เมื่อหลายร้อยปีผ่านมา ผืนแผ่นดินนี้ที่เป็นที่ตั้งวัดเตาปูนในปัจจุบัน เป็นสถานที่ชุมนุมของบรรดาพ่อค้า หลายต่อหลายคนที่จะนำสินค้ามาจากเชียงใหม่ ลำพูน มาขายยังเมืองลำปาง และพ่อค้าจากลำปาง จะไป ขายยัง เชียงใหม่ ลำพูน เมื่อมาถึงตรงวัดเตาปูนปัจจุบัน (ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งวัด)ก็พากันตั้งห้างพักแรมกัน ที่ตรงนี้ เพราะมี แม่น้ำตาลไหลผ่าน จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การพักแรม ของผู้ที่สัญจรไปมา และในสมัยนั้น เจ้าพ่อขุนตาล เจ้าผู้ครอง เมืองเวียงตาล ทรงตรัสให้ทหารไพร่พล สร้างเมืองคะตึกซึ่งอยู่ ห่างบ้านดอนในปัจจุบันนี้ไปทางทิศตะวันตก 4 กิโลเมตร คนในสมัยนั้นไม่มีปูนซีเมนต์ใช้เหมือนในปัจจุบัน
การก่อสร้างต้องใช้หินผุกร่อน นำไปเผาไฟแล้วจึงนำมาผสมใช้แทน ดังนั้นบรรดาไพร่พล จึงได้มาสร้างเตา สำหรับเผาหินผา เพื่อทำปูนขึ้นที่ฝั่งแม่น้ำตาลทางทิศตะวันตก (อยู่ตรงข้ามน้ำแม่ตาลปัจจุบัน) ต่อมาชาวบ้านแถวนี้ จึงเรียก หมู่บ้านนี้ว่า "บ้านเตาปูน" และเมืองคะตึกนั้น เจ้าพ่อขุนตาล ทรงได้มอบหมายให้ เจ้าหงษ์คอดำเป็นผู้ครองดูแล ต่อมามี พระครูองค์หนึ่ง ชื่อ "พระครูบาเลาคำ" เดินธุดงค์มาจากไหนไม่มีใครทราบ ได้มาปักกลด ถือกรรมฐาน ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ อยู่ที่หลังกำแพง ด้านหลังทิศตะวันตก ในปัจจุบันนี้ ชาวบ้านเตาปูนได้นำข้าวปลาอาหารมาใส่บาตรท่าน และชาวบ้านได้ พร้อมใจกันนิมนต์ท่านอยู่บ้านเตาปูนนี้ ต่อมาท่านครูบาเลาคำ ได้สร้างสำนักสงฆ์ขึ้น และได้ใช่ชื่อว่า "สำนักสงฆ์บ้านเตาปูน" ต่อมาชาวบ้าน พร้อมใจกัน สร้างวิหารถวายให้ท่าน และครูบาเลาคำ ก็ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า "วัดเตาปูน" ในปัจจุบันนี้
|