พัฒนาการนโยบายรัฐบาล
เกี่ยวกับจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส
 
..
   
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
   

 

จี้รัฐเพิ่มโอกาสศึกษามุสลิมใต้ หลัง รมว.กลาโหม ปากเป็นพิษ

           นักการศึกษา มอ.ปัตตานี อัด “ธรรมรักษ์” ปากเป็นพิษ ชี้ที่ระบุว่า นักศึกษาชายแดนใต้ ไปเรียนต่อ แถบอาหรับพัวพันก่อการร้าย เผยได้ส่งผลให้ประเทศเหล่านั้นงดมอบทุนแล้ว ถือเป็นการปิดกั้น โอกาสทางการศึกษา ของเยาวชนมุสลิม ชายแดนใต้ จี้ให้รัฐบาลออกมารับผิดชอบโดยด่วน
           นายอัฮหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่ สำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง มอ.ปัตตานี เปิดเผยถึงกรณีที่ พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหมกล่าวว่า นักศึกษา ชายแดนใต้ ที่จบจากประเทศอาหรับ เกี่ยวพันกลุ่มก่อการร้าย จนส่งผลให้มีการยกเลิก การให้ทุนสนับสนุน เด็กมุสลิมไทย ไปเรียนต่อยังประเทศอาหรับว่า หากมองในทางตรง ก็เป็นผลกระทบ ต่อการพัฒนาการศึกษาของคนในพื้นที่ ซึ่งก็ขาดโอกาส ทางการศึกษาอยู่แล้ว
           โดยเฉพาะเด็ก จากโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาที่มีการเรียนวิชาการขึ้นทะเบียนถูกต้องนั้น ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้คือ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส แต่ละปีมีเด็กจบระดับ ม.6 นับหมื่นคน ได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีเพียงไม่เกิน 1 พันคนเท่านั้น ด้วยเหตุผลหลายประการ ทั้งจากความยากจน การอ่อนประสบการณ์ ในการเข้าศึกษาต่อในกรุงเทพฯ ทั้งทางวิชาการและประสบการณ์ชีวิต
           “เด็กๆ ในพื้นที่ต้องเรียนศาสนา ควบคู่พร้อมกันกับสายสามัญ ตามวิถีชีวิตมุสลิมในพื้นที่ การที่ประเทศอาหรับ ให้ทุนนับเป็นอีกหนึ่งทางเลือก แต่ละปีก็เพียงไม่กี่ร้อยทุน ยังนับว่าน้อยมาก ทางแก้ที่ผ่านมา โรงเรียนเอกชน สอนศาสนา ต้องเปิดเพิ่มจากแค่ ม.6 หรือชั้น 10 เป็นระดับอนุปริญญาหรือชั้น 11-12 แต่ก็มีไม่กี่แห่ง เด็กที่จบระดับ 12 สามารถไปต่อปริญญาตรีอีก 2 ปีได้ที่มหาวิทยาลัยในอินโดนิเซียเท่านั้น ซึ่งก็ยังเป็นข้อจำกัด” นายอัฮหมัดสมบูรณ์กล่าวและว่า แม้ปัจจุบัน กระทรวงศึกษาธิการ จะอนุญาตให้ขยายชั้นเรียนระดับ 11-12 ได้อย่างถูกต้องแล้ว แต่เป็นเพราะโรงเรียนในพื้นที่ ยังขาดแคลนหลายด้าน เช่น งบประมาณ บุคลากร สถานที่ อาคารเรียน เป็นต้น
           เมื่อรัฐบาล ประเทศอาหรับยกเลิกการให้ทุนแก่นักเรียนไทย อันเป็นผลมาจาก ที่แกนนำรัฐบาลไทยเป็นต้นเหตุ ก็ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาล จะต้องเข้ามารับผิดชอบ การศึกษาของเด็ก จากการขาดโอกาส ได้รับทุนต่างประเทศครั้งนี้ เพราะความเป็นจริงแล้ว การศึกษาในประเทศ ที่ควบคู่ไปกับศาสนาระดับปริญญาตรีนั้น ไม่เพียงพอ หรือถือว่า ขาดแคลนอย่างมากก็ได้ เพราะมีอยู่ที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา มอ.ปัตตานี แห่งเดียวเท่านั้น และแต่ละปี สามารถเปิดรับเด็ก เข้าเรียนได้เพียง 100 กว่าคนเท่านั้น ขณะที่ในแต่ละปี เด็กในชายแดนใต้ ที่ต้องการศึกษาต่อ ระดับปริญญาตรีทางศาสนา มีมากถึงระดับหลายหมื่นคน
           “ตรงนี้ก็จะนับเป็นจุดเริ่ม ที่รัฐบาลจะต้องกลับมาพิจารณา การเพิ่มศักยภาพ ทางการศึกษาในพื้นที่อย่างจริงจรัง ด้วยผลกระทบ ที่ผู้บริหารในรัฐบาล เป็นคนปิดกั้นการศึกษาของเด็กเอง และชาวบ้านกำลังจับตามองว่า เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ รัฐบาลจะลงมาช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา การศึกษาของเด็กหรือไม่ หากล่าช้า ก็จะเกิดความหวาดระแวง ต่อคนในพื้นที่ต่อไป ซึ่งการที่ผู้บริหารระดับประเทศ ออกมาให้สัมภาษณ์ ในลักษณะอย่างนี้ ถือเป็นการทำลายความรู้สึกต่อคนในพื้นที่ ขณะที่รัฐบาล ยังไม่มีทางออกที่ดี ในด้านการศึกษา ให้คนในพื้นที่” นายอัฮหมัดสมบูรณ์ กล่าวตบท้าย

ฉบับที่ 292 2-8 สิงหาคม 2546
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2546 เวลา 10:33:10 น.