|
ทำไมฉันจึงยังอ้วนอยู่

|
|
อุปสรรคอย่างหนึ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ล้มเหลวกับการควบคุมน้ำหนักก็คือ
การขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
ความเชื่อเกี่ยวกับความอ้วนที่ผิด
ๆ
อาจทำให้คุณเป็นสุขใจในช่วงเวลาสั้น
ๆ
แต่แล้วก็จะพบว่าในที่สุด......คุณยังคงอ้วนอยู่ |
|
ความอ้วนหรือน้ำหนักเกินเกี่ยวข้องกับโรคทางการเผาผลาญอาหาร
เช่น เบาหวาน
และเมื่อคุณเป็นเบาหวานแล้ว
ก็หมายความว่าโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองแตกมีโอกาสเกิดขึ้นกับคุณได้มากในอนาคตอันใกล้
ฉะนั้นจึงควรรีบกำจัดเสีย |
|
แต่คำพูดที่เราได้ยินกันเสมอ
ๆ คือ"ฉันพยายามอดอาหารแล้ว"
แต่ทำไมน้ำหนักของฉันจึงแทบไม่เปลี่ยนแปลง"
ความจริงต้องยอมรับว่าพฤติกรรมในชีวิตของคนสมัยนี้เอื้ออำนวยต่อความอ้วนเหลือเกิน
ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
ปริมาณของประเภทอาหารที่เรากินมีน้อยลง
ขณะที่น้ำหนักตัวของคนกลับเพิ่มขึ้น
คำอธิบายง่ายนิดเดียว
เพราะอาหารสมัยนี้เราเน้นกินแต่เนื้อสัตว์และไขมันมาก
ๆ
แล้วเราก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูทีวีมาก
และมากขึ้น
เรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
เราใช้รถแทนการเดินหรือปั่นจักรยาน
เราใช้ลิฟต์แทนการขึ้นบันได
เห็นไหมว่ากิจกรรมของเราเผาผลาญอาหารน้อยลง |
|
สัจธรรมของการควบคุมน้ำหนักมีอย่างเดียว
คือ
หลักสมดุลของปริมาณพลังงานจากอาหารที่เราบริโภคกับปริมาณพลังงานที่เราเผาผลาญหรือใช้ไป
บางคนเชื่อว่าต้องควบคุมอาหารหรือไดเอ็ทด้วยการวางแผน
"อดอาหาร"
อย่างเอาเป็นเอาตาย
ห้ามของโปรดทุกชนิด
ใช่มันคงได้ผลดีตราบเท่าที่คุณเคร่งครัดตามโปรแกรมที่วางไว้
แต่คุณแน่ใจหรือว่าจะเคร่งอยู่ได้นานเท่าไหร่
และเมื่อแผนไดเอ็ทถูกยกเลิกลงกลางคัน
น้ำหนักตัวเหล่านั้นก็จะกลับมาอย่างรวดเร็วกว่าตอนที่มันหายไปซะอีก |
|
สิ่งที่คุณควรทำก็คือ
ไดเอ็ทด้วยการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
กินอย่างสมดุลโดยเน้นผักสดและผลไม้
อาหารที่ไขมันต่ำ
และกินอย่างพอประมาณ
ควบคู่ไปกับการออกกำลัง
ทั้งเล่นกีฬาและทำกิจกรรมที่ได้ใช้พลังงานอย่างสม่ำเสมอ
ความเชื่อผิด ๆ
ที่ร้ายแรงอีกอย่างก็คือ
ความคิดที่ว่าสามารถรักษาน้ำหนักเกินและโรคอ้วนได้ด้วยยา
น่าเศร้าค่ะ
ที่ไม่มียาวิเศษอย่างนั้น
(ถ้ามี
โลกนี้ก็ไม่เหลือคนอ้วนแล้วน่ะสิ)
เมื่อคุณหยุดยา
น้ำหนักก็จะกลับมา
หากไม่ปฏิบัติตามหลักสมดุลดังที่กล่าวมาแล้ว
การลดน้ำหนักไม่ใช่เรื่องซับซ้อนนักหรอก
แต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียว
ข้อสำคัญอย่าทำให้มันยากขึ้นด้วยการมัวเชื่อในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอยู่เลย |