พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้ถามเทพบุตรตนหนึ่งว่า
"[๗๘]วิมานของท่านสว่างไสวทุกส่วน ปกคลุมด้วยข่ายทองคำ ผูกขึงข่ายกระดึงตั้งอยู่บนภูเขาทอง เสาทุกต้นของ
วิมานนั้นแปดเหลี่ยม อันบุญกรรม ทำดีแล้ว สำเร็จด้วยแก้วไพฑูรย์ที่เหลี่ยมหนึ่งๆ มีรตนะ ๗ ประการอันบุญกรรมเนรมิตแล้ว
มีพื้นอันน่ารื่นรมย์ใจ วิจิตรด้วยแก้วไพฑูรย์ ทองคำ แก้วผลึก รูปิยะ มรกต มุกดา ทับทิม และแก้วมณี วิมานนั้นไม่มีธุลีพุ่งขึ้น
หมู่กลอนทั้งหลายมีสีเหลือง อันบุญกรรมเนรมิตแล้ว ทรงไว้ซึ่งช่อฟ้า บุญกรรมเนรมิตบันได ๔ บันไดในทิศทั้ง ๔ มีห้อง
สำเร็จด้วยรตนะต่างๆ รุ่งเรืองสว่างไสวดุจพระอาทิตย์ มีอัฒจันท์ ๔ จำแนกออกเป็นส่วนๆ รุ่งเรืองสว่างไสวไปตลอดทั่วทิศทั้ง ๔
โดยรอบ ท่านมีรัศมีรุ่งเรืองล่วงเหล่าเทพบุตรผู้มีรัศมีมาก ในวิมานอันประเสริฐนั้นดุจพระอาทิตยอุทัย นี้เป็นผลแห่งทาน
ศีล หรืออัญชลีกรรมของท่าน อาตมาถามแล้ว ขอท่านจงบอกผลกรรมนั้นแก่อาตมา?"
เทพบุตรนั้น อันพระมหาโมคคัลลานเถระถามแล้ว มีความปลาบปลื้มใจ จึงพยากรณ์ปัญหาแห่งผลกรรมที่
ถูกถามนั้นว่า
" ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์อยู่ในเมืองอันธกวินทะ มีจิตเลื่อมใสได้สร้างวิหารถวายพระศาสดาผู้เป็น พระพุทธเจ้าเผ่า
พันธุ์พระอาทิตย์ ด้วยมือของตน ข้าพเจ้ามีใจผ่องใส ได้บูชาด้วยของหอม ดอกไม้ ปัจจัย และเครื่องลูบไล้ แด่พระศาสดาผู้
อยู่ในวิหารนั้น เพราะบุญนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ผลนี้มีอำนาจปกครองนันทนอุทยาน อันหมู่นางอัปสรฟ้อนรำขับร้องห้อมล้อม
รื่นรมย์อยู่ใน สวนนันทวันอันประเสริฐ เป็นที่รื่นรมย์เกลื่อนไปด้วยหมู่นกต่างๆ พรรณ."
จบ สุวรรณวิมานที่ ๔
|