นิตยสาร
TV review รายสัปดาห์ : ปีที่ 5 เล่มที่
226/ 5-11 มีนาคม 2547 ปกทราย เจริญปุระ |
|
![]() |
|
| แดดอ่อนอ่อนของเช้าวันหนึ่ง ทีมงานฝ่ายแฟชั่น TV review ได้โอกาสเปลี่ยนบรรยากาศถ่ายแฟชั่นออกนอกสถานที่ด้วยคอนเซ็ปต์ต้อนรับซัมเมอร์ที่กล้ำกรายเข้ามาทุกที ครั้งนี้ได้ ทราย เจริญปุระ นางเอกร้อยล้านฝีมือคุณภาพ มาใส่ชุดสวยโพสท่าให้ช่างภาพกดชัดเตอร์มือเป็นระวิง หลังจากปล่อยให้เธอสนุกกับการถ่ายแฟชั่นสักพัก เราจึงฉกตัวทรายมานั่งคุยถึงการทำงานและแน่นอนไม่พ้นเรื่องชีวิตส่วนตัว... ทรายเปิดฉากสนทนากับทีมงานตามประสาคนคุ้นเคยว่า... | |
|
|
| ตอนนี้ทรายมีงานหนังเรื่อง Six ที่รับเล่นอยู่ แล้วก็มีงานพิธีกรทั้งหมด 5 รายการ มีรายการสด 2 รายการ คือวันจันทร์กับวันเสาร์ ส่วนงานอื่นก็แล้วแต่ว่าคิวของวันอื่นจะนัดมายังไง กับงานพิธีกรก็เยอะพอสมควรนะ ทั้งงานที่ทำประจำแล้วก็งานนอกด้วย แต่ทรายจัดสรรเวลาได้ เพราะค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว ส่วนละครตอนนี้ยังไม่ได้รับค่ะ เพราะทรายติดหนัง ยังรับละครไม่ได้ หนังที่รับเล่นเรื่อง Six ทรายเล่นกับเพื่อนเพื่อนอีกหกคน เป็นผู้ชายหมดเลย แนวของหนังจะเป็นแนวฆาตกรรม ก็สนุกดี ถามว่ายากไหม? มันก็ต้องยากอยู่แล้วสำหรับการทำงาน แต่สำหรับเรื่องนี้คือว่าไม่ได้เล่นคนเดียว ปกติทรายเล่นหนังก็จะเจออยู่คนเดียวตลอด โดนทารุณกรรมถูลู่ถูกัง ก็จะโดนอยู่คนเดียว แต่เรื่องนี้มีเพื่อนร่วมโดน (หัวเราะ) การทำงานก็สนุกดี มีเพื่อนเยอะ แปลกกว่าทุกเรื่องที่เคยเล่นมา เพราะปกติหนังเรื่องที่เคยเล่นมาก็จะแบบ ทราย...ทรายทั้งวัน โดนคนเดียวตลอด | |
| ส่วนหนังอีกเรื่อง คือ นเรศวร ของท่านมุ้ย (ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล) รับบทเป็นลูกเจ้าเมืองชาวไทยใหญ่ชื่อ เลอขิ่น ในเรื่องจะต้องช่วยรบเพื่อกู้ชาติ ต้องมีฉากสู้รบเยอะ ถ้าเทียบกับสุริโยทัยแล้วอันนี้จะรบเยอะกว่า ทรายก็ต้องไปรบกับเขาด้วย (พูดพลางขำตัวเอง) ตอนแรกที่ติดต่อมาคิดว่าสบาย เป็นเจ้าหญิงในวัง แต่พอเอาเข้าจริงจริง อ้าว...ฉันต้องไปรบด้วยเหรอ(หัวเราะ) ส่วนหนังต่างประเทศก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะ เพราะเวลาที่มีงานเข้ามา เขาจะเป็นคนเลือกเราแล้วเราถึงจะมีโอกาสไปคัดเลือกกับทางนั้นอีกที หนังฮ่องกงเขาก็คงทำไปเรื่อยเรื่อย แต่ว่าถ้ามันมีอะไรที่เหมาะกับเราแล้วเขาก็คงจะเลือกเราเอง ไม่ได้คิดว่าเราต้องได้เล่นหนังอินเตอร์ฯ อะไรแบบนั้น หลังจากเล่นเรื่องแรก A Fighters Blue ก็มีติดต่อเข้ามาบ้างเหมือนกัน แต่ทรายว่าบทของผู้หญิงไทยจะแปลก (ที่ว่าแปลกคือเลิฟซีน?) อะไรอย่างนั้นด้วยค่ะ ทรายว่าเรายังไม่มีความจำเป็นต้องเล่นขนาดนั้น เพราะทรายคิดว่าถ้าจะเลิฟซีน มันก็ต้องมีเหตุผล ไม่ใช่อยู่ๆ เอะอะเลิฟซีน คือมันก็ควรจะให้คนดูรู้สึกว่า เออ...รักกันนะ หรืออะไรแบบนั้น ไม่ใช่คนดูรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้เลิฟซีนดุมากจนลืมเรื่องไปเลย ต้องมีเหตุผลพอ | |
| งานแสดงยังไปได้สวยเช่นเคย แล้วงานเพลงจะมีอัลบั้มใหม่ให้แฟนแฟนได้ฟังกันอีกเมื่อไหร่ล่ะ | |
| เรื่องร้องเพลงคงยังไม่ใช่ตอนนี้ เพราะอย่างที่เห็นว่างานทรายแน่นมาก เฉพาะพิธีกรก็ห้ารายการแล้ว เรื่องเพลงก็ดูดูไปก่อนค่ะ เพราะว่าถ้าจะทำจริงจริงเราก็ต้องหาทีมขึ้นมาใหม่ ซึ่งก็คงต้องใช้เวลา เพราะงานเพลงต้องมีการเตรียมงานกันเยอะถึงจะออกมามีคุณภาพจริงจริง ก็ไม่อยากรีบร้อนทำ ถ้าทำก็อยากทำงานให้ออกมาดีที่สุด แต่ช่วงนี้คงยังก่อน ทำงานที่มีอยู่ให้ดีที่สุดก่อนดีกว่า ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ค่อยว่ากันอีกทีสำหรับเรื่องเพลง | |
| ใช่ว่าอายุจะมาก แต่เห็นเธอทำงานแล้วเรารู้สึกเหนื่อยแทน จนอดสงสัยไม่ได้ว่าทรายทำงานหนักเกินไปรึเปล่า | |
| ก็หนักนะคะ แต่ทรายว่ามันไม่ได้หนักเกินไป เพราะทรายยังทำไหวอยู่ ถ้าเทียบกับอายุแค่นี้ ถึงไม่ทำงานตอนนี้แต่สักวันก็ต้องไปทำอะไรสักอย่างอยู่ดี คือคนเราคงไม่สามารถที่จะอยู่ว่างว่างได้ มันก็ต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่อะไรสักอย่าง แล้วทรายไม่ได้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกทุกวัน ทรายไม่ได้ทำงานหนักทุกวัน อาจจะมีเวลาน้อยกว่าคนอื่น ซึ่งอันนี้เราก็ต้องยอมรับตรงนี้ให้ได้เพราะว่ามันเป็นงานที่เราเลือกเอง และถือว่าเป็นงานที่เรารักด้วย แล้วเราก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง ถ้าว่างก็พักผ่อน เวลาพักผ่อนของทรายจะหมดไปกับการนอน เพราะเรานอนไม่เป็นเวลาอยู่แล้ว ด้วยงานด้วยอะไรหลายหลายอย่าง อย่างหนังเลิกกองหกโมงเช้า อีกงงานหนึ่งคือสืบโมง เราจะไปกองด้วยความง่วงสะโหลสะเหลเพราะเมื่อคืนถ่ายดึก ก็มันไม่ใช่งานของกองเขา ถูกมั้ยพี่ คือที่เราดึกเราไม่ได้ดึกเพราะงานเขา แล้วเราไปทำงานในสภาพห้าสิบเปอร์เซ็นต์ คือถ้าได้สัก 70-80% อาจจะไม่เต็มร้อยก็ยังดี เพราะสังขารบางทีมันก็ไม่ไหวจริงจริง เพราะฉะนั้นเราก็ต้องนอนให้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นจะไม่มีสมาธิ จำบทไม่ได้ หรืออาจจะเบลอเบลอ งงงงอะไรแบบนี้ | |
| หยิบงานชิ้นไหนก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ทรายก็รักที่จะทำมากกว่างานอื่น เราจึงแอบสงสัยไม่ได้อีกว่าเมื่อไหร่จะมีธุรกิจส่วนตัวเหมือนคนอื่นอื่นบ้าง | |
| ทรายเป็นคนไม่ชอบงานบริการ อาจเป็นเพราะว่าเราทำงาน เราเจอคนเยอะแล้ว พอเราว่างว่างเราก็ไม่อยากเจอใครมากมาย แล้วถ้าทำธุรกิจเปิดร้านมันก็ต้องเจอคนอีก คืออยากอยู่เฉยเฉยบ้าง ในอนาคตถ้าไม่ได้เป็นนักแสดงแล้ว ทรายก็อาจจะทำงานอย่างที่ทรายเรียนมา ซึ่งก็คงไม่ใช่แนวเปิดร้าน ก็คงจะไปทำงานด้านโฆษณา แต่ไม่ได้มาในสายขายงานอย่าง AE งานแบบนั้นความเป็นส่วนตัวมันน้อย บางทีทรายยังมีอารมณ์แบบว่าโอ๊ย...เหนื่อย จะเอาอะไรกันนักหนา คือเราก็มีอารมณ์แบบนั้นเหมือนกัน ทุกคนมันต้องมี สมมุติว่าวันนี้เราเลิกงานสามทุ่มแต่ต้องไปเฝ้าร้าน แล้วแขกจะเอาอย่างนั้นอย่างนี้ เราไปโมโหใส่เขา มันไม่ได้ ถ้าเราจะทำเราต้องทำให้ดี ถ้ารู้ตัวว่าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เสมอต้นเสมอปลายเราไม่ทำดีกว่า อย่างงานออกแบบโฆษณาที่ทรายเรียนมา ถ้าทำจริงจริงก็ยังไม่เคยทำเพราะว่าเพื่อนไปฝึกงานกัน ทรายก็ไม่ต้องฝึก เพราะทำงานอยู่แล้ว แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำในสิ่งที่เรียนมาเหมือนกัน | |
| ถึงเวลาส่วนใหญ่จะหมดไปกับการทำงาน แต่สิ่งหนึ่งที่เธอรักไม่น้อยไปกว่ากันนั้นคือ การเขียนหนังสือ ที่หลายคนคงชื่นชมผลงานของเธอมาบ้างเหมือนกัน | |
| ตอนนี้ทรายเขียนหนังสือประจำอยู่ที่มติชนสุดสัปดาห์ ส่วนพ็อกเกตบุ๊คต้องเลือกอีกหน่อย เพราะต้องรวมเรื่องที่เป็นในแนวทางเดียวกันด้วย แล้วก็ถ้ามันไม่ว่างที่จะไปเขียนอย่างอื่น ทรายก็ต้องเขียนให้งานประจำก่อน ทรายเป็นคนชอบอ่านหนังสือ แล้วพอคนชอบอ่านมันก็ชอบเขียน คือมันก็เหมือนกับเราได้เล่า อย่างตอนนี้ที่เขียนให้กับมติชน จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับหนังสือ เราก็รู้สึกว่าเราชอบที่ได้เล่าเรื่องที่เราชอบให้คนอื่นเขาได้อ่าน ก็รู้สึกดี (เป็นคนที่มีจินตนาการสูงรึเปล่า) ก็คงเป็นแบบนั้นด้วยมั้ง ก็คือด้วยภาพของงานทรายจะไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นคนมีจินตนาการอะไรแบบนั้นเท่าไหร่ แต่จริงจริงทรายเป็นคนเงียบเงียบ จะเรื่อยเรื่อยอะไรก็ได้ แบบนั้นด้วยซ้ำ ปกติการอ่านหนังสือเราก็ต้องคิดตามอยู่แล้ว คิดตามภาพที่เขาบรรยายมา จริงจริงมันก็ต้องมีเพราะมันเป็นส่วนประกอบของงานอดิเรกที่เราชอบ แรงบันดาลใจก็รอบรอบตัว อย่างถ้าเราเห็นอะไรก็นำมาเขียนได้ถ้ามันกระทบใจพอ คือบางเรื่องเราเจอแล้วเราอยากเล่าให้เพื่อนฟัง ก็คือเป็นแรงบันดาลใจเหมือนกัน | |
| โดยส่วนตัวทรายอ่านหนังสือได้ทุกแนว พออยู่เฉยเฉยก็หยิบหนังสือมาอ่านได้ตลอดเวลา แล้วทรายมีนักเขียนในดวงใจเยอะแยะไปหมด อย่าง รงค์ วงษ์สวรรค์ หรือว่า สรจักร ที่ออกแนวลึกลับหน่อย ทุกแนวอ่านได้ทั้งนั้น ส่วนแนวที่ทรายไม่อ่านเลย คือ หนังสือแนววิญญาณ หรือหนังสือแนวเรื่องปาฏิหาริย์ ทรายเชื่อนะคะว่าความดีมีจริง เพียงแต่ว่าถ้าเราอยากจะให้มันเกิดกับเรา เราต้องทำ ไม่ใช่อ่าน มันเหมือนฝันยังไงไม่รู้ แต่บางคนเขาอ่านแล้วเขาอาจจะรู้สึกว่ามันทำให้ชีวิตมีกำลัง มีความหวัง แต่สำหรับทราย ทรายมีกำลังอยู่แล้วไง ก็เลยไม่ต้องอ่าน หรือว่าถึงทรายรู้สึกไม่ดีทรายก็คงไม่อ่าน เพราะว่าหนังสือพวกนี้ช่วยทรายไม่ได้ ก็เลยไม่อ่าน และเป็นหนังสือที่ทรายไม่ซื้อ แต่ถ้าเป็นหนังสือฆาตกรฆ่าโหดอย่างนั้นทรายอ่าน แต่จะไม่ชอบ How to มันมี How to กี่อย่างแล้ว ถ้าไปเห็นตามร้านหนังสือจะเห็น How to เยอะมากมาก เป็นชั้นเฉพาะของ How to เลย จริงจริงแล้วชีวิตมันไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จขนาดนั้น อย่างเช่นถ้าเราอยากรวยเราต้องอ่านหนังสือเล่มนั้นเหรอ จริงเหรอ (หัวเราะ) ทำไมไม่นั่งอยู่บ้านแล้วเก็บตังค์ หรือขยันทำงานล่ะ คือแต่ละคนก็ต้องมีวิธี ชีวิตคนมันไม่เหมือนกันใช่ไหมคะ จะมาสรุปว่า สมมุติคนสิบคนอ่านหนังสือเล่มนั้นแล้วต้องรวยทุกคน ทรายก็แบบ จริงเหรอ? คือเรามีความรู้สึกว่าเราไม่ต้องพึ่งหนังสือแบบนี้ เราต้องพึ่งตัวเอง ถ้าเราอ่านแล้วไม่ทำก็ไม่มีประโยชน์ สู้ไม่อ่านแต่ทำดีกว่า | |
| งานเขียนหนังสือเป็นสิ่งที่ต้องใช้ประสบการณ์พอสมควร ซึ่งทรายเองก็อาศัยศึกษาจากนักเขียนฝีมือดีหลายหลายคน เพื่อพัฒนางานเขียนของตัวเอง | |
| ถ้าถามว่าดึงมาเลยมั้ยมันก็ไม่ถึงกับดึงมา แต่ว่าถ้าเป็นในส่วนของวิธีการเล่าเรื่องมันคงจะต้องมีบ้าง ในเรื่องของภาษาหรือจังหวะก็คงจะต้องติดมาบ้างอันนี้เป็นธรรมดา เพราะว่ามันเป็นเรื่องของอิทธิพล เหมือนกับเราอยู่กับพ่อแม่เราก็จะเหมือนพ่อแม่ อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แล้วหนังสือมันมีอิทธิพลต่อความคิดด้วย ซึ่งถ้าถามทราย ทรายบอกไม่ถูกหรอกว่าทรายจะเหมือนใคร แต่ต้องให้คนอื่นที่เขาอ่าน แล้วเขาจะบอกได้ ส่วนฟีดแบ็กที่ได้รับกลับมาก็ดีมากค่ะ คนอ่านงานเขียนของทรายค่อนข้างจะเป็นผู้ใหญ่ ทรายจะลงอีเมล์ไว้ในคอลัมน์ด้วย ก็จะมีคนส่งมาหา ดีใจที่เขาอ่าน กลุ่มผู้อ่านส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ทำงานแล้ว ทรายก็ถามเขานะว่าอยากให้เขียนเรื่องอะไรแนะนำได้นะคะ แต่ส่วนใหญ่จะบอกว่าเขียนอะไรก็ได้ เพราะเราไม่ใช่คอลัมน์แนะนำหนังสือ เราไม่ได้เขียนอย่างนั้น แต่เราเขียนถึงเรื่องนี้เพราะอ่านแล้วเรานึกถึงสิ่งนั้นสิ่งนี้ แล้วเราไปเจอเรื่องนี้มาแล้วก็เลยนึกถึงหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา มันเหมือนการแชร์ประสบการณ์กันมากกว่า มันไม่ใช่การขายของ | |
| มัวแต่ทำงานจนไม่มีเวลาแบบนี้ แล้วเอาเวลาไหนไปสวีทกับแฟน (นัต เอมรัฐ) ผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการโทรทัศน์ในเครืออาร์.เอส.ฯ ล่ะจ๊ะ? | |
| ก็เหมือนเดิม ทรายอยากให้เขาทำอะไรทรายก็บอก เขาก็ทำให้ แต่ไม่ใช่ว่าโรแมนติกมาก ทรายก็ไม่รู้จะเล่าอะไร ทุกอย่างเหมือนเดิม เหมือนกับเวลาสั่งข้าว แล้วแบบ...เอาอย่างนี้อีกที่หนึ่ง คือมันก็เหมือนเดิม ไม่ใช่ว่าจะกุ๊กกิ๊กมากกว่าเดิม คือมันก็มีแค่นี้ ไม่ใช่ว่า เขาน่ารักมากเลยค่ะ เอาดอกไม้มาให้ มันก็ไม่ใช่เรา ถ้าทำแบบนั้นเราก็คงแบบ อึ๊ย...อะไรล่ะ แกเป็นใคร อะไรแบบนี้ไปเลย (ขำตัวเอง) คบกันมาจนถึงตอนนี้ทรายก็รู้สึกว่าเราสนิทใจขึ้น เพราะมันก็ต้องมากขึ้นไปเรื่อยเรื่อยอยู่แล้ว เพราะคนเราเป็นแฟนกันก็ต้องผูกพันกันขึ้นไปเรื่อยเรื่อย หมายถึงว่า ถ้าตอนนี้ต้องเลิกกันเราก็ต้องเสียใจมากกว่าตอนเริ่มคบ ประมาณอย่างนี้ค่ะ ส่วนเรื่องเวลา ถ้าถามว่ามีเวลาให้กันมั้ย แน่นอนว่าทรายไม่มีเวลาเท่ากับคู่รักอื่นอื่นอยู่แล้ว แล้วเราไม่ได้พยายามที่จะแบบว่าทุกวันอังคารเราจะไม่รับงานเพื่อที่จะได้มาเจอกันหรืออะไร เราทำงาน เขาก็รู้ว่าเราทำงาน ไม่ใช่ว่าฉันไม่ว่างเพราะว่าหนีหรือแอบไปเที่ยวอะไรแบบนั้น คือที่เราไม่ได้เจอกันเพราะว่ามีงานที่ต้องรับผิดชอบ ดังนั้นถ้าคุณโกรธเพราะเราเป็นคนรับผิดชอบก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ซึ่งเขาก็ไม่โกรธและเข้าใจ เพราะเขาก็ต้องทำงานเหมือนกัน ไม่ใช่เด็กเด็กแล้ว ถ้าจะเป็นแฟนกันจริงจริงก็ต้องเข้าใจกัน สมมุติถ้ามีอาชีพเป็นแอร์โฮสเตสไม่ยิ่งแย่กว่าเหรอ อยู่ไกลก็ไกล คุยกันก็ไม่ได้ นี่เราเดี๋ยวก็เจอกัน แต่อาจจะดึกหน่อย หรือว่าเวลามันไม่ค่อยปกติเหมือนคนทั่วทั่วไป แต่ว่าเดี๋ยวก็มีวันหยุด ก็เจอกันได้ | |
| ถึงตอนนี้ถ้าถามทรายเรื่องความรัก ก็ต้องบอกว่าดี ทรายว่าความรักมันก็เป็นเรื่องดี แต่บางครั้งที่เรารู้สึกว่าบางคนเลิกกับแฟน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ก็แค่คนเราเข้ากันไม่ได้ ส่วนเรื่องอนาคตยังไม่ได้คุยกันถึงขนาดนั้น เพราะทุกวันก็จะต้องก้าวหน้าไปเรื่อยเรื่อยอยู่แล้ว ก็เลยไม่ได้คุยเรื่องแต่งงาน อย่างบางคนที่เขาวางแผนกันไว้ แล้วก็มาเลิกกัน มันก็เซ็งนะ งานแต่งล้มนี่ทรายว่ามันโคตรเซ็งเลยนะ ก็เลยแบบว่า แพลนทำไมวะ... คืออยู่แบบนี้มันก็ไม่มีปัญหา มันก็ดีอยู่แล้ว คือถ้าเกิดเบื่อเบื่อไม่มีอะไรทำ คงลุกขึ้นมาแต่งงาน ประมาณแบบนั้นมากกว่า ไม่ได้แพลนเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ ถ้าเป็นเรื่องงานทรายยังวางแพลนมากกว่า หรือว่าเราอาจจะชอบงานมากกว่าก็ได้ | |
แหม... เล่นทิ้งท้ายแบบนี้
ระวังหวานใจจะงอนไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ! |
|