เรื่องของคน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องของคนต่างเชื้อชาติ
ต่างศาสนา ขอให้ยอมรับความจริงในข้อนี้ แม้ในทางประวัติศาสตร์
ก็ถือว่าเป็นคนต่างเชื้อชาติ
การแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ คิดอย่างไรก็ไม่ออก เพราะเราหลอกเขาว่าเป็นคนไทย
ซึ่งที่จริงเขาเป็นคนมลายู ตัวที่เป็นปัญหาก็คือ การหลอกว่าตัวเขาเองเป็นคนไทย
ผมเห็นใจข้าราชการซึ่งมาปฏิบัติราชการใน 3 จังหวัดภาคใต้เป็นอย่างมาก
ที่ต้องมาเผชิญกับปัญหาการทำงานเช่นนี้ ขอให้ทุกคนยอมรับความจริงที่ว่า
เขาไม่ใช่คนไทย อย่ากังวลเดือดร้อนให้มากเกินไป พยายามปรับตัวให้อยู่กับปัญหาให้ได้
จงพยายามทำให้ดีที่สุด
ข้างต้นคือข้อความบางตอนจากคำปราศรัยของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งเดินทาง ไปตรวจราชการจังหวัดยะลา
และกลาวปราศัยต่อหน้าข้าราชการ ณ หอประชุมศาลากลางจังหวัดยะลา
เมื่อ 1 ก.พ.2519 หลังการประท้วงใหญ่ที่ปัตตานี
ปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเหลือพื้นที่เดียวที่ยังคงมีอยู่ที่เป็นพื้นที่พิเศษ
บทสัมภาษณ์ของ พล.อ.เชาวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลด้านความมั่นคง
ซึ่งได้กล่าวไว้ หลังกรณีตำรวจถูกยิงเสียชีวิตพร้อมชาวบ้านหลายคน
เหตุเกิดขึ้นหลายจุดของจังหวัดปัตตานี พร้อมกับพูดถึง นโยบายพื้นที่ปฏิบัติการพิเศษ
ถ้าจะว่ากันไปแล้ว รัฐบาลไทยรักไทยขึ้นบริหารประเทศเพียง 2
ปี และมีแนวนโยบาย พร้อมกลไก ในการแก้ปัญหาจังวัดชายภาคใต้ถึง
3 อย่างด้วยกันคือ
1.จัดพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ภายใต้การบริหารแบบผู้ว่า
CEO
2.ยุบ ศอ.บต. ซึ่งเป็นเบรนไชลด์ ของพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นศูนย์ดำรงธรรม
ซึ่งเป็นเบรนไชลด์ของตน
3. ประกาศเป็นพื้นที่ปฏิบัติราชการพิเศษ และเพิ่มสีสัน เพื่อบ่งบอกวิสัยทัศน์
ของผู้นำประเทศ ที่ประสบความสำเร็จ จากองค์กรธุรกิจก็คือ หลักบูรณาการ
(intergration) ซึ่งจะพิจารณากันอย่างเป็นธรรมแล้ว ก็ย่อมถือได้ว่า
เป็นคณะรัฐบาล ที่มีความจริงจัง ในการแก้ปัญหามากทีเดียว และไม่เพียงแต่เท่านั้น
รัฐบาลทักษิณยังลงทุนแต่งตั้ง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หรืออาจารย์วัน
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกด้วย ว่ากันง่ายๆ ก็คือมีทั้งอำนาจและดาบอยู่ในมือ
ถ้าจะถามว่า ณ วันนี้รัฐบาลแก้ปัญหา และปรามสถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ไหม?
คำตอบคือ ยัง ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงอยู่ในลักษณะคลื่นใต้น้ำ
ที่รอช่วงโอกาสที่เหมาะสม ในการประทุและสร้างความเสียหาย
ดังนั้น การจัดแพ็กเก็จตามที่กล่าวมาข้างต้น ไม่น่าจะบรรลุถึงความสำเร็จในการแก้ปัญหาตามที่รัฐบาลต้องการได้
เพราะนัยแห่งความสำเร็จในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังไม่ชัดเจนพอ
กล่าวคือ ต้องการให้คน 3 จังหวัดยอมรับความเป็นไทยร้อยเปอร์เซนต์ทั้งใจและกายกระนั้นหรือ?
ความยากจนหมดสิ้นจากพื้นที่นี้? และอื่นๆ
ณ วันนี้รัฐบาลจะต้องกำหนดเป้าหมาย การใช้นโยบายพิเศษแต่ละด้านต่อ
3 จังหวัดภาคใต้ให้ชัดเจน มิใช่ระบุแต่เพียงการแก้ปัญหา และการสร้างความเจริญเท่านั้น
เมื่อพูดถึงการแก้ปัญหาและความเจริญต่อพื้นที่นี้ ก็มีประเด็นที่จะถกเถียงอภิปรายกันมากพอสมควร
การให้ผู้ว่า CEO มีอำนาจในการแก้ปัญหา และการดำเนินนโยบาย
ตามความต้องการของรัฐบาล มีประเด็นที่น่าจะกล่าวถึงสำหรับผู้ว่า
CEO อยู่ 2 ประเด็นคือ 1.ความเข้าใจในรากฐานของปัญหาที่แท้จริง
2.การใช้อำนาจอย่างถูกต้อง และเป็นธรรม ในฐานะนักปกครองมีมากน้อยเพียงใด
ผู้ว่า CEO สำหรับ 3 จังหวัดชายแดนใต้นั้นได้มากจากการเลือกของบิ๊กมหาดไทย
จึงทำให้เกิดคำถาม ในหมู่สมาชิกสภาน้ำชาในพื้นที่ว่า ผู้ว่า
CEO ทั้ง 3 คนนั้นถูกคัดเลือกมา เพื่อเป็นกลไกในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
หรือว่าเพื่อการวางแผนในการเลือกตั้งที่จะมาถึงอีก 2 ปีข้างหน้ากันแน่
โดยเฉพาะสนามเลือกตั้งจังหวัดยะลา ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนตัวแคนดิเดทคนใหม่
ที่เป็นญาติสนิท กับบิ๊กมหาดไทย ผู้มีนามสกุล มะทา นั่นเอง
ฉบับที่ 296 30 สิงหาคม-5 กันยายน 2546
เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2546 เวลา 12:15:58 น.