อะลองมดส้ม (นิทานของชาวไทใหญ่)
มีพ่อค้าวัวคนหนึ่งมีวัว ๕๐๐ ตัว พ่อค้าก็ไปหาคนยากจนคนหนึ่งมาเป็นลูกจ้าง แล้วจึงต้อนวัวออก
เดินทางไปจนถึงทุ่งหญ้ากว้างที่หนึ่ง จึงได้ให้ลูกจ้างเลี้ยงวัวอยู่ที่นั่น คนเลี้ยงวัวได้ไปนอนอยู่ใต้ต้นไม้
ต้นหนึ่ง ที่นั้นได้พบมดส้ม (มดแดง) กำลังทำรังอยู่ ซึ่งทำเท่าไรก็ไม่เสร็จ แต่มันก็ทำอยู่อย่างนั้น
เขาจึง ช่วยทำรังให้แล้วกลับบ้าน ต่อมามดส้มก็แปลงเป็นหญิงสาวสวยงามไปตามหาเขา
แต่ไม่พบเขา คงพบแต่ พ่อค้าวัว จึงได้ถามว่าเขาไปไหน พ่อค้าวัวบอกว่าเขาไปเก็บผัก
หญิงนั้นบอกว่าถ้าเขากลับมาให้ไปตาม หานางที่ต้นไม้นั้น
พอเขากลับมาพ่อค้าวัวก็บอกให้เขารู้ เขาก็ไปหาที่ต้นไม้นั้น ซึ่งก็พบบ้านหลังใหญ่อยู่ที่นั่นแทน
คนที่ บ้านจึงเชิญเข้าไปในบ้าน คนแก่ในบ้านก็ถามว่า ที่ได้มาช่วยสร้างบ้านนี้ ต้องการสิ่งใดตอบแทน
เขาบอก ว่าไม่ต้องการสิ่งใดเลย คนแก่ก็ให้คติว่าถ้าอดทนได้ ๗ วันโดยไม่พูดอะไรแล้ว
ก็จะสามารถพูดภาษา สัตว์ได้ทุกอย่าง เขาก็รับคำ แล้วก็ออกจากบ้านแล้วมาเลี้ยงวัวต่อไป
พ่อค้าวัวก็สงสัยว่าทำไมเขาจึงไม่ยอมพูด ก็นึกว่าผีเข้าก็ใช้น้ำมนต์มาปัดรังควาน
ต่อมาอีก ๖ วัน ทำอย่างไรก็ไม่พูด พ่อค้าวัวก็จึงยกวัวให้ ๕ ตัว พอครบ ๗ วัน เขาก็รู้ภาษาสัตว์
เขาก็เดินทางถึงดอย แห่งหนึ่ง วัวพูดบอกเขาว่าถ้าเดินทางขึ้นดอยไปก็คงตายแน่ พอขึ้นดอยไป
วัวของพ่อค้าก็ตายลงหลายตัว แต่ของเขาไม่ตาย พอไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พ่อค้าวัวก็ขายของหมดแล้วจึงซื้อของบรรทุกหลังวัวกลับมา
แต่เขาก็ไม่ได้ซื้ออะไรบรรทุกมาเลย พ่อค้าวัวก็บอกว่าถ้าไม่บรรทุกอะไรแล้ว ไปพอถึงบ้านเขาจะต้องใช้
หนี้แทนพ่อค้าวัว
พอกลับมาถึงกลางทาง วัวก็พูดว่า วัวของเขาทั้ง ๕ ตัวไม่ได้บรรทุกอะไรเลยเพราะเจ้าของเขา
รัก แต่ที่เราต้องบรรทุกหนักเพราะเขาไม่รู้ภาษาเรา ที่จริงแล้วเงินมีซ่อนอยู่ใต้กองไฟที่เขาก่อให้เรานั้น
พอถึงบ้านเขาจึงไปหาพ่อค้าวัว แล้วถามว่าที่กองไฟนั้นเอาอะไรฝังไว้บ้าง พ่อค้าวัวบอกว่าไม่ได้ฝังอะไร
ไว้เลย ต่อมาเขาไปขุดก็พบทองและเงินมากมาย เขาจึงเอาเงินทองนั้นมาให้พ่อค้าวัวเพื่อใช้หนี้แทน
และเอาเงินทองมาให้แม่เขา และจากนั้นตัวเองก็เอาเงิน ๑๐๐๐ ชั่ง ออกเดินทางไปหาเพื่อนที่เมืองอื่น
ชายนั้นเดินทางไปพบคนแก่กำลังใช้ควายที่แก่มากไถนาอยู่ เขาก็ได้ยินควายบ่นว่ามันทำงานลำบาก
เพราะแก่แล้ว เงินที่ซ่อนอยู่ใต้กองไฟก็ไม่ไปเอาเพราะไม่รู้จะบอกอย่างไร เขาจึงซื้อควายตัวนั้น
๑๐๐๐ ชั่ง แล้วนำไปปล่อยไว้ในป่าลึกและบอกควายว่า ถ้าตนมีทุกข์อะไรก็จะมาขอความช่วยเหลือ
แล้วก็ออก เดินทางต่อไป
เขาเดินทางไปถึงหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ขณะนั้นคนได้ลิงตัวหนึ่งมา มีคนมามุงดูกันมาก
และลิงบอกว่าถ้า อยากได้เงินมันก็จะบอกให้ เขาจึงขอซื้อลิงอีก ลิงจึงพาเขาไปที่อยู่ของมันและเอาทองให้เขา
๑๐๐๐ ชั่ง และบอกว่าถ้าเดือดร้อนอะไรให้มาบอกและจะไปช่วย เขาก็เดินทางต่อไป ก็ไปซื้อเต่าแล้วนำไปปล่อย
เต่าก็ให้เงินทองแก่เขา เขาก็เดินทางต่อไปจนถึงบ้านของเพื่อน ก็พบเพื่อน เพื่อนของเขาก็ปรึกษากับเมีย
ว่าจะฆ่าแม่ไก่ที่เลี้ยงไว้ทำอาหารเลี้ยงเขา ฝ่ายไก่ได้ยินจึงเรียกลูก ๆ ทั้ง ๗
ตัวมาสอนก่อนตาย เขาก็ ขอซื้อไก่และบอกไม่ให้ฆ่า ขอแต่เพียงเห็นหน้าและได้กินข้าวกับน้ำก็พอใจแล้ว
แต่เพื่อนของเขาไม่ยอม จะฆ่าไก่มาทำอาหารเลี้ยงให้ได้ เขาจึงเดินทางกลับบ้าน
ฝ่ายเพื่อนของเขาเมื่อเอาไก่มาต้ม ลูกไก่ทั้ง ๗ ก็โดดตามแม่ลงไปในหม้อ เลยถูกต้มตายในหม้อ
เนื่องจากไก่นั้นมีน้ำมันอยู่ในตัวเอง น้ำมันนั้นจึงเป็นเชื้อเพลิงให้เกิดไฟไหม้หม้อต้มและลุกลามจนไหม้บ้าน
และไหม้ ๒ ผัวเมียตายทั้งคู่
จาก ด้วยปัญญาและความรัก นิทานของชาวไทยวน นิทานของชาวไทลื้อ นิทานของชาว ไทใหญ่
นิทานของชาวไทเขิน