ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวิทยุสมัครเล่น( กฏ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ )
๑. UNITED NATIONS ORGANIZATION(UNO) คือ องค์การสหประชาชาติ ๒. INTERNATIONAL TELECOMMUNICATON UNION ( ITU ) คือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ๓. INTERNATIONAL RADIO CONSUILTATIVE COMMITTEE ( CCIR ) คือ คณะกรรมการที่ปรึกษาการวิทยุ ระหว่างประเทศ ๔. INTERNATIONAL FREQUENCY REGISTRATION BOARD ( IFRB ) คือ คณะกรรมการจดทะเบียนความถี่ วิทยุระหว่างประเทศ ๕. THE INTERNATIONAL AMATEUR RADIO UNION ( IARU ) คือ สหภาพวิทยุสมัครเล่นระหว่างประเทศ ๖. องค์การระหว่างประเทศ ทีมีหน้าที่ควบคุมประสานงานการโทรคมนาคมระหว่างประเทศ มีชื่อว่า สหภาพโทรคมนาคม ระหวางประเทศ ๗. องค์การะหว่างประเทศที่ปฏิบัติงานและตรวจสอบกิจการวิทยุคมนาคม คือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ๘. การใช้เครืองวิทยุคมนาคม คุณลักษณะทางวิชาการต่าง ๆ ของเครื่องวิ่ทยุคมนาคม จะต้องเป็นไปตามข้อบังคับ วิทยุระหว่างประเทศ ๙. สถานีวิทยุคมนาคมจะต้องใช้คลื่นวิทยุให้ถูกต้องข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ ๑๐. ข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศได้แบ่งโลกออกเป็นภูมิภาคต่าง ๆ ๓ ภูมิภาค ๑๑. ตามข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ ประเทศไทยอยู่ในภูมิภาคที่ ๓ ๑๒. หน่วยงานที่กำหนดสัญญาณเรียกขานระหว่างประเทศคือ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ๑๓. สัญญาณเรียกขาน ( call sign) กำหนดขึ้นเพื่อ เป็นชื่อเรียกขานของสถานีวิทยุ เป็นชื่อเรียกขานประจำตัว พนักงานวิทยุ ๑๔. สัญญาณเรียกขานประกอบด้วย ตัวเลขผสมตัวอักษร ๑๕. ข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศ กำหนดให้สัรญญาณเรียกขาน ประกอบด้วย ตัวอักษรหรือตัวเลข ๑ ตัว หรือ ๒ ตัว กับตัวเลขอีก ๑ ตัว ที่ไม่ใช่ตัวเลข ๐ หรือเลข ๑ ตามกลุ่มตัวอักษรไม่เกิน ๓ ตัว ๑๖. สำหรับสถานีวิทยุสมัครเล่น ข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศไม่มีห้ามการใช้ตัวเลข ๑ หรือ ๐ แต่อย่างได ๑๗. สถานีวิทยุซึ่งต้องมีสัญญาณเรียกขานระหว่างประเทศตามที่ข้อบังคับวิทยุระหว่างประเทศระบุไว้คือ ๑. สถานีวิทยุวิทยุที่ต้องให้บริการติดต่อสาธารณะระหว่างประเทศ ๒. สถานีวิทยุซึ่งอาจทำให้เกิดการรบกวนอย่างรุนแรงเกินพื้นที่ของประเทศซึ่งสถานีนั้นตั้งอยู่ ๓. สถานีวิทยุสมัครเล่น ๑๘. ประเทศไทยใช้สัญญาณเรียกขานระหว่างประเทศดังนี้ HSA-HSZ หรือ E2A-E2Z ๑๙. หน่วนที่เป็นผู้กำหนดสัญญาณเรียกขานสำหรับนักวิทยุสมัครเล่นในประเทศไทย คือ กรมไปรษณีย์โทรเลข ๒๐. ประเทศไทยแบ่งเขตสัญญาณเรียกขานเป็น ๙ เขต ๒๑. สัญญาณเรียกขานสำหรับนักวิทยุสมัครเล่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครคือ HS1 ๒๒. คำว่า"คลื่นแฮรตเซี่ยน" ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ หมาวความว่า ๑๐ กิโลไซเกิลต่อวินาที และ ๓,๐๐๐,๐๐๐ กิโลไซเกิลต่อวินาที ๒๓. การส่งหรือรับเครื่องหมาย สัรญญาณ ตัวหนังสือ ภาพและเสียง หรือการอื่นใด ซึ่งสามารถให้เข้าใจความหมายได้ ด้วยคลื่นแฮรตเซี่ยน เป็นความหมายของคำว่า วิทยุคมนาคม ๒๔. คำว่า" เครืองวิทยุคมนาคม" ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ วิทยุคมนาคม(ฉบัยที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๕ หมายความว่าเครืองส่งวิทยุคมนาคม เครืองรับและส่งวิทยุคมนาคม แต่ไม่รวมตลอดถึงเครื่องรับวิทยุกระจานเสียง เครืองรับวิทยุโทรทัศน์ ไม่รวมตลอดถึงเครืองรับหรือเครืองรับและส่ง วิทยุคมนาคมด้วยคลื่นแฮรตเซี่ยน ตามลักษณะหรือประเภทที่กำหนดในกฏกระทรวง และรวมถึงอุปกรณ์ใด ๆ ของเครืองวิทยุคมนาคมตามที่กำหนดในกฏกระทรวง ๒๕. คำว่า" พนักงานวิทยุคมนาคม"ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ หมาวความว่าผู้ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม ๒๖. คำว่า"สถานีวิทยุคมนาคม" ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ หมายถึง ๑. ที่ส่งวิทยุคมนาคม ๒. ที่รับวิทยุคมนาคม ๓. ที่ส่งและรับวิทยุคมนาคม ๒๗. คำว่า"ทำ" ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ หมายถึง ๑. การแปรสภาพ ๒. การกลับสร้างใหม่ง ๓. การประกอบขึ้น ๒๘. คำว่า "นำเข้า " ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ หมายถึงการ"นำเข้าในราชอาณาจักร ๒๙. คำว่า" นำออก" ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ หมายถึง การนำออกจากราชอาณาจักร ๓๐. คำว่า "ค้า " ตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ หมายถึง ๑. การมีไว้ครอบครองเพื่อขาย ๒. การมีไว้ในครอบครองเพื่อซ่อมแซม ๓๑. เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ ได้แก่ ๑. อธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ๒. รองอธิบดีกรมไปรษณ๊ย์โทรเลข ๓. ข้าราชการในสังกัดกรมไปรษณ๊ย์โทรเลข ตึ้งแต่ระดับ ๕ ขึ้นไป ๓๒. พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.๒๔๙๘ เว้นแต่มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ไม่ใช้บังคับแก่ ๑. กระทรวง ทบวง กรม ๒. นิตจิบุคคลที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง ๓๓. ห้ามมิให้ผู้ใดทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือ ค้า ซึ่งเครืองวิทยุคมนาคม เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจาก เจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ๓๔. ห้ามิให้ผู้ใดรับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่อการโฆษณา เว้นแต่ ได้รับในอนุญาตเจ้าพนักงานผู้ออกไปอนุญาต ๓๕. ใบอนุญาตวิทยุคมนาคม มี ๙ ประเภท ๓๖. ในอนุญาตทำมีอายุ ๑๘๐ วันนับแต่วันออก ๓๗. ใบอนุญาตให้มี มีอายุ ๑ ปี นับแต่ว้นออก ๓๘. ในอนุญาตให้ใข้ มีอายุ ตลอดอายุของเครืองวิทยุคมนาคม ๓๙. ใบอนุญาตให้นำเข้ามีอายุ ๑๘๐ นับแต่วันออก ๔๐. ใบอนุญาให้นำออก มีอายุ ๑๘๐ วันนับแต่วันออก ๔๑. ใบอนุญาตให้ค้าที่ออกให้เพื่อการซ่อมแซมโดยเฉพาะ มีอายุ ๑ ปี นับแต่วันออก ๔๒. ใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคม มีอายุตลอดระยะเวลาที่ผู้รับใบอนุญาตใช้สถานีตามที่ระบุไว้ในใบ อนุญาตเป็นสถานีวิทยุคมนาคม ๔๓. ในอนุญาตพนักงานวิทยุคมนาคม มีอายุ ๕ ปี นับแต่วันออก ๔๔. ใบอนุญาตให้รับข่าววิทยุคมนาคมต่างประเทศเพื่การโฆษณา มีอายุ ๑ ปี นับแต่ว้นออก ๔๕. ๑.ผุ้ได้รับอนุญาตให้ทำ ให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้มีเครืองวิทยุคมนาคมด้วย ๒.ผู้ได้รับในอนุญาตให้ใช้ ให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้มีเครืองวิทยุคมนาคมด้วย ๓.ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ค้า ให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้มีเครืองวิทยุคมนาคมด้วย ๔๖. ๑.ผู้ได้รับในอนุญาตให้นำเข้า ให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้มีเครืองวิทยุคมนาคมด้วย ๒. ผู้ได้รับใบอนุญาตให้นำออก ให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้มีเครืองวิทยุคมนาคมด้วย ๓. ผู้ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานีวิทยุคมนาคมให้ถือว่าได้รับอนุญาตให้มีเครืองวิทยุคมนาคมด้วย ๔๗. สถานีวิทยุคมนาคมต้องใช้คลื่นความถี่ให้ถูกต้องตาม ข้อบังคับว่าด้วยวิทยุคมนาคม ตามภาคผนวกต่อท้าย อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยโทรคมนาคม ๔๘. การกำหนดเงื่อนไขการตั้งสถานีวิทยุคมนาคมเป็นอำนาจของอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข ๔๙. การควบคุมและกำหนดการใช้ความถี่คลื่นสถานีวิทยุคมนาคมต่าง ๆ เป็นอำนาจของอธิบดีกรมไปรษณีย์โทรเลข หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ๕๐. ผู้มีอำนาจประกาศกำหนดให้ผู้ใช้ความถี่คลื่นเพือกิจการใดหรือในลักษณะใดต้องเสียค่าตอลแทนในการใช้ ความถี่คลื่นนั้นให้แก่รัฐบาลได้ตามอัตราที่เห็นสมควรคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
Last Updated 10-8-2001