25 ก.ค.ที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา ร่วมกับ
คณะรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต ภาคพิเศษ (นิด้า) หาดใหญ่ จัดสัมมนาเรื่อง
แนวโน้มการปฏิรูป โครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมี ดร.สมบัติ
ธำรงธัญวงศ์ ผอ.หลักสูตร รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ภาคพิเศษ
นิด้า พิษณุโลก ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการ ครม. เป็นวิทยากร และ ผศ.ทวีศักดิ์
สูทกวาทิน ผอ.หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต ภาคพิเศษ
นิด้า หาดใหญ่ เป็นผู้ดำเนินการอภิปราย
ดร.สมบัติ แสดงความเห็น เกี่ยวกับวิวัฒนาการ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ตั้งแต่หลังยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครอง มาจนถึงวันนี้ว่า มีความพยายามที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
โดยให้ฝ่ายบริหาร มาจากากรเลือกตั้งโดยตรง ให้ประชาชนเกิดความสับสนน้อยลง
ซึ่งถ้าหากยังใช้โครงสร้างแบบเดิมๆ และอยู่นานๆ ทางการปกครองเรียกว่ามีอิทธิพล
แม้กระทั่งการปกครอง ในระดับชาติก็ตาม รวมทั้งในระบบการบริหารแบบเดิม
จะเกิดความไม่มีเสถียรภาพ เมื่อได้เสียงไม่เกินครึ่งจะมีการต่อรองผลประโยชน์
ส่วนการเลือกตั้งผู้บริหารโดยตรง แม้จะมีการเรียกร้องมากขึ้น
แต่ยัมองว่ากลไกการบริหาร ยังใช้ระบบเดียวอยู่ โดยเฉพาะการบริหารงบประมาณ
และการตรวจสอบของสภา เมื่อใครที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ผมสนับสนุน ให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีความมุ่งมั่น
ในการพัฒนาท้องถิ่นจริงๆ ผมมีความเห็นว่ารัฐบาลไม่ควรยุบทั้ง
อบต.และ อบจ. ดร.สมบัติกล่าว
ดร.เอนกมองว่า การเลือกตั้งโดยตรงเป็นของใหม่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ต้องสร้างเป็นโรงเรียน ฝึกพลเมือง ให้ประชาชน มีความกระตือรือร้นทางการเมืองมากขึ้น
ตนไม่เห็นว่าท้องถิ่นไม่มีความพร้อม ถึงแม้ว่าตรงไหนไม่พร้อม
ก็ทำให้พร้อม ทำอย่างไรให้ นายก อบจ. นายกเทศมนตรี และนายก
อบต.ทำงานได้ และไม่เพียงแต่การกระจายอำนาจให้ จะต้องมีการกระจายรายได้
วัฒนธรรมและประชาสังคมด้วย
ผมว่าไม่ต้องรอให้ท้องถิ่น พร้อมถึงจะให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด
จะต้องทำให้ท้องถิ่นมีความพร้อม และสามารถทำงานได้ ประสานงาน
ระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นให้ดี ดร.สมบัติกล่าว
ดร.บวรศักดิ์กล่าวว่า ไทยลอกรูปแบบของ อบจ.มาจากฝรั่งเศส บัดนี้ถึงเวลาแล้ว
ที่จะต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเริ่มต้นที่ อบต. เทศบาล
ส่วนในสภาท้องถิ่น ต้องมีระบบกระตุ้นระบบพรรค และการบริหารท้องถิ่น
จะต้องมีการประนีประนอม เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่น มาจากการเลือกตั้งโดยตรง
ส่วนที่จะกระจายงบประมาณลงสุ่ท้องถิ่น 35% ยังหาจุดลงตัวไม่ได้
ต้องหาจุดที่เหมาะสมว่าคืออะไร และมีความจำเป็นต้องทบทวนอะไรบ้าง
ส่วนในประเด็นของผู้ว่า CEO ดร.บวรศักดิ์กล่าวว่า แนวความคิดพื้นฐานของรัฐบาล
ที่อยากให้เป็น CEO ทั้ง 76 จังหวัด เพราะอยากให้มีความเจริญมากกว่านี้
ปัญหาต้องได้รับการแก้ไขในพื้นที่ ขณะนี้มีการแต่งตั้งให้รองนายกฯ
ทั้ง 7 คนลงไปดูในพื้นที่ จะรอให้ราชการชงเรื่องอย่างเดียวไม่ได้แล้ว
หรือต่างคนต่างแย่งกันของบประมาณ ต้องหันมาแบ่งกันทำ สิ่งเหล่านี้ระดับจังหวัด
หรือท้องถิ่น ทำไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นมติของกระทรวงก็เกิดไม่ได้
เรื่องบางเรื่องทำระดับท้องถิ่น หรือจังหวัด หรืออนุภูมิภาคถึงจะได้ประโยชน์สูง
ซึ่งผู้ที่จะมาทำหน้าที่เป็นผู้ว่า CEO จะต้องเป็นคน ที่สามารถประสานกับส่วนกลาง
ที่มีรองนายกฯนั่งคอยเป็นที่ปรึกษาและคอยแก้ปัญหาอยู่ และสามารถชงเรื่องเข้า
ครม.ได้เลย และผู้ว่าฯ จำเป็นต้องทำหน้าที่ เป็นผู้ประสานงาน
เพราะต่อไปนี้ผู้ว่าฯ จะมีนายหลายคน ดร.บวรศักดิ์กล่าว
ด้าน ดร.สมบัติแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ว่า ไม่ใช่เป็นความคิดใหม่และทันสมัย
ประเทศไหนๆ ก็ล้วนแต่อยากให้ท้องถิ่น มีอำนาจในการปกครอง แต่ในทางการเมือง
จะให้ผู้บริหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จไม่ได้ ตามทัศนะของตน แนวทางวันนี้ยังไม่ชัดเจน
ฉบับที่
292 2-8 สิงหาคม 2546
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2546 เวลา 10:25:28 น.