิเอะรักกับโทมะจริงๆ นะคะ แล้วก็เลิกกับจุนโนะหลายวันแล้ว เพราะงั้นพี่ไม่ต้องห่วง เชิญรับรักเขาได้ตามสบายเลยน้า...า...า..” ประโยคหลังนี่หันมายิ้มแก้มปริกับจุนโนะอีกต่างหาก ซึ่งฝ่ายชายหนุ่มก็ก้มศีรษะรับคำแต่โดยดี
“ไหนเธอบอกว่าจะมาคืนดีกับจุนโนะไง?” คาเมะถาม
“ฉันล้อพี่เล่นน่ะ” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก น่าหมั่นไส้จนคาเมะอยากจะเขกมะเหงกลงกลางศีรษะได้รูปนั้นจริงๆ

...........แค่ล้อเล่นเท่านั้น.....

แต่ก็ทำเอาพี่ชายอย่างเขาหัวใจเจ็บหนึบเลยล่ะ

แต่คาเมะไม่ได้แสดงอาการโล่งใจออกมาให้น้องสาวเห็น เพราะกลัวน้องจับความรู้สึกได้ เขาก็เลยทำเป็นมองไปทั่วตัวน้องสาวที่อยู่ในสภาพอันยากที่จะบรรยาย
“นี่พี่กำลังถูกปั่นหัวใช่มั้ยเนี่ย” เขาถามน้องสาว ซึ่งฝ่ายนั้นก็พยักหน้ายิ้มๆ
“ถูกแล้วจ้า......พี่คาเมะถูกแกล้งมาหลายอาทิตย์แล้ว”
“สุมหัวกันแกล้งกันนี่” คราวนี้หันมาทำหน้าบึ้งใส่จุนโนะเต็มๆ
“แล้วที่จุนโนะมาหาเธอทุกวัน รับไปโน่นไปนี่ แล้วมาส่งตอนดึกดื่นล่ะ จะให้เข้าใจว่าไง เล่นละครกันหรือไง?” เสียงถามชักเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ยูกิเอะหัวเราะ กอดบ่าคาเมะเอาไว้ และเกยคางกับไหล่ของเขา
“เขาไม่ได้มาหาฉันหรอกนะคาเมะจัง เขามาหาพี่ต่างหากล่ะ แต่ว่าจะมาหาตรงๆ ก็กลัวพี่จะไล่ตะเพิด เขาก็เลยทำเป็นว่ามาหาฉันแทนน่ะซิ”
“เอ๊..มาหาพี่?”
“ใช่จ้า...เขาตั้งใจมาหาพี่เลยล่ะ แบบว่าพี่น่ะงี่เง่าจังเลย ดูไม่ออกหรือไงจ๊ะ...ว่ามีผู้ชายมาติดพันน่ะ...จุนโนะเขารักพี่มาตั้งนานแล้วน้า..า...า...”

ประโยคนั้น ทำให้คาเมะไม่กล้ามองหน้าใครได้ในตอนนี้ ถ้อยคำของน้องสาว และสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้เขาใจเต้นแรง ยิ่งหน้าของจุนโนะด้วยแล้ว ไม่กล้ามองหรอก...
“บ้าซิ ใครจะไปคิดเข้าข้างตัวเองกัน” เสียงบ่นอุบอิบ ฟังจับใจความไม่ได้ของคาเมะนั้นทำให้จุนโนะฉวยแขนของเขาให้ลุกขึ้นยืน
“ไปพูดกันข้างนอกได้มั้ย? ปล่อยยูกิเอะกับแฟนของเขาไว้ที่นี่แหล่ะ”
“แต่ว่าฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะที่พวกนายปั่นหัวฉันเล่น ...เห็นฉันเป็นไรง่ะ”
“เออน่า...ไปกันเหอะ..รบกวนเวลาสำราญของพวกเขามามากแล้ว”
“แล้วทำไมยูกิเอะต้องหลอกด้วยว่าจะมาคืนดีกับจุนโนะน่ะ”
“ถูกแล้วค่ะ ฉันอยากดูปฏิกิริยาของพี่น่ะ ว่าจะยอมเสียสละให้น้องมั้ย แล้วตอนนี้ฉันก็รู้แล้วล่ะว่า ฉันมีพี่ชายที่แสนดีที่สุดในโลกเลย” ว่าแล้วยูกิเอะก็กอดคาเมะเอาไว้
เธอจับมือคาเมะไว้ข้างหนึ่ง และจับมือจุนโนะไว้ข้างหนึ่ง ยิ้มหวานให้กับคนทั้งคู่ก่อนที่จะจับมือของสองหนุ่มให้กุมกันแน่นกระชับ
“รักกันดีๆ เถอะน่า.....จุนโนะน่ะเขารักพี่ออก”
“นั่นซิ.....รักจะแย่อยู่แล้วล่ะ แล้วนี่ก็ปล่อยให้ยูกิเอะได้อยู่กับแฟนเขาเหอะนะ เราไปคุยกันข้างนอกดีกว่า”
ว่าแล้วจุนโนะฉุดคาเมะลิ่วๆ ออกไปจากห้อง ก่อนไปเขาก็หันมาขอโทษขอโพยสองหนุ่มสาวโทษฐานที่เข้ามารบกวนยามวิกาล

ประตูปิดแล้ว ภายในห้องปรากฏเสียงถอนหายใจของโทมะ และเสียงหัวเราะคิกของยูกิเอะ
“จะปล่อยไปแบบนี้ง่ะ ดีหรือ? เดี๋ยวก็ฆ่ากันตายหรอก” โทมะถามด้วยความกังวล
“แบบนี้แหล่ะดีแล้ว พี่ชายของฉันเขาก็รักจุนโนะนะ ใจตรงกันแบบนี้คงจะเข้าใจกันได้”
“แล้วเธอล่ะ...ไม่เสียดายหนุ่มหล่อ หุ่นเท่คนนั้นแล้วหรือ?”
“อื๋อ....เสียดายซิ ...” ยูกิเอะบ่นเบาๆ
“อ้าว!!” โทมะเกาหัวจนผมยุ่ง เขาหันขวับมามองสาวน้อยที่ส่งสายตายั่วยวนมาให้
ยูกิเอะยิ้มน้อยๆ เธอเปิดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่า กลีบปากอิ่มแย้มเยือนออกมาว่า
“เสียดายซิ... แต่ว่ารักนายมากกว่านะ...”
“โอย.....โล่งอกไปที” โทมะยิ้มออก เขาผวาเข้าหาร่างงาม จากนั้นก็ไม่มีใครเอ่ยวาจาใดอีก นอกจากเสียงกระซิบภาษารักที่มีให้กันและกันเท่านั้น

******************

ท่ามกลางความมืดแห่งยามราตรี จุนโนะพาคาเมะนั่งไปตามถนนที่ค่อนข้างจะเงียบเหงา เขาขับเลยนอกตัวเมืองออกไป ซึ่งเป็นทางเดียวกับที่เคยพาคาเมะมาที่รีสอร์ทของพ่อ.........
แต่ว่าการเร่งความเร็วของรถคงจะยังคงช้ามากไปในความรู้สึกของคาเมะ เขาจึงตบบ่าจุนโนะแรงๆ
“นี่....ฉันจะทนไม่ไหวแล้วนะ จะไปถึงไหนกันหา?”
“ไปที่ที่เราสองคนจะพูดจากันได้ไงล่ะ”
“ที่ไหนก็พูดได้...มาอธิบายให้ฉันเข้าใจซะไวๆ เลยด้วย”
“แหม...ใจร้อนไม่สมกับชื่อเลยนะ”
“เออน่า...ฉันอยากรู้เรื่องเร็วๆ ความสัมพันธ์ของนาย ของยูกิเอะ...ของแฟนยูกิเอะและก็ของฉันน่ะ มันยังไงกันแน่”
“ก็อย่างที่น้องนายบอกนั่นแหล่ะ ถูกต้องแล้ว...” จุนโนะเบนรถเข้าจอดข้างทาง ซึ่งก็คือศาลาพักระหว่างการเชื่อมต่อของถนนสองสาย
ยามนั้นเงียบและดึกมากแล้ว

คาเมะเป็นคนสะกิดจุนโนะแล้วทำหน้าเหรอหราเมื่อเห็นจุนโนะจอดรถพรืดตรงนั้นเขาก็ถามขึ้นโดยไม่รอช้า
“หยะ...หยุดทำไมง่ะ?”
“หยุดปล้ำนายมั๊ง ให้ตายเถอะ คาเมะ ทำไมนายถึงได้เป็นคนช่างซักไปได้”
“มีอะไรก็ว่ามา” คาเมะเดินไปนั่งที่ม้านั่งยาวในศาลา บรรยากาศแบบนี้หน้าจะเล่าเรื่องผีมากกว่าเล่าเรื่องอื่นนะ
จุนโนะยืนเด่นอยู่ริมถนน เขาเท้าเอวมองไปยังถนนเส้นนั้น ความจริงน่าจะไปพูดกันที่วิลเลจที่เคยพาคาเมะไป แต่พ่อใจร้อนคนนี้ คงจะอยากรู้เรื่องไวๆ ชายหนุ่มหันขวับมาทางร่างเล็กแล้วตัดสินใจในทันที

คาเมะแทบผวาเมื่อจู่ๆ จุนโนะก็นั่งซะจนตักแทบจะเกยกัน
“คาเมะ...ตอนนั้น ที่ฉันไปหายูกิเอะทุกวันน่ะ เพราะ...เอ้อ...เพราะฉันต้องการใช้เป็นข้ออ้างในการมาพบนายไงล่ะ”
“อืมม...เมื่อกี้น้องฉันก็บอกมาแบบนี้เหมือนกัน?”
“จริงๆ นะ...ที่อยากพบนายเพราะอะไร ก็เพราะฉันน่ะอยากอยู่กับนาย อยากพูดคุยด้วย อยากทำอะไรหลายอย่างกับนาย เหมือนที่เราเคยอยู่ด้วยกันที่อพาร์ตเม้นต์ของฉันไงล่ะ”
“โฮ้ย...นายรู้สึกกับฉันอย่างนั้น งั้นนายก็เป็นคนบอกเลิกกับยูกิเอะเพราะฉันงั้นหรือ?” เขาถามตรงๆ แต่จุนโนะเป็นฝ่ายส่ายหน้า
“เปล่า...ยูกิเอะเป็นคนบอกเลิกกับฉันก่อนต่างหากล่ะ ”
“อ้าว!!”
“เพราะเขาคงจะรู้ล่ะว่า ยังไงก็รั้งฉันไว้ไม่อยู่ แต่ความจริงอีกข้อหนึ่งก็คือ เขายังรักแฟนเก่าของเขาอยู่”
“อืมมม...นายกับน้องฉันนี่มันไม่มีความรู้สึกผูกพันกันจริงๆ เลยซินะ”
“ใช่คาเมะ....ฉันรู้สึกผูกพันกับนายมากกว่า พอฉันเห็นนายครั้งแรก ก็ทำให้นึกถึงสายรุ้งเลยล่ะ ฉันเชื่อแน่ว่า นายนั่นแหล่ะคือของมีค่าที่อยู่สุดปลายสายรุ้งของฉัน สิ่งที่ฉันต้องค้นหาก็คือนายคนเดียวเท่านั้น” จุนโนะพูดเสียงอ่อนโยน น่ารักนักหนา จนคาเมะต้องรีบก้มหน้างุดเพราะความอาย
“ทำไมนายไม่บอกฉันซะตั้งแต่แรกล่ะ?”
“ฉันกลัวนายจะต่อยฉันหน้าแหกน่ะซิ แหมเป็นแฟนน้องสาวอยู่ดีๆ จะมาจีบพี่ชายก็ยังไงๆ อยู่”

"แต่นายก็เคยบอกรักฉัน"

"ใช่ เพราะนายเองก็บอกว่าชอบฉันนี่นา" จุนโนะโอบกอดเขาไว้และเชยคางมนของเขาขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวสวยคมคู่นั้น
“ตอนนี้นายไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไปแล้วที่มาคบและรักกับฉัน นายไม่ได้แย่งแฟนน้อง นายไม่ได้ทำให้ฉันหันเหหัวใจไปจากน้องของนาย...นายเป็นพี่ที่แสนดี รักและห่วงใยน้อง ทั้งๆ ที่เธอก็ดูแลตัวเองได้ดีกว่าที่นายคิดอีกนะคาเมะ...และตอนนี้ เท่าที่ฉันพูดมานี้ หวังว่านายคงจะสรุปได้เสียทีนะว่า....นายควรจะรักฉันได้แล้วอย่างไม่ต้องตะขิดตะขวงใจอะไรเลยด้วย และห้ามพูดถึงน้องของนายอีก เข้าใจมั้ย?”
“พูดเหมือนสั่งเลยแฮะ” คาเมะบ่น ก็เลยโดนคนตัวสูงจุ๊บปากไปหนึ่งที
“ใช่...ฉันสั่งให้นายรักฉันแบบจริงจังเสียที”
“ก็รักนายจะแย่อยู่แล้วนี่ไง”
“ดีแล้วล่ะ...แล้วที่ฉันทำเป็นแกล้งไปหายูกิเอะที่บ้าน และพาเธอออกไปข้างนอกทุกวันน่ะ เพราะฉันอยากมาเจอหน้านาย วันละนิดก็ยังดี และฉันก็ต้องพายูกิเอะไปส่งที่อพาร์ตเม้นต์ของแฟนเขาอีกต่างหาก เสร็จแล้วฉันก็ไปคุยกับยามะพี พอยูกิเอะเสร็จธุระกับแฟนเขา ก็เรียกฉันไปรับกลับบ้าน เพราะงั้น ความสัมพันธ์ของฉันกับน้องนายน่ะก็เลยถูกนายเข้าใจไปอีกอย่าง ซึ่งฉันก็ต้องขอโทษด้วย ที่ทำให้ใจแป้ว!!”
“บ้าเด่ะ...นายทำให้ฉันเสียใจนะ ทำให้ฉันไม่มีความมั่นใจในตัวเองด้วย แบบว่าเสียศูนย์ง่ะนะ เพราะคิดว่านายรู้สึกอย่างไรกับฉันกันแน่ บางทีก็หลีใส่ บางทีก็เฉยเมย เล่นเอาฉันดูไม่ออกเลยล่ะ”
“จะบอกตรงๆ ว่าชอบก็ห่วงความรู้สึกนาย เพราะเห็นรักน้องยังกับอะไรนี่นะ หมั่นไส้ด้วย อยากแกล้งเจ้าเต่าน้อยตัวนี้ให้เจ็บใจเล่น” จุนโนะว่า เลยโดนเต่าน้อยถองซี่โครงไปหนึ่งที
“เจ็บนะ...” จุนโนะฉวยคาเมะไว้ คว้ามากอดแรงๆ จนร่างเล็กโอดโอย
“เจ็บเหมือนกันเฟ้ย”
“อยากกอดแรงๆ แบบนี้นี่นา” จุนโนะยังคงกอดต่อ แถมโยกตัวคาเมะไปมาด้วย


ลมหนาวพัดกรรโชกมากระทบผิวกาย คาเมะเบียดเนื้อตัวเข้าหาอกอุ่นกว้างของจุนโนะ เขาเตี้ยกว่าจุนโนะมาก ก็เลยซุกคางไว้เหนือหัวใจร่างสูง ได้ยินเสียงหัวใจจุนโนะเต้นสม่ำเสมอเป็นจังหวะ ผิดกับหัวใจของเขาลิบลับเลยล่ะ
“ไม่ตื่นเต้นบ้างหรือไงนะ ที่ได้กอดฉันแบบนี้น่ะ” คาเมะถามออกมา
“ไม่นี่นะ” จุนโนะส่ายหน้า
“ทำไมง่ะ อยู่กับฉันนี่ไม่น่าตื่นเต้นเลยใช่มั้ย?”
“ก็ฉันรู้อยู่ตลอดเวลาว่ายังไงซะ เรื่องของเราต้องจบลงอย่างนี้ แฮ้ปปี้เอนดิ้งแบบนี้แหล่ะ ฉันก็เลยไม่ตื่นเต้น” จุนโนะพูดแบบนี้ ก็เลยถูกคนตัวเล็กค้อนเอา
“คนเย็นชา”
“ฉันไม่เย็นชานะ มีความรู้สึกอยากจะรักนายตลอดเวลาเลยล่ะ” ว่าแล้วจุนโนะก็ก้มหน้าลงมา เป็นจังหวะเดียวกับที่คาเมะเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากสัมผัสกัน คราวนี้ลมหนาวก็ยากที่จะแทรกซึมเข้าไปในช่องว่างของร่างกายทั้งสองหนุ่มได้
“อืมมม......” คาเมะครางออกมา หลังจากที่จุนโนะจูบเขาจนหนำใจแล้ว
ตาต่อตาประสานกัน รอยยิ้มอิ่มสุขของคาเมะปรากฏออกมาเมื่อจุนโนะกระซิบว่า
“เป็นไง ฉันเย็นชากับนายหรือเปล่า?”
“นิดหน่อย” คาเมะพูดเขินๆ ซุกหน้ากับปกคอเสื้อโค้ทของจุนโนะ
“เจ้าเต่าบ้า.......” ร่างสูงดันคางคาเมะขึ้นอีกครั้ง บีบจมูกโด่งนั้นเบาๆ ก่อนที่จะซุกไซร้ริมฝีปากควานหาความหอมหวานของกลีบปากเย้ายวนนั้นอีกครั้ง เพื่อลบคำสมประมาทของคาเมะที่ว่าเขาเย็นชาให้ได้........

**********************

ยูอิจิมาขลุกอยู่ที่ร้านของยามะพี วันนี้เป็นเวรของยามะพีดูแลร้านแทนพ่อ แต่ตอนนี้คงจะไม่ค่อยยุ่งแล้วเพราะได้ยูอิจิมาเป็นลูกมือคอยหยิบโน่นหยิบนี่ให้ และวันนี้ก็มีลูกค้ามาเป็นระยะๆ
ยูอิจิเฝ้าดูคนรักขายและแนะนำสินค้าต่างๆ ในร้านให้กับลูกค้าแล้วก็อดยิ้มแก้มปริไม่ได้
ยามะพีพูดจาหวานหูสำหรับลูกค้าเสมอ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสก็เรียกเรตติ้งลูกค้าได้ดีเหลือเกิน
“มิน่าล่ะ ลูกค้าถึงได้ติดตรึม” ยูอิจิเปรยขึ้นขณะมองชายหนุ่มหุ่นซิ่งเดินหิ้วของพะรุงพะรังออกไปจากร้านไปแล้ว
“หือ?” ยามะพีเงยหน้าถาม
“ก็นายน่ะซิ ขายของเก่งนะ ลูกค้าเยอะ โดยเฉพาะหนุ่มๆ”
“ก็คนมันน่ารักนี่นา”
“จริงซิ” ยูอิจิเห็นด้วยทันที เขาเดินไปหลังเคาน์เตอร์ที่ยามะพีคิดบัญชีอยู่ เอามือบังคีย์บอร์ดไว้
“หยุดทำงานซะทีซิ ได้เวลาปิดร้านแล้ว วันนี้เรามาค้างที่ร้านดีกว่า เห็นนายบอกว่ามีห้องพักเล็กๆ ข้างหลังร้านไม่ใช่เหรอ?”
“หวา.....ยูอิจิพูดอะไรแบบนั้นนะ” ก้มหน้าเขินจัด หน้าแดงแก้มแดง ค่อยๆ ง้างนิ้วของยูอิจิออกจากแป้นพิมพ์ แต่ท้ายสุด ทนต่อความดื้อของแฟนหนุ่มไม่ได้ ยามะพีก็เลยต้องจำใจปิดเครื่องและหันมาเผชิญหน้ากับยูอิจิโดยตรง
“นายกะจะฟันฉันล่ะซิ”
“เอ่อ.....” ยูอิจิหัวเราะแห้งๆ พยักหน้าให้อย่างยอมรับแต่โดยดี
“ได้มั้ยล่ะ?”
“ได้ก็บ้าล่ะ” ยามะพีบอกยิ้มๆ ผลักอกคนตรงหน้าเบาๆ แล้วเบี่ยงตัวไปยืนห่างๆ ทำให้ยูอิจิเดินตาม
“ทำไมล่ะ ก็ไหนบอกว่าจะยอมไง?”
“มาขอทำอะไรกันง่ายๆ นะ ฉันก็เขินเป็นนะจะบอกให้”
“แล้วจะยอมมั้ยล่ะคืนนี้น่ะ” ขอเอาตรงๆ แบบนี้ ยามะพีก็หน้าแดงแป๊ดแล้ว เขาวางมือลงบนบ่าของยูอิจิ แต่ก่อนที่จะตอบตกลงหรือปฏิเสธ เสียงประตูร้านก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้น สองหนุ่มหันไปมองมารขัดความสุขพร้อมๆ กัน
“อ้าว!! จุนโนะ...คาเมะ...”
สองหนุ่มที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นมองเจ้าของร้านแล้วทำหน้ายิ้มๆ ทันเห็นยามะพีผละออกจากยูอิจิพอดี
“ไม่รู้ว่าเราจะมาขัดความสุขหรือเปล่า?” จุนโนะตีหน้ายิ้มยั่วญาติผู้น้อง
“รู้แล้วก็ไปซะซิ ร้านปิดแล้วล่ะ ไม่รับแขก” ยามะพีว่าเข้านั่น
“ไปแน่ๆ แต่ขอแจ้งข่าวดีก่อนนะ...ครือว่าฉันกับคาเมะ...ตกลงจะคบเป็นแฟนกันอย่างถาวรแล้วนะ” ร่างสูงดึงคาเมะมาชิดตัว โอบไหล่เล็กนั้นไว้กับตัว
“แหม...ยังกับแถลงข่าวแต่งงานเชียวนิ” ยามะพีมองคาเมะแล้วก็เห็นประกายตาสดใสในดวงตาเรียวรีคู่นั้น ผิดกับเมื่อตอนเช้าลิบลับเลยล่ะ ซึ่งยูอิจิก็เห็นเหมือนกับเขาเหมือนกัน
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะคาเมะ จุนโนะสุเกะ”
จุนโนะก้มหัวรับคำอวยพรนั้นและก็บอกต่อ
“ขอบคุณครับ.....และอีกอย่างหนึ่งคือว่า ฉันจะให้คาเมะย้ายเข้าไปอยู่กับฉันจริงๆ ซะที”
“เอ๋? ย้ายไปอยู่กับนายง่ะนะ!!??” คาเมะทำหน้าเหวอ พอจุนโนะพยักหน้างึกๆ เขาก็หน้าแดงขึ้นมาเห็นๆ
“ไปเป็นสัตว์เลี้ยงของฉันต่อไง?”
“แล้วคราวนี้จะให้คาเมะเป็นอะไรล่ะ?” ยูอิจิถาม
“เป็น......อืมมม.......น่ารักแบบนี้ เอาไปเป็นแมวดีมั้ย ...แต่ฉันไม่ชอบแมวเล่นตัวนะ ขอให้เป็นแมวเหมียวขี้อ้อนดีกว่า จะนอนขลุกอยู่ด้วยกันทั้งวันเลย”
“บ้าเด่ะ...”คาเมะชกสันคางของจุนโนะเบาๆ แล้วก็คาหมัดไว้ตรงนั้น จุนโนะจึงจับกำปั้นน้อยๆ นั้นเอาไว้
“สงสัยจะโดนข่วนจนเลือดซิบแน่ๆ เรา.......เอ้อ...ว่าแต่เมื่อกี้กำลังคุยอะไรกันอยู่เหรอ? สงสัยจะเป็นความลับแน่ๆ เลย” จุนโนะหันมาถามยามะพี สังเกตเห็นว่าญาติหนุ่มของเขามีสีหน้าร่าเริงและเต็มไปด้วยความสุขขนาดไหน และยูอิจิเองก็ฉวยเอวยามะเข้ามาแนบตัว
“ฉันก็กำลังจะตกลงกับเขาว่า คืนนี้ฉันจะขอเป็นคนรักของเขาจริงๆ จังๆ เสียทีน่ะซิ จริงมั้ยจ๊ะยามะพี?”
“อื้อ......ยูอิจิ...” ยามะพีก้มหน้างุด ทำเอาจุนโนะหัวเราะออกมา เพราะเขาไม่ค่อยเห็นยามะพีจะมีท่าทางเขินจัดให้เห็นอย่างตอนนี้เลย
ยูอิจิคนนี้คนเดียว ที่กำลังจะเติมความรักของยามะพีให้เติม .......ความรักที่เคยขาดหายไปกว่าหนึ่งปี...
“ฉันฝากญาติของฉันให้นายดูแลหัวใจด้วยนะยูอิจิ.... ฉันเชื่อใจนายนะ...ว่าจะไม่ทำให้ยามะพีเสียใจเหมือนกับเพื่อนรุ่นพี่ของนายคนนั้น...ไม่งั้นล่ะก็.....ฮึ่ม......” จุนโนะมองหน้ายูอิจิแขม็ง เขากำหมัดชกฝ่ามือตัวเองดังปึกๆ ยูอิจิเห็นแล้วก็ยิ้มแห้งๆ โบกมือให้ว่อน
“เออน่า....ฉันต่างหากล่ะที่กลัวเขาทิ้งน่ะ”
“ฉันไม่ทิ้งนายหรอกน่า.....” ยามะพีว่า
“อืมมม...หวานกันจริง...รู้สึกว่าฉันกับจุนโนะจะมาขัดคู่รักที่กำลังมีความสุขแล้วล่ะ ไปกันซะทีดีมั้ย?” คาเมะเอ่ยชวน เขากระทุ้งสีข้างของจุนโนะแรงๆ เป็นเชิงเตือนให้กลับ
พอจุนโนะและคาเมะโบกมือร่ำลา ยูอิจิก็รีบเดินไปส่งที่หน้าร้านทันที ขากลับก็ไม่วายแอบแขวนป้ายหน้าร้านว่า

........close..... ไว้อีกต่างหาก

เมื่อปิดร้านแรียบร้อยแล้ว ก็จูงมือยามะพีขึ้นบันไดไปชั้นบนทันที
“เห?......” ยามะพีฝืนตัวไว้ แต่ก็ต้านแรงรักจากยูอิจิไม่อยู่ พอไปถึงชั้นบนแล้ว ยูอิจิก็ยืนงง เพราะมีแต่ที่เก็บของ ไม่ได้เป็นห้องที่ไว้พักผ่อนอย่างที่เข้าใจ เขายืนกำมือชื้นเหงื่อของคนรักแน่นขณะมองหาที่เหมาะๆ ได้ยินเสียงยามะพีหัวเราะคิก และร่างบางก็เป็นฝ่ายดึงเขาเข้ามาตรงช่องทางเดินระหว่างซอกตู้สำหรับวางสินค้า มีประตูเล็กๆ ซ่อนอยู่ตรงสุดทาง ยามะพีเปิดประตูเข้าไป ในห้องนั้นใช้ไปที่เก็บพรมและเบาะรถที่ยังทำไม่เสร็จ แต่ก็ดูสะอาดและไม่รก ยามะพีหันมายกมือคล้องคอยูอิจิเอาไว้ โน้มใบหน้าหล่อเหลาให้มาแนบชิดกับตัวเอง เขาเขย่งขึ้นกระซิบกระซาบ
“ที่นี่ใช้ได้มั้ย?”
“ที่ไหนก็ได้ที่มีนายอยู่ด้วย”
“อื้อ...ปากหวาน” และแล้วปากอิ่มเต็มของยามะพีก็เป็นฝ่ายนาบกระชับกับปากของยูอิจิ จุมพิตดื่มด่ำที่เป็นฝ่ายเสนอก่อน แต่ในเวลาต่อมา เขาก็เป็นฝ่ายสนองแรงรักที่ยูอิจิเป็นคนโหมกระหน่ำ
ร่างบางนอนแนบกับเบาะรถที่วางอยู่กับพื้น และก็ใช้มันเป็นสนามรักชั่วคราว
เสียงลมหายใจหอบสะท้านเมื่อยูอิจิพร่างพรมจุมพิตดื่มด่ำ ลึกซึ้งจนอีกฝ่ายแทบจะทนไม่ไหว
ยามะพีผวาเข้าหาร่างของยูอิจิ เสื้อผ้าไม่มีเหลือติดกายทั้งคู่ และไม่เคยได้ยินเสียงยูอิจิถามด้วยว่า

.....เป็นของฉันนะยามะพี....

และแน่นอนคราวนี้ยูอิจิเลือกที่จะไม่เอื้อนเอ่ย นอกจากการกระทำเท่านั้นที่ทำให้ยามะพีต้องยอม เขาไม่เคยเร่าร้อนขนาดนี้มาก่อน และก็ไม่เคยที่จะอยากให้ยูอิจิซุกไซร้ใบหน้าและริมฝีปากกับเรือนร่างของเขามากเท่านี้เลย ...
“อื้อ.....ให้ฉันเป็นของนายนะยูอิจิ ...ทำให้ฉันเป็นของนายซิ” เสียงแหบพร่า
โอดครวญเมื่อเรือนกายและความรู้สึกแทบจะทนไม่ไหว ได้ยินเสียงยูอิจิครางตอบในลำคอเบาๆ

จนท้ายสุดยูอิจิก็เป็นฝ่ายคลี่พรมที่ใช้ทำเบาะรถออกแผ่กว้าง ก่อนที่ผ่อนร่างบอบบางของยามะพีให้นอนระทดระทวยและเติมความรักให้มันเต็มเปี่ยม...ทั่วทุกอณูของเรือนกายและความรู้สึก
“ฉันรักนาย...ยามะพี”
“ฉันก็รักนาย...ยูอิจิ....” เสียงสองเสียงครางขึ้นพร้อมกัน และต่างฝ่ายต่างกอดกันแนบแน่น จนยากที่จะพรากเรือนกายทั้งสองให้แยกจากกันได้.....

***************

วันรุ่งขึ้น
จุนโนะมารับคาเมะแต่เช้า
คาเมะเดินตัวปลิวออกมาจากบ้าน โดยมีจุนโนะเป็นฝ่ายแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ แถมกระเป๋าเดินทางใบย่อมอีกสองใบ พอมาถึงรถสปอร์ตที่จอดอยู่หน้าบ้าน คาเมะก็ทำหน้ามุ่ย
“รถแบบนี้อีกแล้ว ฉันอยากซ้อนมอเตอร์ไซค์ของนายมากกว่า”
“อากาศมันเย็นนี่นะ ฉันไม่อยากโต้ลม ก็เลยขอรถพ่อมาขับ เอาไว้หมดหนาวก่อนค่อยซิ่งต่อนะ”
“หนาวซิดี ฉันจะได้กอดเอวนายแน่นๆ ไง” คาเมะว่า ทำหน้ายิ้มเขินๆ
“นั่นแน่...คิดจะแต๊ะอั๋งฉันล่ะซิ เต่าหื่น”
“นายก็หื่นจัดเหมือนกันนี่เจ้ายีราฟ”
ทั้งสองหัวเราะให้กัน และจุนโนะก็เป็นฝ่ายดันคาเมะเข้าไปในรถ แต่ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่วิมานสวรรค์ จุนโนะก็ขับรถไปอีกถนนหนึ่งเลี้ยวรถเข้าไปในบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง
“บ้านใคร?” คาเมะถามออกมา
“บ้านพ่อ”
“พ่อใคร?”
“พ่อนายมั้ง” จุนโนะทำเสียงกวน จนคาเมะเผลอยกกำปั้นขึ้น แต่จุนโนะไวกว่า เขาคว้าข้อมือนั้นเอาไว้ และลากตัวคาเมะมาใกล้ ฉกจุมพิตแรงๆ ที่ปากเจ่อนั้นหนึ่งที แล้วก็ผลักออก
“ออกจากรถได้แล้ว” เขาสั่ง และไม่รอที่จะให้คาเมะออกมาก่อน เพราะจุนโนะเดินอ้อมประตูรถมาเปิดประตูด้านคาเมะให้แล้ว
“เชิญครับ แขกคนสำคัญ” ชายหนุ่มผายมือออกกว้าง ทำให้คาเมะก้าวออกมา

บริเวณนั้นมีรถยนต์จอดอยู่หลายคัน เห็นได้ชัดว่า บ้านนี้กำลังมีงานเลี้ยงสังสรรค์กัน ซึ่งจุนโนะบอกว่า ก็จัดแบบนี้ทุกอาทิตย์แหล่ะ แต่วันนี้พิเศษหน่อยตรงที่มีเขาเข้าร่วมด้วย
“ทำไมนายไม่บอกฉันล่วงหน้าว่าจะมีงานเลี้ยง” คาเมะถาม มือชื้นเหงื่ออยู่ในอุ้งมือของจุนโนะ ร่างสูงกำลังพาเขาเข้าไปในตัวบ้าน

ในห้องรับแขกอันโอ่โถงและงดงาม มีชายหลายคนกำลังยืน นั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน ดูไม่มีพิธีรีตรองอะไรเท่าไรนัก เป็นงานเลี้ยงแบบกันเองมากกว่า และคนที่มาในงานล้วนแล้วแต่มีอายุเกิน 40 ด้วยกันทั้งนั้น จะมีก็แต่เขาและจุนโนะละมังที่อายุน้อยที่สุด
“ไปหาพ่อกัน” จุนโนะแอบกระซิบ เขาเดินตรงแน่วมาทีชายร่างสูงไม่แพ้จุนโนะ และเป็นคนที่เขาเคยแอบดูบทรัก พิศวาสในห้องที่วิลเลจเมื่อเดือนก่อนโน้น
คาเมะหน้าร้อนผ่าว ไม่กล้าสบตากับชายสูงวัยกว่าคนนี้ เพราะกิจกรรมที่เขาเคยแอบดูนั้น ทำให้มองหน้าไม่สนิท แล้วก็ไม่รู้ว่า พ่อของจุนโนะจะรู้หรือเปล่าว่าเคยถูกเขาแอบดูตอนกำลังพาหนุ่มไปจู๋จี๋น่ะ

“พ่อ...นี่แฟนผม คาเมนาชิ คาซึยะ” จู่ๆ จุนโนะก็โพล่งออกมา ยื่นมือที่กำลังกุมมือของคาเมะยกขึ้นชู เหมือนกับกำลังประกาศรางวัลยังไงยังงั้น
พ่อของเขามองหน้าคาเมะ แล้วก็ยิ้มกว้าง ยิ้มหล่อแบบลูกชายไม่ผิดเพี้ยนเลยล่ะ
“อ้อ........เอ้า.....ช่วยกันเฮ หน่อย ในที่สุดจุนโนะมันก็ลูกพ่อ” พ่อของเขาตะโกนออกมาดังๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มแบบคนอารมณ์ดี ดังนั้นเพื่อนคนอื่นๆ ก็เลยส่งเสียงเฮฮา คาเมะหันไปมองรอบตัวด้วยความตกใจ เขาเห็นคนในที่นั้นต่างก็ชูแก้วขึ้น ร้องคัมปาย คัมปายกันเป็นแถวๆ
คาเมะทำหน้าเหวอ เงยขึ้นมองจุนโนะ ก็เลยเห็นจุนโนะโบกมือว่อน
“เดี๋ยวก่อนฮะ...ผมไม่ได้เหมือนพ่อนะ แต่ว่าสำหรับคนนี้น่ะ พิเศษหน่อย ยอมให้เป็นผู้ชายคนเดียวที่ผมจะเอามาเป็นแฟน มันไม่เหมือนกันสักหน่อย.”
“ฮ่า....ฮ่า...ในที่สุดเจ้าโนะมันก็ค้นพบคนที่จะมายืนที่สุดปลายสายรุ้งของมันได้เนอะ”
“ไม่เหมือนพ่อนิ เป็นสายรุ้งที่มีปลายอยู่หลายแฉกเหลือเกิน ...”
“ชริ...เจ้าโนะเบรกพ่อแล้วมั้ยล่ะ ...เอา...เอา...ลูกมีความสุขพ่อก็สบายใจนะ หวังว่าจะอยู่กันยืดๆ นะคู่นี้” พ่อตบหัวจุนโนะเบาๆ และหันมากอดคาเมะแรงๆ แถมหอมแก้มซ้ายขวาอีกต่างหาก แต่ก็ไม่ยอมปล่อยซะทีจนจุนโนะต้องใช้ไหล่กระแทกไหล่พ่อจนเซ
“พอแล้วพ่อ....นี่แฟนผมน้า........”
“หวงจริงเว้ย......เบื่อแล้วบอกล่ะ พ่อรับช่วงเอง” คนเป็นพ่อพูดติดตลก แต่คนฟังสองคนไม่ตลกด้วย ในขณะที่คาเมะทำหน้าเหวอ จุนโนะก็ฉุดแขนเขาออกไปจากบ้านเรียบร้อยแล้ว ขืนอยู่มีหวังได้กระแทกปากคนเป็นพ่อแน่ๆ

“พ่อนายนี่ตลกดีนะ” คาเมะพูดขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน
“ใช่...พ่ออารมณ์ดี และฉันก็รักพ่อมากด้วย”
“ฉันดีใจนะที่ในที่สุดนายก็เข้ากับพ่อได้ดีน่ะ”
“ขอบใจคาเมะ...ความจริงแล้วฉันรักพ่อที่สุดเลยด้วยล่ะ” จุนโนะพูดยิ้มๆ มองใบหน้าของคาเมะแล้วก็นึกขอบใจคาเมะที่ทำให้เขากับพ่อเข้ากันได้เสียที นึกดีใจที่เป็นฝ่ายพาคาเมะเข้าหาพ่อก่อน และขณะนี้ก็คิดว่า ความจริงสังคมของคนเป็นพ่อก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร นอกจากเสียงสรวลเสเฮฮาแล้ว จุนโนะก็เห็นว่ามันก็น่าสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

***********************************

 

บทสรุปแห่งความรัก

............

จุนโนะขี่มอเตอร์ไซค์สีดำคันเก่งไปตามถนนนอกเมือง โดยมีคาเมะเกาะติดหลังมาด้วยเหมือนเช่นเคย ใบหน้าเรียวของคาเมะเกยอยู่บนไหล่ของจุนโนะ เขาได้ยินเสียงฟ้าคำรามมาจากเบื้องบน แต่ท้องฟ้าไม่ยักกะมีวี่แววว่าจะมีฝนตกเลย
“สงสัยฝนจะตกตอนแดดออกซะละมั้ง” คาเมะตะโกนบอก แหงนหน้ามองดูเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายมาเป็นละออง
“ไม่ใช่หรอก ฝนน่ะตกแล้ว แต่เป็นที่อื่น คงจะใกล้ๆ กันนี่แหล่ะ ที่เราโดนน่ะเป็นแค่หางเลขเท่านั้นเอง”
ฝนไม่ถึงกับตกมากแต่ก็แค่ปรอยๆ แต่ก็ทำเอาฟ้าบริเวณนั้นค่อนข้างหม่นลง จุนโนะต้องจอดรถไว้ริมถนน เพราะความลื่นของถนนเบื้องหน้า
มีที่พักคนเดินทางนอกเมืองที่พอเหมาะพอเจาะตั้งอยู่ พอจะใช้หลบฝนได้
“โรแมนติกเป็นบ้าเลย” จุนโนะเหลียวมองดูทุ่งนาที่อยู่สองฝั่งถนน ฝั่งตรงกันข้ามเป็นทางเข้าหมู่บ้านเล็กๆ ที่น่าจะเป็นหมู่บ้านการเกษตร แต่ก็ค่อนข้างจะเงียบเชียบน่าดู

เสียงหยดฝนกระทบหลังคา ฟังดูเหมือนเสียงดนตรีบรรเลง คาเมะชักขาขึ้นมานั่งกอดเข่าบนม้านั่ง โดยมีจุนโนะยืนเท้าเอวมองแหงนไปบนท้องฟ้า
“ฉันอยากให้มันตกทั้งวันเลย” จุนโนะพูดออกมา แล้วหันมายิงฟันใส่คาเมะ
“ทำไมล่ะ?”
“เพราะเราจะได้อยู่กันที่นี่นานๆ”
“อยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่พออีกเหรอ?”
“ไม่พอหรอก....อยู่กับนายเท่าไร เท่าไรก็ยังไม่พอ” จุนโนะตอบ แล้วหันกลับไปแหงนหน้ามองบนฟ้าต่อ
“มานั่งนี่เหอะ นายมองอะไรของนายนะ”
เขาได้ยินเสียงคาเมะชวน จึงเดินกลับมานั่งเคียงข้างคาเมะ โอบแขนไปรอบไหล่บางของคนรัก เขามองคาเมะตาเยิ้มก่อนจะยื่นหน้ามาจุมพิตเบาๆ ที่ข้างขมับ
“ฉันเห็นเมฆลอยตัวอยู่เหนือท้องฟ้า และมันกำลังลอยเร็วขึ้นทุกที เพื่อหลีกทางให้ดวงอาทิตย์สาดแสงลงมาบนพื้นโลกอีกครั้ง จากนั้น......” จุนโนะหยุดพูด เขามองหน้าคาเมะนิ่งนาน
“จากนั้นอะไร?” คาเมะถาม
“...จากนั้น...ก็จะมีแสงแดดเกิดขึ้น และถ้าเราโชคดี เราก็จะได้เห็นรุ้งกินน้ำที่นี่”
“เฮ้อ.....ว่าแล้วเชียว นายนี่ไม่เลิกเพ้อถึงสายรุ้งจริงๆ นะ”
“เลิกเพ้อตั้งนานแล้ว...เพราะได้นายมาครอบครองแล้วไง.....เป็นนายคนเดียวที่ยืนรอฉันอยู่ที่ปลายสายรุ้ง นายคนเดียวเท่านั้นที่ฉันต้องการ”
“โอย.....เลี่ยน” คาเมะหัวเราะอายๆ เขาเอียงหน้าซบกับบ่าแข็งแรงของจุนโนะ เมื่อร่างสูงจับมือเขามากุมไว้ เขาก็ปล่อยให้อุ้งมือตัวเองตกอยู่มือใหญ่กว่าของจุนโนะ.....

นั่งกันอยู่ที่นั่น ได้ยินเสียงฝนเบาลงจนเหลือแต่ลมครางเพื่อไล่ละอองฝนให้เหือดหาย กลิ่นดินและกลิ่นหญ้าหลังฝนตกลอยกรุ่นหอมเข้าจมูก ทั้งสองหนุ่มสูดเอาความสดชื่นนั้นเข้าไป
จากนั้นก็ปรากฏมีแสงอาทิตย์เรืองรองขึ้นทั่วบริเวณ ทุ่งหญ้าและเชิงเขา จุนโนะฉุดคาเมะให้ลุกขึ้นและบอกว่า จะพาคาเมะไปพักที่........โทยามะ วิลเลจ......
“ไปรื้อฟื้นความหลังกัน...ฉันจะวาดรูปนายเก็บไว้สักสองรูปดีมั้ย?” จุนโนะพูดขณะส่งหมวกกันน็อคให้คนรัก คาเมะส่ายหน้าแล้วก็บอกว่า
“ไม่เอาสองรูป ต้องสิบรูปซิถึงจะรักกันจริง”
“โอย.....ก็ด้ายยย....ถ้างั้นเราก็อยู่ที่นั่นกันสักสองสามเดือนเอาแต่วาดรูปกันในห้องนอนเลยดีกว่า”
“บ้าเด่ะ..ไอ้ยีราฟหื่น” คาเมะย่นจมูกใส่ร่างสูง
“แล้วจะยอมมั้ยล่ะ แบบนั้นน่ะ” จุนโนะถามกลับ
“ไม่ยอมก็บ้าแล้ว” คาเมะถองหลังจุนโนะเต็มๆ ด้วยความเขิน แต่จุนโนะนี่ซิแทบจุกเพราะศอกแหลมๆ ของคาเมะกระแทกเข้ามาเต็มๆ
“คาเมะจัง...ฉันรักนายเป็นบ้าเลย....โอย....อยู่กับนายนี่เจ็บตัวชะมัด...”
จุนโนะรวบตัวคาเมะมากอด เตรียมจะกดคางลงกับไหล่บางนั่นอยู่แล้ว เมื่อเขามองไปยังทิศทางเบื้องหน้า เขาก็ต้องชะงัก
“.......ดูนั่นซิ...” เขาชี้ไปยังบนท้องฟ้า

......พระอาทิตย์ชูเด่นเป็นสง่า และมันก็ส่องแสงเจิดจ้าหลังฝนตก ....และที่เรียกรอยยิ้มจากจุนโนะและคาเมะได้ก็คือ


“รุ้งกินน้ำ!!” คาเมะอุทานออกมา ดวงตาสดใสขณะมองสายรุ้งสลับกับมองหน้าของจุนโนะสุเกะ
“มันปรากฏให้เห็นจริงๆ ด้วย” จุนโนะยิ้มจนตาปิด เขากระชับอุ้งมือที่เอวคาเมะ และก้มหน้าหอมแก้มใสนั้นแรงๆ
“เห็นมั้ย ฉันบอกแล้วว่าเราจะได้เห็นมัน”
“อือ...แล้วนายเห็นฉันอยู่ที่ตรงปลายหรือเปล่าล่ะ?” คาเมะแกล้งถาม แต่จุนโนะกลับพยักหน้า
“เห็นซิ นั่นไง..”
“ไหนล่ะ?”
“นั่นไง...ตรงสุดปลายนั่น มีนายอยู่” จุนโนะชี้ให้คาเมะดู
“ไหนฟะ?”
“ตรงนั้นน่ะ เมฆก้อนนั้นน่ะ” จุนโนะชี้ไปที่ก้อนเมฆสีขาวก้อนไม่ใหญ่นัก ลอยตัวอยู่บนท้องฟ้าระดับต่ำ
คาเมะมองตามด้วยความสนใจ และกำลังงงว่าจะเป็นเขาไปได้อย่างไร?
“เห็นหรือยังคาเมะจัง...เมฆก้อนนั้น ถ้าดูดีๆ ล่ะก็ รูปร่างมันเหมือนตัวเต่าไม่มีผิดเลย”
“บ้า!!” คาเมะถอนหายใจเฮือก แต่ก็ยังเขม้นมองต่อ จนได้ยินเสียงหัวเราะของจุนโนะและรอยจุมพิตที่ฉกวูบเหนือแก้มของเขาแรงๆ แต่ทว่ารวดเร็ว
ร่างบางมองร่างสูงที่ผละไปนั่งคร่อมรถ แถมยังชี้ให้เขาตามขึ้นไปซ้อนหลังอีกต่างหาก คาเมะตวัดตามองก้อนเมฆนั้นอีกครั้ง
“อืมมม......จริงด้วยแฮะ” เขาเห็นด้วยล่ะทีนี้ เพราะเจ้าเมฆก้อนที่ว่ามันเป็นก้อนวงรีและมีหลังตุงเหมือนหลังเต่าจริงๆ ด้วย

............

จุนโนะขี่มอเตอร์ไซค์ต่อไปข้างหน้า มุ่งหน้าสู่สายรุ้งที่พาดโค้งขวางถนนอยู่ ได้ยินเสียงคนด้านหลังอุทานออกมาว่า บรรยากาศสวยงามเหลือเกิน...ทำให้จุนโนะต้องขี่รถให้ช้าลงจนแทบจะเป็นคลานเพราะไม่อยากไปจากธรรมชาติอันงดงามแห่งนี้
“เหมือนภาพเขียนเลยนะ” คาเมะว่า แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เขาชี้ไปที่ก้อนเมฆรูปเต่าแล้วก็ร้องออกมา
“มันไม่ใช่รูปเต่าแล้วล่ะ”
“ใช่...เมฆที่ไหนจะคงสภาพอยู่รูปเดียวล่ะ”
“ว้า.....งั้นฉันก็ไม่ได้อยู่ปลายสายรุ้งของนายแล้วง่ะเด่ะ” เสียงคนด้านหลังโอดครวญจนจุนโนะต้องหยุดรถ ใช้สองขายันพื้นไว้ แล้วฉวยมือของคาเมะมากุมเอาไว้ที่หน้าอกเบื้องซ้าย เขาพูดด้วยเสียงกระซิบว่า
“อยู่ซิ.....นายอยู่ในหัวใจของฉันเสมอ”

คาเมะอึ้งไปกับคำๆ นั้น เขาก้มหน้างุดแล้วก็ซบหน้ากับแผ่นหลังของจุนโนะ
“ฉันก็อยากอยู่อย่างนี้ตลอดไป....ฉันน่ะรักนายเป็นบ้าเลยจุนโนะ”
“ฉันก็รักนายคาเมะจัง......ทีนี้เราจะไปต่อได้หรือยังหือ? เจ้าตัวยุ่ง” จุนโนะเริ่มออกรถอีกครั้ง โดยมีเต่าน้อยเกาะ

ติดแผ่นหลังและตะโกนออกมาก้องถนนว่า


“ไปเล้ย........มุ่งหน้าสู่สายรุ้งกันเถอะ.....”

................

รถมอเตอร์ไซค์สีดำแล่นตัดกับฟากฟ้าสีสดใส มีฉากด้านหน้าเป็นสายรุ้งทอแสงนับหลากสี เป็นหนทางส่องให้ทั้งสองก้าวไปสู่หัวใจที่สดใสและเบิกบาน...ต่างฝ่ายต่างก็หอบรับกับความชื่นบานของแสงตะวันนั้นเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม สายรุ้งที่ทักทอสายใยแห่งรักยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ตลอดไป ไม่เพียงแต่หลังฝนตกเท่านั้น แต่จุนโนะสุเกะนั้นมีคาเมะยืนยิ้มพิมพ์ใจอยู่ ณ ปลายสายรุ้งนั้นตลอดกาล

******************

Happy Ending

 

เม้นต์ที่นี่จ้า