ทางสถาบันวิจัยคาดว่า จะเปิดตัวต้นแบบแลปทอป 100 เหรียญฯได้ในงาน World Summit on the Information Society (WSIS) วันที่ 17 พฤศจิกายน ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นในเมืองตูนิส ประเทศตูนิเซีย ตั้งแต่วันที่ 16 18 พฤศจิกายน
ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา Negroponte ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแลปทอป 100 เหรียญฯ เพิ่มเติมว่า มันจะทำงานที่ความเร็ว 500MHz โดยใช้ระบบปฏิบัติการโอเพ่นซอร์ส Linux เวอร์ชันที่ลดการทำงานที่ไม่จำเป็นลงไป เพื่อให้เล็กที่สุด และทำงานได้ ซึ่งในส่วนการแสดงผลของหน้าจอจะมี 2 โหมดด้วยกัน โดยสามารถแสดงผลในโหมดสีได้ และเมื่อกดปุ่ม หรือสลับการทำงานด้วยซอฟต์แวร์ หน้าจอจะเปลี่ยนการแสดงผลเป็นโหมดขาวดำที่สามารถมองเห็นได้ภายใต้แสงอาทิตย์ สำหรับต้นทุนของส่วนแสดงผลจะอยู่ที่ประมาณ 35 เหรียญฯ ( ประมาณหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าบาท)

แลปทอป 100 เหรียญฯ สามารถใช้พลังงานจากอะแดปเตอร์ AC หรือผ่านทางข้อต่อมือหมุน ซึ่งจะอยู่ในตำแหน่งบานพับของแลปทอป โดยอัตราแลกเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าต่อการหมุนจะเป็น 10 ต่อ 1 นั่นหมายความว่า เมื่อเด็กๆ หมุนข้อต่อนี้เป็นเวลา 1 นาที แลปทอปจะมีพลังงานไฟฟ้าให้ใช้ได้นาน 10 นาที และเมื่อปิดแลปทอปลงมา บานพับจะทำหน้าที่เป็นที่จับได้ และสาย AC ยังใช้เป็นสายหิ้วสะพายได้อีกด้วย
สำหรับตัวแลปทอปเองจะค่อนข้างมีความทนทาน เนื่องจากคาดว่าจะทำด้วยยาง ส่วนประกอบการทำงานอื่นๆ ก็จะมีพอร์ต USB 4 พอร์ต สามารถเชื่อมต่อแบบ Wi-Fi และกับมือถือ โดยมาพร้อมกับหน่วยความจำ 1GB แลปทอปแต่ละตัวจะทำตัวเหมือนเป็นโหนดของเครือข่ายเร่งด่วนแบบ P2P นั่นหมายความว่า แลปทอปจะสามารถเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตได้โดยตรง เมื่อมีแลปทอปเครื่องหนึ่งในเครือข่ายเปิดขึ้นทำงาน และเชื่อมต่อเน็ตเรียบร้อยแล้ว โดยแลปทอปพวกนี้จะสามารถแชร์การเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวได้

แลปทอปรุ่นนี้ยังสามารถใช้งานได้หลากหลายวิธีอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ , อีบุ๊ก , โทรทัศน์ หรือแม้แต่แท็บเล็ต และเพื่อป้องกันการขโมย ทางทีมวิจัยคิดถึงขั้นที่จะใส่ชื่อของเด็กเข้าไปในแลปทอปด้วย
ทางสถาบันจะเริ่มส่งแลปทอปดังกล่าวออกไปยังประเทศต่างๆ ได้แก่ บราซิล , จีน , อียิปต์ , แอฟริกาใต้ และไทย ซึ่งสำหรับในสหรัฐ โดยเฉพาะในรัฐแมสซาจูเสต จะมีการใช้แลปทอปเหล่านี้กับโรงเรียนเด็กๆ ด้วย
Negroponte หวังว่าจะสามารถผลิตแลปทอปได้ 5 15 ล้านเครื่อง เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดก่อนสิ้นปี 2006 และในเดือนธันวาคม 2007 เขาประมาณการว่าจะมีการใช้แลปทอปรุ่นนี้ 100 150 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นสามเท่าของยอดขายทั้งปีของโน้ตบุ๊กในปัจจุบัน