โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema หรือ Dermatitis)
![]() |
คือ โรคที่เกิดจากการอักเสบของผิวหนัง ซึ่งแสดงออกมาได้หลายรูปแบบ แล้วแต่ระยะของโรค สามารถแบ่งตามสาเหตุที่เกิดขึ้น ได้ดังนี้ |
| สาเหตุจากภายนอกร่างกาย (Exogenous หรือ Contact dermatitis) |
สาเหตุจากภายในร่างกาย (Endogenous eczema) |
||||
เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างผิวหนังกับสารเคมีที่สัมผัสกับผิวหนัง
สามารถแบ่งออกเป็น
ผื่นสัมผัสนับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมาก เพราะสารที่เป็นสาเหตุ อาจมาจากการประกอบอาชีพ (เช่น โลหะ, ผลิตภัณฑ์ยาง, กาว) เครื่องสำอาง (เช่น น้ำหอม, สารกันบูด, น้ำยาย้อม หรือดัดผม) ซึ่งทำให้เกิดโอกาสที่จะสัมผัสง่าย และหลีกเลี่ยงได้ลำบาก |
เกิดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย
อาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม
โรคในกลุ่มนี้
เรียกชื่อตามลักษณะผื่น สาเหตุ
และบริเวณที่เป็น เช่น Atopic dermatitis,
Seborrheic dermatitis, Discoid หรือ Number dermatitis เป็นต้น
|
อาการ
ผู้ป่วยมักมีลักษณะของผื่นที่สามารถแบ่งได้เป็น
3 ระยะ คือ
![]() |
|
นอกจากนี้ ผู้ป่วยมักมีอาการคันร่วมด้วย ซึ่งถ้าผู้ป่วยเกาก็จะยิ่งทำให้เกิดผิวหนังอักเสบมากขึ้น และเวลาหายอาจมีรอยด่างดำได้
การรักษา
1.
รักษาตามระยะของผิวหนังที่เกิดการอักเสบ
1.1 ระยะเฉียบพลัน : ประคบผื่นด้วยน้ำเกลือ
หรือน้ำยา Burrow 1:40 หรือ Boric Acid 3% วันละ
3-4 ครั้ง
เมื่อผื่นแห้งดีแล้วต้องหยุดประคบ
มิฉะนั้น จะแห้งเกินไป
ทำให้ตึงและแตก
1.2 ระยะปานกลาง
:
ใช้ยาทาสตีรอยด์
ตามลักษณะและตำแหน่งที่เป็นผื่น
1.3
ระยะเรื้อรัง : ใช้ยาทาสตีรอยด์
อาจผสมพวก Salicylic Acid
หรือในรายที่เป็นผื่นหนาแข็ง
อาจจำเป็นต้องฉีดยาที่บริเวณผื่น
2.
การใช้ยารับประทาน
ผู้ป่วยบางรายมีอาการคันมาก
อาจต้องได้ยารับประทานชนิด Antihistamine
ส่วนยาทาภายนอกที่มี Antihistamine
ไม่ควรใช้
เพราะยาทาภายนอกชนิดนี้มีโอกาสแพ้ได้มาก
ในกรณีที่เป็นระยะเฉียบพลัน
ที่รุนแรงมาก
ผู้ป่วยอาจต้องได้รับยารับประทานชนิด
Steroid ร่วมด้วย
3.
การค้นหาสาเหตุ
การแบ่งระยะโรคผิวหนังอักเสบนั้น
เป็นประโยชน์ในแง่การรักษาชั่วคราวเท่านั้น
ผู้ป่วยควรพบแพทย์ผิวหนัง
เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยว่า
เป็นโรคผิวหนังอักเสบชนิดใด
และมีการดำเนินของโรคเป็นอย่างไร
ควรจะปฏิบัติตนเช่นไร
เพราะโรคผิวหนังอักเสบส่วนมาก
มักจะเป็นค่อนข้างเรื้อรัง
และถ้าผู้ป่วยไม่เข้าใจก็อาจจะทำให้เกิดความเครียด
ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญอันหนึ่ง
ที่ทำให้โรคผิวหนังอักเสบเป็น ๆ
หาย ๆ
และอาจนำไปสู่การอักเสบเรื้อรังได้