รื่สั้  เคยคิดว่าเคยจะลืมเธอ   

“หลับฝันดีนะ  ดูแลสุขภาพด้วย  เค้ารักตัวเองนะ”  คำพูดเหล่านี้ยังคงดังก้องอยู่ในใจฉันเสมอ  รวมถึงความรู้สึกดีๆที่ฉันได้จากเค้า  หากฉันมีปัญหาหรือเศร้ายามเมื่อฉันหลับตาภาพของชายคนหนึ่งที่ส่งรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและคำพูดปลอบใจว่า  “ไม่เป็นไร  คิดมากน่ะ”  จะปรากฎขึ้นมาเสมอ  ถึงคำที่เค้าพูดมันจะเป็นแค่คำธรรมดาแต่ฉันรับรู้ได้ว่ามันพิเศษมากแค่ไหน  สิ่งเหล่านี้ฉันได้รับจากเขามาเนิ่นนาน  แต่ตอนนี้กลับเลือนลางไปพร้อมกับกาลเวลาและความเหินห่างของเรา  2  คน  แต่ความเป็นจริงต้นเหตุของการเลิกราของเราเกิดจากตัวของฉันเองที่ทำในสิ่งที่ผิดต่อเค้า  ทำให้เค้าเสียใจและปิดประตูหัวใจไม่ให้ฉันได้มีโอกาสเข้าไปอีก

ตอนที่เราคบกันฉันคิดว่าจะคบให้นานที่สุดและจะพยายามไม่ทะเลาะกับเค้า  เพราะฉันยังไม่อยากเลิกกับเค้าตอนนี้แต่ฉันก็ทำไม่ได้  ฉันบอกเลิกกับเค้าไป  2  ครั้ง  โดยที่เค้าไม่มีความผิด ครั้งแรกเค้าให้อภัยฉันโดยให้โอกาสแก้ตัวใหม่  ทุกครั้งที่เราทะเลาะกันเค้าบอกว่าเค้าไม่เคยโกรธฉัน  อาจจะมีที่น้อยใจแต่เค้าไม่เคยพูดและไม่เคยแสดงออกมาให้ฉันเห็นเลยสักครั้ง  เค้าบอกกับฉันว่าทุกครั้งที่เค้าคุยกับคนอื่นเค้าจะคุยได้ไม่นานก็ทะเลาะกันแล้ว  แต่กับฉันเค้าจะพูดคุยกับฉันดีๆไม่เคยแหย่ให้ฉันโกรธ  แต่กลับเป็นฉันซะเองที่ชวนเค้าทะเลาะทุกครั้งที่เราคุยกัน  เค้าบอกกับฉันว่าบางทีเค้าก็โกรธแต่ไม่อยากแสดงออกมา  เพราะถ้าฉันโกรธ  เค้าโกรธ  ต่างคนต่างโกรธมันจะมีอะไรดีขึ้นมา  คำพูดของเค้าครั้งนั้นทำให้ฉันคิดว่าฉันสำคัญกับเค้ามากขนาดนั้นเลยเหรอ  ทุกครั้งที่ฉันทำให้เค้าเสียใจฉันกลับเสียใจมากขึ้นเป็น  2  เท่า  อันที่จริงฉันน่าจะคิดได้ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงหากโดนบอกเลิกโดยไม่มีความผิดแค่ครั้งเดียวคงเจ็บไปอีกนานและคงจำฝังใจ  แต่ฉันกลับไม่คิดถึงเรื่องนี้

ความเจ็บปวด  ความเสียใจ  ความอ้างว้าง  ได้กลับมาทักทายฉันอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้ฉันไม่มีเขามาอยู่เคียงข้างให้กำลังใจฉันอีกต่อไป  เขาเลือกที่จะทิ้งฉันไว้กับอดีต  และเลือกที่จะเดินไปในอนาคตเพียงลำพัง  แต่ฉันไม่โกรธเค้าหรอกเพราะเค้าทำถูกแล้วถูกที่เค้าไม่ฝืนใจตัวเอง  และทำให้ฉันตาสว่างในสิ่งที่ฉันเคยทำผิดพลาดไปในอดีต  ครั้งนี้เค้าจากฉันไปโดยไม่มีวันกลับมาเริ่มต้นใหม่  ถึงแม้เค้าจะไม่พูดคำว่า  “เลิกกัน”  กับฉันในวันนี้  แต่คำตอบของเขาที่ทำให้ฉันรู้ว่าครั้งนี้คงต้องเลิกกันจริงๆคือ  “สายไปหรือเปล่าถ้าจะกลับมาตอนนี้”  น้ำเสียงของเค้าฟังดูช่างเย็นชาเหลือเกินและเค้าคงไม่มีอาการเสียใจสักเท่าไหร่  ต่างกับฉันที่ร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจกับการกระทำของตัวเองพร้อมกับการจะเสียเค้าไป 

            หากฉันอ้อนวอนเค้าให้กลับมาเริ่มต้นใหม่  ฉันรู้ดีว่าเค้าคงไม่มีความคิดที่จะกลับมาหาฉันแน่นอน  ครั้งนี้ฉันบอกเลิกเค้าไปด้วยเหตุผลเดิมๆคือ  ฉันน้อยใจที่เค้าเริ่มเหินห่างกับฉัน  ฉันทนไม่ได้กับการต้องรักและเอาใจใส่เขาอยู่ฝ่ายเดียว  ฉันอยากให้เค้ารักและดูแลฉันเหมือนอย่างที่ฉันมีให้เค้า  แต่อาจเป็นเพราะเค้าเป็นคนเงียบขรึม  เอาใจและง้อใครไม่เป็น  เขาคงเคยรักฉันแต่เขาไม่แสดงออก  เขาเลยมีทีท่าเฉยชากับการบอกเลิกครั้งนี้  และนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้คุยกับเค้า  เพราะฉันทำใจไม่ได้หากจะเปลี่ยนความรู้สึกจากคนรักกันแบบแฟนให้กลายมาเป็นรักกันแบบเพื่อน  หากเป็นเค้าคงทำได้ไม่ยากเพราะความรู้สึกเค้าคงหมดไปพร้อมๆกับคำว่า  “เลิกกัน”  ที่ฉันบอกไป

ผ่านมา  1  เดือนแล้วที่เราเลิกกัน  หากฉันมาคิดได้ตอนนี้ก็คงสายเหมือนที่เค้าบอก  ในใจของฉันยังคิดอยู่เสมอว่าเราเพิ่งเลิกกันไม่กี่วันนี้เอง  เราแค่ห่างกันสักพัก  ฉันพยายามไม่คิดว่าการที่เค้าเฉยชากับฉันเป็นเพราะเค้ามีคนพิเศษข้างในใจคนใหม่แล้ว  แต่ฉันจะขอคิดว่าเขาเสียความรู้สึกกับฉันเพื่อที่ฉันจะได้ไม่เสียใจมากไปกว่านี้  และหากฉันคิดถึงเค้าฉันก็จะคิดถึงเรื่องราวความผูกพันที่ดีๆระหว่างเรา  2  คน  คิดถึงเวลาที่เรามีความสุขด้วยกัน

ฉันจะจำไว้ว่าฉันมีความสุขมากที่เคยมีคนอย่างเค้าผ่านเข้ามาในชีวิตและมอบความรู้สึกดีๆที่เรียกว่า  “ความรัก”  ให้ฉัน  และฉันคงต้องขอเวลาสักพักเพื่ออยู่กับตัวเอง  หากวันใดที่ฉันเข้มแข็งฉันจะกลับไปทักทายเค้าอีกครั้งในฐานะ  “เพื่อนสนิทที่เคยเป็นคนของใจ”

Back

                                                  Go