อะพอลโล

อะพอลโล เจริญวัยอย่างรวดเร็วทำนองเดียวกับเทพเจ้าทั้งหลาย เมื่อเธอเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ซูสบัญชาให้เธอประทับรถศึกเทียมด้วยหงส์สีขาว ไปชิงเอาเทวาลัยพยากรณ์แห่ง เดลฟี มาเป็นของตน

ไม่มีสถานที่ใดในประเทศกรีซ ที่ศักดิ์สิทธิ์ เท่าเดลฟีบนที่ลาดชันของภูเขา พาร์แนสซัส มีควันกำมะถันลอยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกลึก ๆ เชิงเขา หญิงนักพยากรณ์ซึ่งเป็นนักบวชหญิงของสถานเดลฟีนั่งบนม้าสามขาคร่อมรอยแยก ไอระเหยทำให้นางเคลิบเคลิ้มเข้าสู่ภวังค์ ในความฝันนั้นหญิงคนทรงได้ยินเสียงของแม่พระธรณี... ดังขึ้นมาจากส่วนลึกของแผ่นดิน และนางจะถ่ายทอดถ้อยคำที่ได้ยินนั้นอีกต่อหนึ่ง สู่พวกพระที่ยืนล้อมรอบนาง เพื่ออธิบายความหมายคำพยากรณ์ ที่หลุดออกมาจากปากของนาง ให้แก่บรรดาผู้จาริกแสวงบุญที่มายังเทวาลัยพยากรณ์แห่งเดลฟี จะได้ทราบโชคชะตาของตน

สถานพยากรณ์แห่งนี้ มีมังกรดำชื่อ ไพทอน ขดอยู่โดยรอบ ความชราทำให้มันใจแคบและโมโหร้าย พวกนางไม้จึงหนีไปจากบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ใกล้ ๆ นั้น และพวกนกที่เคยร้องเจื้อยแจ้วอยู่ตามต้นไม้ในบริเวณนั้นก็ไม่ส่งเสียงร้องอีก

เทวาลัยพยากรณ์แห่งเดลฟีเตือนไพทอนว่า สักวันหนึ่งโอรสของเทพธิดาลีโทจะทำลายมันเสีย ไพทอนเคยพยายามจับลีโทกิน เมื่อนางต้องเร่ร่อนหาที่ประสูติโอรสธิดาแฝด แต่นางหลบหนีไปได้ เมื่อมังกรดำเห็นอะพอลโลขับรถศึกตรงมาหา มันรู้ทันทีว่าวาระสุดท้ายมาถึงแล้ว แต่มันขายชีวิตของมันด้วยราคาที่แพงมาก.. มันแสดงความเกรี้ยวกราดโกรธแค้นด้วยการพ่นไฟและพิษร้ายออกมา บิดตัวซึ่งเป็นเกล็ดสีดำของมันและดิ้นไปมา....จนกระทั่งอะพอลโลต้องใช้ลูกธนูถึงพันลูกจะเด็ดชีวิตมันได้ พิษร้ายของมังกรดำไหลลงมาตามชายเขาและเทวาลัยพยากรณ์แห่งเดลฟีตกเป็นของอะพอลโลนับแต่นั้นมา

ในตอนนั้น ลาดเขาพาร์แนสซัสที่เคยมืดมนไปครั้งหนึ่ง พลันกลับสว่างไสวสนุกสนาน บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงนกร้องอันไพเราะ และนางไม้ผู้เฝ้าบ่อน้ำพุอันศักดิ์สิทธิ์ได้กลับมา ร้องเพลงสรรเสริญอะพอลโล เสียงของเทพบุตรหนุ่มดังกว่าเสียงใดหมด เพราะเธอเป็นเทพเจ้าแห่งดนตรีนั่นเอง