ใน US เวอร์ชั่น บทที่ 1 สำนักพิมพ์
Scholastic เปลี่ยนคำว่า "สาป" (curse) ไปใช้คำว่า "ฆาตกรรม"
(murder) แทน อาจจะเพื่อต้องการให้ดูเหมือนว่าโวลเดอมอร์ต้องการให้หางหนอน
(Wormtail หรือ ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์) ฆ่า'แม้ด-อาย' มู้ดดี้ แทนที่จากเดิมเป็นเพียงการใช้
Imperius curse (คำสาปที่มีอำนาจควบคุมคนที่ถูกสาปได้) ใส่'แม้ด-อาย' มู้ดดี้
เพื่อให้ลูกชายของนายเคร้าช์ปลอมตัวไปเป็นแทนเขาที่ฮอกวอตส์เท่านั้นเอง ก็จริงๆแล้ว
'แม้ด-อาย' มู้ดดี้ ไม่ได้ตายซักหน่อย ใช้คำว่า "สาป" น่ะดีกว่า
"ฆ่า" อยู่แล้ว
ในหน้าต่อๆมา ทาง Scholastic ก็เปลี่ยนอีก จากเดิมที่ว่า "กระทรวงเวทมนตร์ไม่มีทางรู้หรอกว่าใครบ้างที่หายตัวไป"
(...disappeared) เป็น "กระทรวงเวทมนตร์ไม่มีทางรู้หรอกว่าใครบ้างที่ตาย"
(...died) แต่ก็อีกนั่นแหละ 'แม้ด-อาย' มู้ดดี้ ไม่ได้ตายซักหน่อย เขาแค่หายตัวไปเท่านั้น
ตามที่ UK เวอร์ชั่นกล่าวไว้อย่างถูกต้อง
ในเล่ม 3 ดัมเบิลดอร์เคยบอกว่าเขาเป็นคนให้หลักฐานในตอนที่ซิเรียสถูกสอบสวน
แต่ในเล่ม 4 ซิเรียสบอกว่าเขาไม่เคยถูกสอบสวนเลย
ในเล่ม 4 กล่าวว่าในโลกเวทมนตร์มีการห้ามใช้พรมเหาะได้ เพราะว่าพรมเป็นของใช้ทั่วไปของพวกมักเกิ้ล
แต่อันที่จริงไม้กวาดก็เป็นไม่ใช่หรือ
ในตอนท้ายของเล่ม 3 รอนได้นกฮูกเป็นของขวัญจากซิเรียส แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ก็อยู่ด้วยในตอนนั้น
แต่ในตอนต้นของเล่ม 4 รอนใช้นกฮูกตัวนั้นส่งจดหมายให้แฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ทำราวกับว่าเขาไม่เคยเห็นนกตัวนี้มาก่อน
(หมายเหตุ : คุณ Pim Witch แย้งมาว่า แฮร์รี่ไม่ใช่เฮอร์ไมโอนี่ซะหน่อย
อาจจะมีการลืมบ้างก็ได้)
'แม้ด-อาย' มู้ดดี้ บอกว่า เจมส์กับลิลี่ พอตเตอร์ถูกฆ่าตายโดยคาถา อาวาดา
เคดาฟรา (Avada Kedavra) ซึ่งคนอื่นๆที่ถูกฆ่าโดยคาถานี้ ก็คือจะล้มลงและขาดใจตายไปเลย
แต่ในเล่มหนึ่ง เพ็ตทูเนียกล่าวว่าน้องสาวของเธอทำเรื่องจนโดนระเบิดตายไป
และแฮกริดก็บอกไว้ในเล่มหนึ่งนี้เช่นกันว่า บ้านของครอบครัวพอตเตอร์ถูกทำลายเกือบหมด
ซึ่งถ้าลิลี่ถูกฆ่าตายด้วยคาถา อาวาดา เคดาฟรา เธอก็น่าจะแค่ตายเฉยๆ
(หมายเหตุ : คุณ Pim Witch แย้งมาว่า ยังไงก็น่าจะมีการต่อสู้กันก่อน อาจต่อสู้กันแบบรุนแรงก่อนที่จะใช้คาถานี้ก็ได้)
ในเล่มหนึ่งเมื่อตอนที่ฮอกวอตส์ส่งจดหมายมาให้แฮร์รี่ มีครั้งหนึ่งที่กล่าวว่าจดหมายพุ่งออกมาทางเตาผิง
แต่ในเล่ม 4 เมื่อตอนที่ครอบครัววีสลีย์มารับแฮร์รี่ที่บ้านเดอร์สลีย์
พวกเขากลับติดกันอยู่ในเตาผิง ออกมาไม่ได้
(หมายเหตุ : คุณ อภิเดช ชีวะประเสริฐ แย้งมาว่า ครอบครัววีสลีย์ออกมาจากปล่องไฟไม่ได้เพราะตอนเล่ม
1 ที่จดหมายพุ่งออกมาลุงเวอร์นอนได้ปิดทางเข้าปล่องไฟไปแล้ว)
ในหน้า 606 ของ UK เวอร์ชั่น แฮร์รี่อธิบายให้ดัมเบิลดอร์ฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากที่เขากับเซดริก ดิกกอรี่ สัมผัสถ้วยประลองเวทไตรภาคี แฮร์รี่บอกว่าร่างเงาของพ่อของเขาเป็นคนบอกให้เขาทำอะไรบ้าง
แต่ในหน้า 579 นั้นเป็นแม่ของเขาต่างหากที่เป็นคนบอกให้เขาทำอะไร
(หมายเหตุ : ใน US เวอร์ชั่น แฮร์รี่กล่าวว่าแม่ของเขาเป็นคนบอก)
บาร์ตี้ เคร้าช์ พูดหลังจากที่กินสัจจะเซรุ่ม เข้าไปว่า เขาสลับตัวกับแม่ของเขาที่กำลังจะตาย
ในการหลบหนีออกจากคุกอัซคาบัน เขากล่าวว่าผู้คุมวิญญาณนั้นตาบอด แต่สามารถรับรู้ได้ว่ามีคนแข็งแรงปกติดีหนึ่งคน
และคนที่ใกล้จะตายอีกหนึ่งคน (นายและนาง เคร้าช์) เข้าไปในอัซคาบัน และรับรู้ว่ามีคนแข็งแรงปกติหนึ่งคน
และคนที่ใกล้จะตายอีกหนึ่งคนกลับออกมาจากคุก แล้ว บาร์ตี้ เคร้าช์ ทำได้ยังไงในการเป็นคนที่ใกล้จะตาย
(หมายเหตุ : คุณ ryzder แย้งมาว่า ตอนเขาเล่าเขาบอกว่าเขากำลังป่วยหนัก
ดังนั้นอาจทำให้ผู้คุมคิดว่าเขามีสภาพ แบบคนที่ใกล้จะตายก็ได้)
ในบทที่สอง แฮร์รี่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับอาการเจ็บแผลเป็นที่หน้าผากของเขา
ในวันเดียวกันนั้นแฮร์รี่ก็ได้รับจดหมายจากรอนซึ่งเขียนมาบอกเขาว่า จะมารับแฮร์รี่ในวันอาทิตย์ตอน
5 โมงเย็น แฮร์รี่จึงเขียนตอบกลับไปว่า "เจอกันวันพรุ่งนี้"
แสดงว่าเขาเจ็บแผลในวันเสาร์ แต่ต่อมาเขาบอกกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ที่บ้านโพรงกระต่ายว่าเขาตื่นขึ้นมาในเช้าวันอาทิตย์
พร้อมกับอาการดังกล่าว ซึ่งจริงๆแล้วมันต้องเป็นเช้าวันเสาร์ต่างหาก
นายวีสลีย์บอกว่ากุญแจนำทาง คือวัตถุที่สามารถขนส่งพ่อมดแม่มดจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง
ณ เวลาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า แต่กับถ้วยชนะเลิศประลองเวทไตรภาคี (ซึ่งถูกทำให้กลายเป็นกุญแจนำทาง)
กลับขนส่งใครก็ตามที่มาสัมผัสได้โดยที่ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ก่อน
เนื่องจากแฮร์รี่เกิดในปี 1980 ดังนั้นในเล่มนี้ก็ต้องเป็นปี1994 แต่ในตอนต้นของเล่มนี้
กล่าวว่าดัดลีย์ขว้างเครื่อง Playstation ทิ้งออกไปทางหน้าต่าง ซึ่งจริงๆแล้วในปี
1994 ยังไม่มีเครื่อง Playstation เลย
เมื่อตอนที่แฮร์รี่อยู่ในห้องน้ำสำหรับพรีเฟ็ค
เขาพูดเกี่ยวกับเรื่องการหายใจออกมาต่อหน้าเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ จนทำให้เธอเสียใจเพราะเธอไม่ได้หายใจมานานหลายปีแล้ว
หนังสือกล่าวว่าเธอก้มหน้าลงไปบนผ้าเช็ดหน้าแล้วสูดน้ำมูกเสียงดัง การสูดน้ำมูกก็น่าจะเป็นการหายใจอย่างหนึ่งไม่ใช่หรือ
ในหนังสือ UK เวอร์ชั่น หน้า 345 ตอนที่แฮร์รี่พูดถึงเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญ
หนังสืออธิบายต่อว่าเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญคือผีที่สิงอยู่ที่ห้องน้ำหญิงชั้นสอง
ซึ่งจริงๆแล้วต้องเป็นห้องน้ำหญิงชั้นหนึ่ง ตามที่เล่มสอง หน้า 101 ของ
UK เวอร์ชั่นเคยกล่าวไว้
ในหนังสือ UK เวอร์ชั่นหน้า 344 เฮอร์ไมโอนี่พูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเพื่อนนักเรียนหญิงที่ชื่อ
"Eloise Midgeon" ต่อมาในหน้า 348 มีการพูดถึงเธออีกครั้ง ในคราวนี้ชื่อเธอเขียนเป็น
"Eloise Midgen" ซึ่งตัว "O" หายไป
(หมายเหตุ : มีการกล่าวถึงชื่อของ Eloise Midgen ก่อนแล้วในหน้า 173 (UK
เวอร์ชั่น) ซึ่งสะกดว่า "Midgen" อันนี้น่าจะเป็นการผิดพลาดในการพิมพ์มากกว่า)
ในตอนที่แฮร์รี่สู้กับโวลเดอมอร์ ร่างเงาของผู้ที่เคยถูกโวลเดอมอร์ฆ่าตายปรากฏออกมาทางปลายไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอมอร์
หนึ่งในนั้นก็คือ เซดริก ดิกกอรี่ แต่ในบทก่อนหน้านั้น เป็นปีเตอร์ เพ็ตตริกรูว์ต่างหากที่เป็นคนฆ่าเซดริก
ตามคำสั่งของโวลเดอมอร์
(หมายเหตุ : มีแฟนคนอื่นเขียนมาแก้ว่า ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ใช้ไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอมอร์ในการฆ่าเซดริก
ถ้าลองย้อนกลับไปดูในเล่มสาม ปีเตอร์ไม่ได้มีไม้กายสิทธิ์สำหรับป้องกันตัวเองมาตั้งแต่ตอนที่เผชิญหน้ากับ
ซิเรียส, ลูปิน, แฮร์รี่, รอน และเฮอร์ไมโอนี่ ที่เพิงโหยหวน ก็แน่ล่ะ
เพราะก่อนหน้านั้นปีเตอร์ปลอมตัวเป็นหนูนี่นา)
ในตอนที่แฮร์รี่สู้กับโวลเดอมอร์ ไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอมอร์เกิดการปล่อยคาถาย้อนกลับจากเดิม
ทำให้ร่างเงาของผู้ที่เคยถูกเขาฆ่าปรากฏออกมา เจมส์ พอตเตอร์ออกมาก่อนลิลี่
นั่นก็แสดงว่าเจมส์จะต้องถูกฆ่าหลังจากลิลี่ ซึ่งขัดแย้งกับในเล่มสาม ที่แฮร์รี่ได้ยินพ่อของเขาตะโกนบอกลิลี่ว่าจะถ่วงเวลาโวลเดอมอร์ไว้
ให้ลิลี่พาแฮร์รี่หนีไปก่อน แสดงว่าลิลี่ตายหลังเจมส์
(หมายเหตุ : ข้อผิดพลาดนี้ เกิดในหนังสือเวอร์ชั่น UK และเกิดในช่วงการพิมพ์ครั้งแรกๆเท่านั้น)
ในหนังสือเล่มสองของ US เวอร์ชั่น รหัสผ่านทางไปยังห้องของดัมเบิลดอร์คือ
"หยดน้ำมะนาว" (Lemon Drop) [ใน UK และไทยเวอร์ชั่นใช้ "ไอศกรีมเชอร์เบ็ทรสมะนาว"
(Sherbet Lemon)] แต่ใน US เวอร์ชั่นเล่มสี่นี้ ตอนที่แฮร์รี่ต้องการไปพบดัมเบิลดอร์
แต่ไม่รู้รหัสใหม่ เขาจึงเดารหัสมั่ว โดยในครั้งแรกเขาลองบอกรหัสเก่าดู
แต่กลับกลายเป็นว่าเขาใช้คำว่า "ไอศกรีมเชอร์เบ็ทรสมะนาว" (Sherbet
Lemon) ตาม UK เวอร์ชั่นแทน แสดงว่าเดิมที่ใช้คำว่า "หยดน้ำมะนาว"
(Lemon Drop) นั้น ไม่ได้เอามาจากต้นฉบับของ UK แน่ๆ
ในเล่มสอง กล่าวไว้ว่าเมอร์เทิลจอมคร่ำครวญสิงอยู่ในโถส้วมที่มีคอห่านเป็นรูปตัว
U แต่ในเล่มสี่กลับบอกว่าเธอสิงอยู่ในโถส้วมที่มีคอห่านเป็นรูปตัว S
(หมายเหตุ : ใน US เวอร์ชั่นของเล่มนี้ บอกว่าเป็นคอห่านรูปตัว U)
ในตอนที่แฮร์รี่ไปพักที่บ้านโพรงกระต่ายของครอบครัววีสลีย์ หนังสือกล่าวว่าเขาไม่เคยเห็น
ชาร์ลี หรือ บิล มาก่อน แต่จริงๆแล้ว แฮร์รี่เคยเห็นบิลมาก่อนแล้วจากหนังสือพิมพ์
ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในหนังสือเล่มสาม
ในเล่มสองกล่าวไว้ว่า ทอม ริดเดิ้ล เป็นเด็กยากจน แต่ในบทแรกของเล่มสี่กลับบอกว่าครอบครัวริดเดิ้ล
เป็นครอบครัวที่ร่ำรวยและมีตระกูล
(หมายเหตุ : จริงๆแล้วโวลเดอมอร์ กับพ่อของเขามีชื่อเดียวกันคือ ทอม ริดเดิ้ล
แต่เมื่อพ่อของโวลเดอมอร์รู้ว่าภรรยาของเขาเป็นแม่มด เขาจึงหนีไปอยู่กับพ่อแม่ของเขาซึ่งก็คือตระกูลริดเดิ้ลที่ร่ำรวย
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทอม ริดเดิ้ล จูเนียร์ (โวลเดอมอร์) ก็ตามไปฆ่าพวกนั้นทั้งหมด)
ในตอนต้นของบทแรก เราได้รู้ว่า แฟรงค์ ไบรซ์ เป็นคนหูตึง แต่เขากลับแอบฟังบทสนทนาของโวลเดอมอร์
กับหางหนอน (ปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์) ได้อย่างชัดเจน
(หมายเหตุ : JK ชี้แจงว่าแฟรงค์ใช้หูข้างที่ดีในการแอบฟัง)
|