หลอกต้มชาวบ้าน
กราบคารวะองค์มารดา กราบคารวะเทพ พุทธะพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย ขอบคุณท่านผู้อาวุโส ขอบคุณอาจารย์ถ่ายทอดธรรม
และญาติธรรมทุกท่าน ผมเกิดในสมัยราชวงศ์ชิง เป็นคนมณฑลเจียงซูอายุ 40 ปี ชื่อ เหวินเม่า แซ่หลิว ตอนเป็นมนุษย์ผมไปเรียน
ไสยศาสตร์ คาถาอาคม การเขียนยันต์ การทำนายทายทักต่าง ๆ เดิมทีผมตั้งใจจะทำตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อมาถูกกิเลศตัณหา
ครอบงำ เลยเปลี่ยนความคิดเป็นเอาประโยชน์จากสังคม ผมตั้งตัวเองเป็นอาจารย์โดยอ้างว่าเป็นศิษย์รุ่นที่เท่าไหร่ของปรมาจารย์จาง
เทียนซือ โดยตั้งสำนักรับบริการรักษาโรค ปัดรังควานทำนายโชคชะตา อวดอ้างว่ามีอิทธิทธิ์สามารถติดต่อกับผีสางเทวดาได้ มีผู้ศรัทธา
หลงเชื่อมารับบริการเป็นจำนวนมาก ซึ่งถูกผมหลอกต้มเอาทรัพย์สินเงินทองไปไม่น้อย ผู้หญิงบางรายยังถูกผมทำลายความสาวอย่าง
ผิดศีลธรรม บางครั้งผมทำเป็นเข้าทรงเพื่อหลอกเอาเงินทองก็มี โดยเฉพาะการรักษาโรค เกิดความผิดพลาดสั่งยาผิด ทำให้คนตายไป
หลายราย เสร็จแล้วก็นำศพไปฝังอย่างลวก ๆ แล้วพูดหลอกกับครอบครัวของคนตายว่า ฟ้าเบื้องบนนำไปจุติบนสวรรค์แล้วไม่ต้องเป็น
ห่วงเรื่องศพผมจะจัดการให้ทุกอย่าง และยังหลอกเอาเงินโดยบอกว่าจะเอาไปซื้อที่อยู่บนสวรรค์ให้ผู้ตาย ซึ่งก็มีคนหลงเชื่อยิ่งถลำยิ่งลึก
การสร้างบาปกรรมหารู้ไม่ว่าช้าเร็วกรรมย่อมต้องสนอง คนทำความชั่วฟ้าจะไม่ทราบได้อย่างไร เทพตรวจการณ์ได้นำความชั่วของผมไป
รายงานเบื้องบนตั้งนานแล้ว ผมจึงถูกตัดทอนอายุขัย เดิมทีผมสามารถอยู่ไปถึง 64 ปี ถูกตัดอายุสองรอบ ตอนอายุ 40 ปี ได้ป่วยด้วย
โรคร้าย มีฝีขึ้นเต็มตัวส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง นี่คงเป็นกรรมสนองของผม ด้วยตัวผมเหม็นจึงไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ไม่มีใครมาเหลียวแลผม
ก่อนตายผมยังหลงยึดมั่นไม่ยอมปลงไม่ยอมสำนึกผิดตอนที่ทุกข์ทรมานจากโรคร้ายผมเที่ยวโทษฟ้าโทษดิน ในที่สุดก็ตายอย่างน่าอนาถ
ตายแล้วยมฑูตขาวดำจับไปที่ยมโลกท่านยมบาลได้ตรวจดูบัญชีบาปของผมเห็นความประพฤติต่ำทรามต่าง ๆ ของผม ก็พูดด้วยความ
โมโหว่า "ยามมีชีวิตนอกจากไม่ได้ทำคุณประโยชน์แก่สังคม ยังเที่ยวใช้วิชามารหลอกลวงเอาทรัพย์สินชาวบ้านและทำลายผู้หญิงอย่าง
ผิดศีลธรรม เขียนยันต์และจ่ายยาส่งเดชทำให้มีคนเสียชีวิต มีความผิดใหญ่หลวงไม่อาจให้อภัย"
ตลอดชีวิตผมทำแต่ความชั่วช้า นอกจากจะไม่รู้จักกลับตัวใหม่แล้ว ยังโทษฟ้าโทษดิน ท่านยมบาลตัดสินให้ผมตกนรกรับโทษ
ทัณฑ์ต่าง ๆ และยังต้องไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานเสวยความทุกข์ทรมาน ตอนนี้รับโทษอยู่ที่นรกควักหัวใจ ต้องถูกผ่าอกควักหัวใจวัน
หนึ่ง ๆ สลบแล้วสลบอีก เจ็บปวดทรมานเหลือจะกล่าว ผมเห็นปัจจุบันคุณธรรมเสื่อมโทรม คนส่วนใหญ่ทำแต่ความชั่วร้าย วันนี้ผมจึง
ถือโอกาสเล่าประวัติชีวิตและกรรมสนองอันทุกข์ทรมาน เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจแก่ชาวโลก ขอให้ชาวโลกจงดูผมเป็นบทเรียนอย่าได้
เดินตามรอยผม เวลามีจำกัดไม่กล้ารบกวนนานกราบลาองค์มารดาและเทพ พุทธะพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย.
ข้อมูลจาก http://www.oocities.org/lokrenlap/