เพื่อนแบบนี้เคยมีไหม.


อธิบายเรื่อง: ความรู้สึกรักของคนๆหนึ่งที่มีให้เพื่อนและแฟน แต่!!สิ่งที่เขาทำกลับทำให้....


ตั้งแต่วันที่ผมเข้าม.ปลายโรงเรียนใหม่ ผมรู้สึกแปลกๆอย่างบอกไม่ถูก บรรยากาศภายในดู
เงียบเหงา อาจจะเป็นเพราะเป็นโรงเรียนชายล้วน รอบๆตัวผมมีแต่ผู้ชาย ผู้ชาย ผู้ชาย และที่
สำคัญที่สุดก็คือไม่มี “ไอ้เอ้”อยู่ก็เป็นได้ ตอนม.ต้นผมมีความสุขมากๆ อาจเพราะมีนักเรียน
หญิงอยู่ให้ได้เชยชมล่ะมั้ง ผมนั้นมักจะนั่งแซวสาวไปเรื่อยๆ ส่วนเพื่อนผมที่ชื่อ เอ้ นั้นก็จะนั่ง
ทำการบ้านขณะที่ผมนั่งจีบสาว เอ้หน้าตาดีกว่าผมเยอะ เรียนก็ดีกว่า มีสาวๆติดก็เยอะเหมือน
กัน ผมกับเอ้เป็นเพื่อนรักกันมากๆๆๆ สนิทกันกว่าพี่น้องกันอีกก็ว่าได้ และด้วยความที่เอ้มีโรค
เลือดเป็นโรคประจำตัว ผมเลยต้องใกล้ชิดมันหน่อย สงสารมัน เพื่อนๆส่วนมากก็เลยมักจะ
เรียกผมว่าไอ้คู่เกย์ แต่ผมไม่ค่อยสนใจหรอก ก็มันไม่เรื่องจริงนี่แต่บางครั้งผมมักจะซัดมันสัก
เปรี้ยง2เปรี้ยง ( แบบเบาๆนะไม่งั้นขึ้นศาลปกครองแน่ ) ตอนนี้ผมคงไม่ได้เจอไอ้เอ้ อีกแล้ว

เรื่องนี้มันเกิดเพราะผมและสาวนางหนึ่งขอสมมติว่าชื่อบัวนะครับ เรื่องก็มีว่า ตอนผมกับเอ้ อยู่
ม.3 ผมได้ไปหลงรักสาวม.1คนนึงเข้า น่าตาน่ารักน่าเอ็นดูเชียว ผมคิดว่า สวรรค์ต้องประทาน
เด็กคนนี้มาให้เราแน่ๆ ตั้งแต่ตอนนั้นผมก็พยายามสืบประวัติของเธอ จนรู้มาว่าชื่อบัว ผมเริ่ม
เหม่อและไม่สนใจคนรอบข้าง เอ้ก็ชักเริ่มสงสัยว่าผมเป็นอะไรไป มันถามผมหลายครั้งหลาย
ครา และทุกครั้งที่มันถามผมก็จะตอบมันว่า “ข้าสบายดี” ไม่ก็ "ข้ากำลังหาประวัติคนดังอยู่
เว่ย"ผมเริ่มห่างเหินกับเอ้มากขึ้นเพราะความหลงน้องบัวแบบจังๆของผม ทำให้การเรียนผมตก
ต่ำลงไปมากจากที่แย่ๆอยู่แล้ว และด้วยความที่เอ้มันห่วงผมมันก็เตือนผมตลอดให้ตั้งใจเรียน
เอ้นั้นยังไม่รู้ว่าผมคบกับบัวได้ 3 อาทิตย์แล้ว ผมเคยคิดเล่นๆอยู่เหมือนกันว่าทำไมบัวถึงเลือก
คบกับผม ทั้งๆที่ผมหน้าตาก็ไม่ได้ดีอะไร ถ้าเดินคู่กับเอ้แล้ว ผมเหมือน หม่ำ จ๊กมก เดินคู่กับ
พอล ภัทรพล ประมาณนั้น ถ้าผมเป็นบัวผมก็คงเลือกเอ้เป็นแฟนมากกว่า แต่ผมก็ดีใจมากที่บัว
เลือกผม เราเริ่มคบกัน 2 เดือนกว่าๆจะ 3 เดือนแล้ว จนผมคิดว่าผมไม่ควรจะปิดบังเอ้ไว้ ผมคิด
จะบอกเรื่องนี้ให้เอ้รู้วันรุ่งขึ้นตอนเช้า
วันรุ่งขึ้นผมมาโรงเรียน ด้วยความกระตือรือร้นมาก เพราะคิดกะว่าจะอวดเอ้ซะหน่อยว่า “ข้าก็มี
แฟนแล้วนะเว่ย”ผมมารอเอ้ ที่หน้าประตูโรงเรียนกะจะดักเอ้ไว้แล้วฉุดมาคุยกัน ผมรอตั้งแต่ 6
โมงครึ่ง รอ ร๊อ รอ
รอจน 7 โมงครึ่ง ผมชักสังหรณ์ใจ เอ้มันไม่น่ามาสายขนาดนี้นี่หว่า ผมชักสงสัยเลยโทรไปมือ
ถือเอ้ “สวัสดีครับนี่เอ้ พูดนะครับ ตอนนี้ไม่ว่างครับ แล้วโทรมาใหม่นะครับหรือไม่ก็ฝากข้อ
ความ....."โถ่เอ๊ย!!เอ้ปิดมือถือไมฟะ ถ้ามีแล้วปิดเครื่องจะมีทำไมฟะ" ตอนนั้นผมฉุนมากๆ เลย
ลองโทรเข้าบ้านดู
“ฮัลโหล ใครพูด”เสียงสั่นๆของผู้หญิงคนนึงพูดขึ้น ผมคาดว่าคงจะเป็นแม่ของเอ้
“ผมชาติเพื่อนเอ้ครับ ไม่ทราบว่า..เอ้..อยู่รึเปล่าครับ ขอสายเอ้ด้วยครับ”ผมตอบกลับ
“................”ไม่มีเสียงใดตอบผมกลับมา นอกจากเสียงสะอื้นเบาๆ ทำเอาใจผมหวั่นๆ
“น้าครับเอ้..เอ้..เป็นอะไรครับ ช่วยตอบผมด้วยครับ น้าครับ...” ผมเซ้าซี้ถาม 2-3 ครั้ง จนเสียง
สะอื้นนั้นเบาลงเปลี่ยนเป็นเสียงสั่นๆตอบผมกลับมา
“เอ้.....อยู่ที่โรง’บาล...”ทันทีที่ผมรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน ผมรีบวิ่งออกจากโรงเรียนทันที ผมไม่สน
แล้วว่าอาจารย์คนไหนจะวิ่งตามผมมา เมื่อเจอมอเตอร์ไซด์รับจ้างผมก็รีบโดดขึ้นทันทีก็
ว่าได้ สั่งให้ไปโรงพยาบาลที่เอ้อยู่ทันที เมื่อถึงร.พ. ผมถามหมอและพยาบาลมาตลอดทางว่า
“โทษครับ ด.ช. การันต์.....อยู่.....ที่ไหน...ครับ”ผมรู้สึกล้ามาก แทบจะทุดลงไปนอนกับพื้น
แต่ว่าทำไงได้ เพื่อนผมกำลังแย่กว่าผมมาก หมอคนนึงบอกผมว่าเอ้อยู่ I.C.U.และบอกทางให้
ผม ที่หน้าห้อง I.C.U.ผมพบ พ่อเอ้ และพี่สาวของเอ้ซึ่งกำลังสะอื้นอยู่ ใจผมกะตุกและคิดว่าเอ้
คงจะไม่รอดแน่ ผมอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนผมจึงถามพ่อและพี่สาวของเอ้ ผมได้รับคำ
ตอบจากพ่อเขาว่า
“วันนี้เป็นวันที่ต้องพาเอ้ไปเปลี่ยน-ถ่ายเลือดตามปกติ แต่รถติดทำให้เอ้เป็นลมไป เมื่อถึงโรง
พยาบาล หมอก็รีบนำเข้าห้อง I.C.U.ด่วนเพราะขาดเลือดเป็นเวลานาน... ”ฟังถึงตรงนี้ผมนึกได้
ว่าเอ้เป็นโรคเลือด รูคีเมีย ( เม็ดเลือดแดงน้อยกว่าเม็ดเลือดขาว ) จึงทำให้เอ้ต้องเปลี่ยน-ถ่าย
เลือดทุกสัปดาห์ ผมทรุดตัวลงกุมขมับ ถึงตอนนี้ผมคงทำได้แค่อธิฐานให้เกิด ปาฏิหาริย์ เอ้
ต้องรอด เอ้ต้องไม่เป็นอะไร ผมนั่งคิดเช่นนี้ตลอดพร้อมกับโทษตัวเองที่ทำไมไม่ดูแลเพื่อนให้ดีกว่านี้ ทำไมต้องไปหลงอะไรที่งี่เง่ามากๆ กับผู้หญิงที่เพิ่งคบกันได้ 3เดือน มันมีค่าเทียบ
กันเพื่อนที่คบกันมา 3 ปีได้เชียวหรือ ความที่ผมจมอยู่กับเรื่องนี้ทำให้ผมลืมเพื่อนที่ผมรักได้
ทำไมผมถึงช่างเลวอย่างนี้.............................สักพักหมอเดินออกมาพร้อมกับพยาบาล ทั้ง
ผม พ่อเอ้ และพี่สาวเอ้ รีบเดินเข้าไป เหมือนจะถามว่า“เอ้ยังมีชีวิตอยู่ใช่มั๊ย เอ้รอดใช่มั๊ย
หมอ” หมอถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า
“หมอพยายามสุดความสามารถแล้วครับ” แค่นั้นแหละ หัวใจผมแทบหยุดเต้น ทำไมหมอต้อง
พูดคำนี้ออกมาด้วย พูดคำอื่นไม่ได้หรอแค่บอกคำที่แสดงว่า ไอ้เอ้มันยังอยู่ หลังจากพอมีสติ
ที่จะกลับบ้านได้ผมก็รีบออกมาจากโรงพยาบาลกลับบ้านทันที บัวโทรหาผมเป็น 100 รอบ แต่
ผมไม่ด้รับเลยสักครั้งเดียว มีข้อความจากบัวมา 4 ฉบับ
ฉบับแรก “พี่ชาติ บัวมีเรื่องจะคุยด้วย รับสิ บัวจะโทรไปอีกนะ”
ฉบับสอง“พี่ชาติรับสายบัวซะทีสิ บัวโกรธพี่แล้วววว”
ฉบับสาม“บัวโกดที่ชาติมากๆๆๆๆๆ ถ้าบัวโทรไปแล้วไม่รับอีกนะ บัวจะเลิกกับพี่” ฉบับสี่ “ที่บัวบอกว่ามีเรื่องน่ะ คือบัวขอโทษ บัวขอเลิกกับพี่ แต่ตอนนี้เราก็เลิกกันแล้วนี่ เพราะ
อะไรพี่ชาติคงรู้นะ ถ้าไม่รู้บัวจะบอกให้ฟัง ก็ที่พี่ชาติไม่รับโทรศัพท์บัวเลย ลาก่อนพี่ชาติ”
สมองผมมันว่างไปหมด ผมช๊อคมาก ถ้ามีมีดอยู่ตรงหน้าผมอาจจะใช้มันและไปหาเอ้แล้วก็
ได้ แล้วผมก็รู้อยู่แล้วว่าบัวคงไม่รักผมจริงหรอก ผมรู้แล้วว่าคนที่รักและคอยห่วงผมก็มีไอ้เอ้
เนี่ยแหละ แต่ผมโง่เองที่ไปสนบัวงี่เง่านั่น
2วันต่อมา ผมไปงานศพเอ้ ผมช่วยงานของเอ้ทุกอย่างเท่าที่ผมจะทำได้ เผื่ออาจไถ่โทษได้
บ้างสักนิด
ผมนั่งลงหน้าโลงศพเอ้ ผมนั่งคุยเรื่องระหว่างผมกับเอ้ทุกเรื่องตั้งแต่ที่เรารู้จักกัน ผมหัวเราะ
และร้องไห้คนเดียวอย่างกับคนบ้า “เอ้ ข้ารู้นะ ว่าแกยังจำได้ ตอนม.2ที่เราไปแกล้งอาจารย์
นิสิตด้วยกันน่ะ แกยังบอกข้าเลยว่าสนุก แกกลับมาเถอะนะ แกอย่าไปเลย ข้ารักแกนะเว่ยไอ้
เอ้ ” น้ำตาลูกผู้ชายของผมมันไหลออกมาโดยที่ผมไม่รู้สึกตัว
ผมไปงานของเอ้ทั้ง 3 วัน ผมก็นั่งคุยกับเอ้ทุกวัน ส่วนเรื่องบัวผมไม่สนแล้ว เพราะผมรู้สึกว่า
เรื่องผมกับบัวมันทำร้ายเพื่อนผม “เอ้ ข้าขอโทษ ข้าไม่รู้ว่าแกจะอภัยให้ข้ารึเปล่า ถึงแม้แกจะ
ไม่ยกโทษให้ข้าก็ไม่เป็นไร ข้าขอให้แกไปดีนะเว่ย เพราะแกก็เป็นคนมีบุญ ไม่เคยทำบาป
หรอก ข้ารู้ เอ้.....มาหาข้าบ้างนะ ข้าคิดถึงนะเว่ย.....ไอ้เอ้..... ”
ที่ผมย้ายมาอยู่โรงเรียนชายล้วนก็มีสาเหตุมาจากผมไม่อยากจะเจอผู้หญิงแบบบัวอีก ถึงแม้
ว่ามันจะหดหู่ไปนิดและที่ย้ายมาโรงเรียนนี้คงเป็นเพราะผมอยากจะเป็นหมอไว้ช่วยคนที่มี
อาการแบบเอ้ ผมไม่อยากให้คนอื่นต้องสูญเสียคนที่ตนรักแบบผม ทุกวันนี้ผมก็ยังหยิบรูปเอ้
ขึ้นมาดูบ้างยามเหงา เพราะคิดว่าไอ้เอ้ เพื่อนผมคนนี้จะคอยอยู่เป็นเพื่อนผมเสมอ ถ้าผมเจอ
เอ้ ผมอยากบอกเอ้ว่า “เอ้ ข้า รัก แก ”

เรื่องสั้น หมวด : ซึ้งกินใจ
ผู้แต่ง : talent email : j_big_head@hotmail.com