<---สิ่งมหัศจรรย์ยุคกลาง--->

สนามกีฬากรุงโรม

สนามกีฬากลางแจ้งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คือ สนามกีฬากรุงโรม อยู่ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เป็นตึกวงกลม สร้างด้วยหินทรายและอิฐประกอบกัน สูง 57 เมตร วัดโดยรอบ 527 เมตร ภายในมีอัฒจันทร์สำหรับคนนั่งดูกีฬา จุคนได้ถึง 80,000 คน หรือมากกว่านั้น ใต้อัฒจันทร์และใต้ดินมีห้องขังสิงโต และนักโทษที่รอการตัดสินประหารชีวิตหลายร้อยห้อง สนามกีฬาแห่งนี้ สร้างขึ้นโดยกษัตริย์เวชเปเซียน ยุคโรมเรืองอำนาจ ราว ค.ศ. 72 เพื่อใช้เป็นที่ให้นักโทษกับสิงโตสู้กัน หากนักโทษคนใดชนะฆ่าสิงโตที่ดุร้ายด้วยเมือเปล่าก็รอดชีวิต บางครั้งใช้ในการประลองอาวุธ ประลองความเก่งกล้าสามารถของนักรบ หรือขุนศึกแห่งโรมทั้งหลาย สนามกีฬากรุงโรม เป็นหลักฐานแสดงถึงความรุ่งเรืองเกริกเกียรติของมหาอาณาจักรโรมัน ต่อมาเมื่อมหาอาณาจักรเสื่อมลง ถูกข้าศึกรุกราน สนามกีฬาแห่งนี้ถูกทำลายหลายครั้ง ปัจจุบัน สนามกีฬากรุงโรมอันโอฬาแห่งนี้เหลือเพียงโครงสร้างที่ให้โตไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชม และยังจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง



หลุมฝั่งศพแห่งอเล็กซานเดรีย

สิ่งมหัศจรรย์ของโลกสิ่งหนึ่ง คือ หลุมฝั่งศพแห่งอเล็กซานเดรีย ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "คาตาโกมบ์" คาตาโกบ์นี้มิได้สร้างเป็นปิระมิดเหมือนแต่ยุคแรกจัดสร้างอุโมงค์ใต้ดิน ขุดลึกเข้าไปในภูเขาหินทรายทำเป็นชั้นๆ และมีช่องทางเดินวกเวียนไปมาหลายไมล์ ภายในอุโมงค์บางตอนตกแต่งไว้อย่างสวยงามตระการตา พระศพของกษัตริย์อียิปต์สมัยกลาง จะนำมาบรรจุในอุโมงค์ใต้ดินแห่งนี้ คาตาโกมบ์ ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด และใครเป็นผู้สร้าง ปัจจุบันยังมีสภาพเกือบสมบูรณ์ พอที่จะเข้าชมกันได้ อยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง



กำแพงเมืองจีน

สิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่งของโลก คือ กำแพงเมืองจีน หรือกำแพงยักษ์ เป็นกำแพงที่ใหญ่ที่สุด และยาวที่สุดในโลก ไม่มีกำแพงที่ไหนเทียบได้ กำแพงเมืองจีน สร้างเป็นกำแพงอิบยาวประมาณ 2,650 ไมล์ ตัวกำแพงสูง 25-30 ฟุต บนกำแพงมีทางเดินกว่า 10 ฟุต มีป้อมเชิงเทิน 1 ป้อม ซึ่งตลอดแนวกำแพง มีป้อมเชิงเทินประมาณ 1,500 ป้อม เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 300-329 ใช้แรงงานจากราษฎรนับล้านคน มีคนล้มตายเพราะการก่อสร้างครั้งนี้จำนวนมาก พระเจ้าชิวั่งตี่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของจีนเป็นผู้สร้างขึ้น เพื่อเป็นรั้วกั้นพรมแดนด้านเหนือของประเทศจีน ป้องกันการรุกรานของพวกตาด ศัตรูตัวสำคัญของจีนในยุคนั้น

กองหินประหลาด

กองหินประหลาด ประกอบด้วยกองหินขนาดใหญ่จำนวนถึง 112 ก้อน และแต่ละก้อนทรงสูง บางก้อนล้มนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนวางทับซ้อนิยู่บนยอด วงหินรอบนอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 100 ฟุต หินที่เรียงรายอยู่ทั้งหมดถึง 30 ก้อน ล้วนแต่ก้อนขนาดมหึมา สูงถึง 13 ฟุต และหนักเป็นตันๆ ทั้งนั้น อายุของหินเล่านี้มีมานาน ตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตกาลถึง 1,700 ปี ไม่มีประวัติแจ้งไว้ว่าใครเป็นผู้นำมาวาง และมาวางเพื่อประสงค์อะไร กองหินประหลาดแห่งนี้ อยู่กลางทุ่งนาอันกว้างขวาง แห่งเมืองซัสลิสเบอรี่ มณฑลวิลไซร์ ประเทศอังกฤษ ห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 10 ไมล์ ตามทางสันนิฐานของนัวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ว่า กองหินประหลาดแห่งนี้ เป็นแหล่งกำเนิดของการโคจรของพระอาทิตย์ และพระจันทร์ได้ด้วย รัฐบาลอังกฤษ ได้เปิดสถานที่ที่มีกองหินประหลาดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ในปี ค.ศ. 1918 และจนกระทั่งปัจจุบันนี้ยังมีผู้ไปเที่ยวชมจำนวนมาก และก็จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง



หอเอนปีซ่า

หอเอนปีซ่า อยู่ที่เมืองปีซ่า ประเทศอิตาลี เป็นหอคอยสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น เริ่มสร้าง ค.ศ. 1174 แล้วเสร็จปี ค.ศ. 1350 รวมเวลาการก่อสร้างถึง 176 ปี ตามประวัติกล่าวว่า ขณะก่อสร้างเสร็จ ฐานทรดไปข้างหนึ่ง จะเป็นด้วยการคำนวณผิดพลาดหรือประการใดก็ไม่ทราบ เมื่อวัดปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 18 ฟุต แต่กระนั้นก็ยังไม่ล้ม ยังเอียงอยู่จนถึงทุกวันนี้ หอคอยหินอ่อนแห่งนี้ ภายในวิจิตรงดงามด้วยเสาหินอ่อนที่สลักลายฝีมือของจิตรกรชื่อดังแห่งยุค ทำให้เป็นหอที่ทรงคุรค่าทางศิลปะอย่างยิ่ง หอคอยแห่งนี้ในยุคนั้น กาลิเลโอ นักดาราศาสตร์ชื่อดังของโลก ได้ทำการทดลองน้ำหนักของวัตถุ และกฏแห่งแรงดึงดูดของโลกเป็นผลสำเร็จ

เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง

เจดีย์กระเบื้องเคลือบนานกิง อยู่ที่กรุงนานกิง ประเทศจีน เป็นเจดีย์ 9 ชั้น แปดเหลี่ยม สูง 261 ฟุต หลังคาทำด้วยกระเบื้องเคลือบสีเขียวทั้งหมด ชายคามีกระดิ่งแขวนไว้ 80 ลูก และมีโคมไฟประดับอีกจำนวนมาก องค์เจดีย์ประกอบด้วยอิฐ ประดับกระเบื้องเคลือบ ยอดเจดีย์รูปกลมปิดทอง เดิมมีเพียง 3 ชั้น ต่อมาในสมัยจักรพรรดิยุ่งโล้ แห่งราชวงศ์หมิง ประมาณ ค.ศ. 1430 ได้สั่งให้ทำเพิ่มอีก 6 ชั้น มีสายโซ่โยงลงมา 8 เส้น และติดกระดิ่งตามโซ่อีก 72 ลูก เพิ่มความมหัศจรรย์และวิจิตรงดงามมากขึ้น ปี ค.ศ. 1853 "กบฏไต้เผง" ได้ไปทำลายเจดีย์กระเบื้องเคลือบอันงดงามนี้ เครื่องบูชา และของภายในเจดีย์ถูกพวกกบฏเก็บกวาดไปเสียหมด ปัจจุบันจึงไม่งดงามเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังเด่นตระง่านอยู่ อนุชนรุ่นหลังยังได้เห็นความวิตรงดงามอันมหัศจรรย์ดังกล่าวอยู่ และจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง



สุเหร่าเซโซเฟีย

สุเหร่าแห่งนี้ นอกจากจะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสมัยกลางแล้ว ยังเป็นสุเหร่าแห่งแรกที่มีความแปลกพิสดารกว่าสุเหร่าทั้งหลาย กล่าว เป็นสุเหร่าที่ดูกดัดแปลงมาจากโบสถ์คริสตศาสนา สุเหร่าเซโซเฟีย มีเนื้อที่ 700 ตารางเมตร ภายในมีเสาค้ำแกะสลักลวดลายไว้ไว้อย่างงดงามจำนวน 180 ต้น ชั้นล่างเป็นขนาดใหญ่ 40 ต้น และชั้นบนเป็นขนาดเล็ก 68 ต้น หลังคาเป็นรูปโรมแบน มีหอแหลมจำนวนมาก เป็นศิลปะคริสเตียนผสมกับศิลปะอิสลามจนงดงามเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก แต่เดิม จักรพรรดิคอนสแตนติน เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อคริสตศวรรษที่ 13 เป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธิทางศาสนาคริสตศาสนา ใช้เวลาสร้าง 17 ปี ต่อมา พระเจ้าโมฮันเหม็ดที่ 2 ซึ่งนับถือศาสนาอิสลามได้ดัดแปลงโบสถ์แห่งนี้เป็นสุเหร่าอิสลาม แต่ยังคงรูปแบบความงดงามไว้อย่างเดิม อีกทั้งเติมศิลปะอิสลามเข้าไปให้วิจิตรตระการตายิ่งขึ้นอีก ปัจจุบัน สุเหร่าเซโซเฟีย อยู่ในกรุงคอนแตนติโนเปิล ประเทศตุรกี จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกยุคกลาง





GO TO HOME



Counter